Get Adobe Flash player
(20 VOTITALY_VOTES, VOTITALY_AVERAGE: 4.20 VOTITALY_OUTOF)
User Rating: / 20
แย่ดีที่สุด 

alt

?

กิจวัตรของพระ ๑๐ อย่างเป็นไฉน

๑. ลงอุโบสถ

๒. บิณบาตเลี้ยงชีพ

๓. สวดมนต์ไหว้พระ

๔. กวาดอาวาสวิหารลานเจดีย์

๕. รักษาผ้าครอง

๖. อยู่ปริวาสกรรม

๗. โกนผมปลงหนวดตัดเล็บ

๘. ศึกษาสิกขาบทและปฏิบัติพระอาจารย์

๙. เทศนาบัติ

๑๐. พิจารณาปัจจเวกขณะทั้ง ๔ เป็นต้น


กิจวัตร ๑๐ อย่างเหล่านี้เป็นใหญ่ควรที่ภิกษุจะต้องศึกษาให้ทราบความชัดและจำไว้เพื่อปฎิบัติสมควรแก่สมณสารูปแห่งตน..
จะมีคำอธิบายเป็นข้อๆไป

?

หากพระภิกษุสงฆ์ไม่ดำรงตนในขอบเขตพระธรรมวินัยแล้วใครที่ใหนจะมาช่วยค้ำชูพระพุทธศาสนา
พระวินัยนั้นเปรียบได้เหมือนดอกไม้ที่กระจัดกระจายไปทั่วและหลากสีแต่เมื่อนำมาร้อยเป็นพวงมาลัยก็จะดูสวยงามยิ่งนักน่ามองมาก พระธรรมวินัยก็ฉันนั้นเมื่อชนทั้งหลายที่มาจากทิศทั้งสี่มาต่างวรรณะต่างศักดิ์ศรีย่อมมีทิฐิที่ต่างกันไปแต่เมื่อเข้ามาในพระธรรมวินัยนี้แล้วต้องประพฤติปฎิบัติเหมือนกันไม่มีคำว่าชั้นสูงด้วยเกียรติด้วยยศ..ด้วยอายุการเกิดที่ใดก็ตามถึงอายุมากแต่บวชใหม่ต้องมีความเคารพผู้บวชก่อน..ไม่ว่าคนนั้นจะเป็นบิดาก็ตามย่อมยอมกราบแม้กระทั่งบุตรผู้บวชก่อน..ฉะนั้นพระธรรมวินัยนี้จึงเป็นสิ่งที่ควรเคารพมากยิ่งนักหากใครมิทำตามพระวินัยที่พระพุทธองค์ทรงสั่งไว้ก็ถือว่าเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งสอนของพระพุทธองค์..กว่าพระพุทธองค์จะตรัสรู้ท่านต้องทุกข์ในการทรมานตนถึงหกปี..เคารพท่านศรัทธาท่านท่านทั้งหลายผู้รักษาพระธรรมวินัยควรปฎิบัติตามท่านที่พระพุทธองค์ทรงสั่งสอนเอาไว้ด้วยใจจริง..จึงชื่อว่าศิษย์พระตถาคต
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ! พรหมจรรย์นี้เราประพฤติมิใช่เพื่อหลอกลวงคน
มิใช่เพื่อให้คนทั้งหลายมานับถือ มิใช่เพื่ออานิสงส์ ลาภสักการะและความสรรเสริญ ไม่เพื่อจุดมุ่งหมายเป็นเจ้าลัทธ และแก้ลัทธิ
มิใช่เพื่อให้คนรู้จักตัวว่าเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ที่แท้พรหมจรรย์เราประพฤติเพื่อสังวระ คือความสำรวม
เพื่อปหานะคือความละเพื่อวิราคะ คือความกำหนัดยินดี และเพื่อนิโรธะ คือความดับทุกข์
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย! ธรรมที่เราได้บรรลุแล้วนี้ลึกซึ้งเห็นได้ยากรู้ตามได้ยากสงบประณีต มิใช่วิสัยแห่งตรรก คือคิดเอาไม่ได้ หรือไม่ควรลงความเห็นด้วยการเดา แต่เป็นธรรมที่บัณฑิตพอจะรู้ได้

แก้ไขล่าสุด (วันอังคารที่ 09 ตุลาคม 2012 เวลา 14:52 น.)

 

ความคิดเห็นของคุณ

BBCODES_BOLDBBCODES_ITALICBBCODES_UNDERLINEBBCODES_STRIKETHROUGHBBCODES_SUBSCRIPTBBCODES_SUPERSCRIPTBBCODES_EMAILBBCODES_IMAGEBBCODES_URLBBCODES_LISTBBCODES_ULISTBBCODES_QUOTEBBCODES_CODEBBCODES_CONTENTID
SMILEYS_VERY_HAPPYSMILEYS_SMILESMILEYS_WINKSMILEYS_SADSMILEYS_SURPRISEDSMILEYS_SHOCKEDSMILEYS_CONFUSEDSMILEYS_COOLSMILEYS_LAUGHINGSMILEYS_MADSMILEYS_RAZZSMILEYS_EMBARRASSEDSMILEYS_CRYINGSMILEYS_EVILSMILEYS_TWISTED_EVILSMILEYS_ROLLING_EYESSMILEYS_EXCLAMATIONSMILEYS_QUESTIONSMILEYS_IDEASMILEYS_ARROWSMILEYS_NEUTRALSMILEYS_MR_GREENSMILEYS_GEEKSMILEYS_UBER_GEEK
YOURALIAS:
ชื่อเรื่อง:
FULLTEXT:
Random Content

โอวาทหลวงพ่อวันนี้

คนทุกคนย่อมมีวาสนาบารมีไปนิพพานได้ทุกคน

alt

คนทุกคนย่อมมีวาสนาบารมีไปนิพพานได้ทุกคน แต่จะไปถึงเมื่อไร ชาติไหน

ก็ต้องอาศัยทำความดีสะสม หรือที่เรียกว่า บารมี ๑๐ และตัดสังโยชน์ ๑๐ ให้ได้มากที่สุด

จนกระทั่งบารมี ๑๐ เต็มบริบูรณ์และตัดสังโยชน์ ๑๐ ได้เด็ดขาดแล้วนั้น นิพพานย่อมเป็นอันหวังได้

ทั้งนี้เพราะ นิพพะ แปลว่า ดับ ดับจากกิเลสทุกอย่าง

ดับจากอารมณ์เศร้าหมองทุกอย่าง ขึ้นชื่อว่าอารมณ์ไม่ดี ไม่มีในใจของเรา

ที่พระพุทธเจ้าทรงสอน การบำเพ็ญกุศลในพระพุทธศาสนา

ความจริงแล้วทรงกำหนดไว้ว่ามี ๓ ประการก็คือ

๑. ทานมัย บุญสำเร็จด้วยการบริจาคทาน

๒. สีลมัย บุญสำเร็จด้วยการรักษาศีล

๓. ภาวนามัย บุญสำเร็จด้วยการเจริญภาวนา

ทั้ง ๓ อย่างนี้ เรียกว่า รากเหง้าของกุศล และก็มีรากเหง้าของอกุศล ทั้งสองอย่างนี้

เราจะต้องเกิดมีความสุข และความทุกข์ ถ้าเราไม่สามารถชนะรากเหง้าของอกุศลได้

เราก็ไม่สามารถจะหลีกไปจากวัฏสงสารได้ ก็ต้องเวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะเป็นปกติ

แต่ถ้าเราสามารถทำลายรากเหง้าของอกุศลทั้ง ๓ ประการได้ เราก็ไปนิพพานได้

?

?

รวมโอวาทหลวงพ่อวันนี้

ค้นหาบทความทุกหมวด

รวมบทความน่าสนใจ

สงบจิตด้วยการนั่งสมาธิ
อังคาร, 27 กรกฏาคม 2010
สงบจิตด้วยการนั่งสมาธิ โดย หลวงพ่อชา สุภัทโท วัดหนองป่าพง ต.โนนผึ้ง อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี ปฏิบัติทำไมมันถึงยากถึงลำบาก เพราะว่ามันอยาก พอไปนั่งสมาธิปุ๊บก็ ตั้งใจว่าอยากจะให้มันสงบ ถ้าไม่มีความอยากให้สงบก็ไม่นั่งไม่ทำอะไร พอเราไปนั่งก็อยากให้มันสงบ เมื่ออยากให้มันสงบ ตัววุ่นวาย ก็เกิดขึ้นมาอีก ก็เห็นสิ่งที่ไม่ต้องการเกิดขึ้นมาอีก... อ่านเพิ่มเติม...
ประวัติหลวงพ่อปาน - หลวงพ่อปานออกธุดงค์ - อยากเห็นฤาษีและแม่ชี
พุธ, 07 พฤศจิกายน 2012
อยากเห็นฤาษีและแม่ชี บรรดาฤาษีทั้งหลาย ฤาษีปลอมที่เคยใช้นามว่า ลิงหน้าพลับพลา ตอนนี้มาเรียกฤาษีปลอม พวกลูกหลานจะแปลกใจ คิดว่าคนละพวก คือ คณะธุดงค์ เรียกอย่างไรก็ได้ แต่อย่าไปเรียกโยคีอย่างสำนักปฏิบัติเลย มันขัดหูอย่างไรชอบกล เมื่อทุกคนทราบเรื่องต่างก็อยากพบฤาษีและแม่ชี หลวงพ่อบอกว่า เดี๋ยวก่อน ถามเขาก่อน ท่านยืนก้มหน้า แต่ไม่หลับตา สัก ๒ นาที... อ่านเพิ่มเติม...
การฟังและการปฏิบัติ พระธรรมเทศนาของพระอาจารย์ฝั้น อาจาโร
ศุกร์, 24 ธันวาคม 2010
การฟังและการปฏิบัติ พระธรรมเทศนาของพระอาจารย์ฝั้น อาจาโร วัดป่าอุดมสมพร สกลนคร ๓ กันยายน ๒๕๑๑ ม.ร.ว. ส่งศรี เกตุสิงห์ ถอดจากแถบบันทึกเสียง พวกเราทั้งหลายที่อยากฟังพระธรรมเทศนา อย่าสักแต่ฟัง จงระลึกไว้ว่า เมื่อพระท่านเทศนาไป ว่าด้วยกุศลก็ดี อกุศลก็ดี ให้พากันน้อมเข้ามาถึงตัวเราทุก ๆ คน... อ่านเพิ่มเติม...
การทรมานจิต เรื่องของคุณแม่ชีพิมพา (ตอนที่ ๗)
อังคาร, 23 กุมภาพันธ์ 2010
การทรมานจิต เรื่องของคุณแม่ชีพิมพา (ตอนที่ ๗) จากหนังสือ คณะเผยแพร่ธรรม ฉะเชิงเทรา เช้าเหนื่อยแล้วก็ไปอาบน้ำ ตอนเย็นไหว้พระสวดมนต์แล้วนั่งสมาธิ ภาวนาเกิดความคิดเห็นที่เรา คิดจะฆ่าเขา ในขณะเขาพูดว่าเราอยู่นั้น ในขณะนั่งภาวนาอยู่นั้น จิตต่อจิตสนทนากันอยู่ในขณะ นั่งสมาธิ ผู้หนึ่งพูดว่า เราไม่ได้ฆ่าเขาจริงๆ เพียงแต่คิดแล้วก็แล้วไป ไม่ได้ฆ่าเขาจริงๆ... อ่านเพิ่มเติม...
ไม่มีอะไรได้ ไม่มีอะไรเสีย หลวงพ่อชาสุภัทโท วัดหนองป่าพง อุบลราชธานี
ศุกร์, 09 กรกฏาคม 2010
ไม่มีอะไรได้ ไม่มีอะไรเสีย หลวงพ่อชาสุภัทโท วัดหนองป่าพง อุบลราชธานี ต่อไปพากันตั้งใจฟังธรรม การฟังธรรม ฟังให้เกิดประโยชน์ ฟังเพื่อให้เข้าใจ ให้มันเป็นประโยชน์ สำรวมอายตนะทั้งหลายให้เหลือไว้แต่จิต พระพุทธเจ้าสอนให้ฟังธรรม การปฏิบัติธรรม ให้สำรวม ตา หู จมูก ลิ้น กาย อายตนะของเรามีหก ปิดไว้ห้า เหมือนบุรุษจะจับเหี้ยๆ มันอยู่ในโพรงจอมปลวก... อ่านเพิ่มเติม...
คู่มือปฏิบัติพระกรรมฐาน - สอนวิธีปฏิบัติเพื่อรู้พระนิพพาน - ๔. จุตูปปาตญาณ
พุธ, 07 พฤศจิกายน 2012
๔. จุตูปปาตญาณ พอท่านมาถึง ท่านก็ยิ้มแล้วบอกว่า ฤาษีโพธิวัตรกับฤาษีพนมไพรเก่งมาก ตาลิงดำนี่ แกนานหน่อยนะ ถึงแม้จะยังไม่ได้ก็ไม่เป็นไร รู้ไว้ใช่ว่าใส่บ่าแบกหาม นาน ๆ ไปถ้าไม่เลิกเสีย ก็ได้เอง ต่อไปจงเข้าฌาน ๔ ในกสิณ ท่านบัญชา พวกเราก็เข้า สักพักหนึ่งท่านสั่งคลายออกแค่ อุปจาระ พวกเราก็คลายตามท่านสั่ง จับภาพกสิณให้แจ่มใส พวกเราก็ทำตาม เพิกกสิณเสียขอ... อ่านเพิ่มเติม...
มงคล 38 และอุทุมพริกสูตร - มงคลที่ ๓๖ "ความไม่ยินร้าย, ไม่โศก"
เสาร์, 10 พฤศจิกายน 2012
มงคลที่ ๓๖ "ความไม่ยินร้าย, ไม่โศก" ?อโสกํ เอตมฺมํคลมุตฺตมํ อโสกัง?นี่ ท่านบอกว่าไม่โศก แต่บาลีเขาแปลว่า ไม่ยินร้ายอ้าว ไอ้ไม่ยินร้ายมันก็ตรงกันข้ามกับไม่ยินดี ไม่ยินร้ายหมายความว่าอะไรนี่ ตีความว่ายังไงล่ะพ่อคุณ มันก็ไม่โศกเสียดีกว่า บาลีท่านว่าไม่โศก แต่แกแปลว่าไม่ยินร้ายนี่ ฉันไม่รู้หรอก นะ เขาแปลว่าไง อ้อ จิตเกษม จิตไม่ยินดี... อ่านเพิ่มเติม...
ธรรมะหลวงปู่ชา "อยู่เพื่ออะไร"
พฤหัสบดี, 26 พฤศจิกายน 2009
ธรรมะหลวงปู่ชา? "อยู่เพื่ออะไร" ขอให้ตั้งอยู่ในความสงบ รับโอวาทพอสมควร วันนี้มีทั้งคฤหัสถ์และบรรพชิตมาถวายดอกไม้ตามกาลเวลา เรื่องสักการะ เรื่องคารวะ การเคารพต่อผู้ใหญ่เป็นมงคลอันเลิศ พรรษานี้อาตมาไม่ค่อยมีเรี่ยวแรง ไม่สบาย สุขภาพไม่แข็งแรง จึงหลบมาอยู่บนภูเขานี้ ก็ได้รับอากาศบริสุทธิ์สักพรรษาหนึ่ง ญาติโยมสานุศิษย์ทั้งหลายไปเยี่ยม... อ่านเพิ่มเติม...
อานิสงส์ปิดทองพระพุทธรูป
พฤหัสบดี, 02 ธันวาคม 2010
อานิสงส์ปิดทองพระพุทธรูป ...... นัยว่าพระเจ้ามหารถราช เสวยสมบัติ ในสักกราชาวดีนคร ท้าวท่านเป็นสัมมาทิฎฐิบุคคล คือมีความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา ตรงกันข้ามกับ พระเจ้าปัญจาลราช กษัตริย์กรุงปัญจาลราชนคร เป็นมิจฉาทิฎฐิบุคคล คือไม่นับถือพระพุทธศาสนา กษัตริย์ทั้งสองเป็นสหายที่ไม่เคยเห็นหน้ากันเลย ครั้งหนึ่ง... อ่านเพิ่มเติม...
พระสูตร กุตุหลสาลาสูตร ว่าด้วยพระผู้มีพระภาคยอดเยี่ยมกว่าครูทั้ง ๖
ศุกร์, 19 มีนาคม 2010
? พระสูตร กุตุหลสาลาสูตร ว่าด้วยพระผู้มีพระภาคยอดเยี่ยมกว่าครูทั้ง ๖ [๗๙๙] ครั้งนั้นแล วัจฉโคตรปริพาชก ได้เข้าไปเฝ้าท่านพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ได้ปราศรัยกับท่านพระผู้มีพระภาค ครั้นผ่านการปราศรัยพอให้ระลึกถึงกันไปแล้ว จึงนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ครั้นแล้วได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคว่า  ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ เมื่อวันก่อน ๆ โน้น... อ่านเพิ่มเติม...
"รวมพลังให้เล็ก พลังยิ่งมาก" : หลวงปู่สุวัจน์ สุวโจ
อาทิตย์, 21 กุมภาพันธ์ 2010
รวมพลังให้ยิ่งเล็ก พลังยิ่งมาก หลวงปู่สุวัจน? สุวโจ ต่อไปนี้ ตั้งใจ ความตั้งใจของเราอยู่ที่ไหน ความสำเร็จย่อมมีแก่เราในที่นั่น นี้เป็นคำสำคัญที่ ท่านกล่าวไว้ เพราะฉะนั้น ความตั้งใจหรือใจของเราตั้ง เราภาวนาก็เพื่อให้จิตตั้งอยู่ในธรรม อัน เป็นความสงบ จิตจะตั้งมั่นด้วยอำนาจแห่งสติของเราเข้าไปช่วยเหลือ คุ้มครองรักษา และป้องกัน... อ่านเพิ่มเติม...
ประวัติ พระครูสุทธิธรรมรังษี หลวงปู่เจี๊ยะ จุนฺโท ตอน ต่อไป
พุธ, 23 กันยายน 2009
ประวัติ พระครูสุทธิธรรมรังษี หลวงปู่เจี๊ยะ จุนฺโท? ต่อ เป็นเด็กกลัวกะปิ ตอน เด็กๆ กลัวกะปิเป็นที่สุด เพราะมันเหม็น เวลาจะตามพี่ชายไปที่ไหนๆ เขาไม่อยากให้เราไปด้วย เขาก็จะบอกด้วยถ้อยคำอันน่ากลัวว่า ?ไอ้เจี๊ยะ...มึง ไม่ต้องมา ถ้ามา เดี๋ยวจะเอากะปิเขวี้ยงหัวมึง เท่านั้นแหละเราร้องไห้วิ่งกลับบ้านแทบตาย? (หัวเราะ)เรื่องอาหาร การกิน เป็นคนที่กินยากตั้งแต่... อ่านเพิ่มเติม...
พุทธวิธีควบคุมความคิด (สมเด็จพระญาณสังวร)
ศุกร์, 02 เมษายน 2010
?ธรรมบรรยายของ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก พุทธวิธีควบคุมความคิด พระพุทธเจ้าทรงสอนวิธีควบคุมความคิด ให้อยู่ในอำนาจใจไว้ว่า ถ้ามีสติรู้ว่ากำลังคิดในเรื่องไม่ควรคิด ซึ่งเมื่อกำลังพูดถึงการแก้โทสะ ก็หมายความได้ถึงเรื่องที่จะทำให้โทสะเกิด หรือเกิดอยู่แล้วแต่น้อยให้เพิ่มมากขึ้น?เมื่อมีสติรู้ว่ากำลังคิดเช่นนั้น... อ่านเพิ่มเติม...
คู่มือปฏิบัติพระกรรมฐาน - อัชฌาสัยปฏิสัมภิทัปปัตโต - สมาบัติ ๘
จันทร์, 22 ตุลาคม 2012
? สมาบัติ ๘ ท่านที่ทรงสมาบัติในรูปสมาบัติ ๔ และทรงอรูปสมาบัติอีก ๔ รวมทั้งรูปสมาบัติ ๔ อรูปสมาบัติ ๔ เป็นสมาบัติ ๘ 
พระราธเถระ เอตทัคคะในทางผู้ว่าง่าย
จันทร์, 10 มกราคม 2011
พระราธเถระ เอตทัคคะในทางผู้ว่าง่าย พระราธเถระ เป็นบุตรตระกูลพราหมณ์ ในเมืองราชคฤห์ ฐานะเดิมของท่านนั้นจัดว่า?อยู่ในขั้นเศรษฐี มีทรัพย์สินเงินทองมาก แต่ เมื่อย่างเข้าสู่วัยชราถูกภรรยาและบุตรธิดาทอดทิ้ง ต้องกลายเป็นคนยากจนอนาถา ที่พึ่งพาอาศัยต้องเลี้ยงชีพด้วยการอาศัยพระ ภิกษุอยู่ในวัดพระเวฬุวันมหาวิหาร ต่อมา ราธพราหมณ์ มีศรัทธาปรารถนาจะบวช... อ่านเพิ่มเติม...