Get Adobe Flash player
(1 VOTITALY_VOTE, VOTITALY_AVERAGE: 5.00 VOTITALY_OUTOF)
User Rating: / 1
แย่ดีที่สุด 
ดัชนีบทความ
ประวัติพระควัมปติเถระ ..พระอรหันต์องค์ที่ ๑๐ ของโลก
พระเถระแสดงฤทธิ์หยุดกระแสน้ำ
ทุกหน้า

alt

ประวัติพระควัมปติเถระ

???????????? พระควัมปติเถระ?เป็นหนึ่งในพระมหาเถระลำดับแรก ๆ ของพระพุทธเจ้า ซึ่งได้รับการบรรพชาโดยวิธีเอหิภิกขุอุปสัมปทา โดยได้รับการบวช จากพระบรมศาสดา ต่อจากพระยสเถระ ถ้าถือตามลำดับชื่อที่ปรากฏในพระบาลีท่านก็เป็นพระอรหันต์องค์ที่ ๑๐ ของโลก

พระเถระรูปนี้ ก็ได้เคยบำเพ็ญกุศลมาแล้ว ในพระพุทธเจ้าพระองค์ ก่อนๆ ได้สั่งสมบุญอันเป็นอุปนิสัยแห่งพระนิพพานไว้เป็นอันมากในภพนั้นๆ ดังนี้

บุรพกรรมในสมัยพระสิขีพุทธเจ้า

ในกัปที่ ๓๑ แต่ภัทรกัปนี้ ท่านเกิดเป็นพรานเนื้อเที่ยวอยู่ในป่า ได้พบท่านได้เห็นพระพุทธเจ้า ทรงพระนามว่า สิขี แล้วบังเกิดมีใจเลื่อมใส จึงได้ทำการบูชาพระบรมศาสดาพระองค์นั้นด้วยดอกอัญชันเขียว ด้วยบุญกรรมนั้น เมื่อท่านสิ้นชีวิตแล้วก็ไปบังเกิดในเทวโลก

บุรพกรรมในสมัยพระโกนาคมนพุทธเจ้า

ในสมัยของพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่า โกนาคมนะ ท่านได้กระทำบุญไว้มากอย่าง เช่นให้สร้างฉัตร และไพรที ไว้บนเจดีย์ของพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น

บุรพกรรมในสมัยพระกัสสปพุทธเจ้า

ในกาลของพระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงพระนามว่า กัสสปะ ท่านก็บังเกิดในเรือนมีตระกูลแห่งหนึ่ง ตระกูลนั้นได้มีฝูงโคเป็นอันมาก จึงต้องมีพวกนายโคบาลก็เฝ้ารักษาฝูงโคนั้น มาณพผู้เป็นนายผู้นี้ก็ต้องเที่ยวตรวจดูการทำงานที่พวกนายโคบายทั้งหลายทำอยู่ วันหนึ่งขณะที่ออกตรวจงานอยู่นั้น ท่านก็ได้เห็นพระเถระผู้ขีณาสพรูปหนึ่ง ซึ่งเที่ยวบิณฑบาตในหมู่บ้าน แล้วทำภัตกิจอยู่นอกหมู่บ้าน ณ บริเวณแห่งหนึ่งทุก ๆ วัน ท่านเกรงว่า พระคุณเจ้าคงจะลำบากเพราะความร้อนของแดด จึงให้สร้างมณฑปด้วยไม้ซึกถวายแก่ท่านพระขีณาสพรูปนั้น อรรถกถาบางเล่มกล่าวว่า ท่านปลูกต้นซึกไว้ใกล้มณฑป พระเถระจึงนั่งใต้ต้นซึกนั้นทุก ๆ วันเพื่อจะ อนุเคราะห์เขา.

ด้วยบุญกรรมนั้น เขาจุติจากมนุษยโลกนั้นแล้ว บังเกิดในวิมานชั้น จาตุมหาราชิกะ ใกล้ประตูวิมานก็บังเกิดป่าไม้ซึกใหญ่อันระบุถึงกรรมเก่าของเขา และมีดอกไม้ประเภทอื่นอื่นที่เต็มไปด้วยสีและกลิ่น เข้าไปช่วยเสริมความงามทุกฤดูกาล ด้วยเหตุนั้น วิมานนั้นจึงปรากฏนามว่า "เสรีสกวิมาน" เทวบุตรนั้นท่องเที่ยว ไปในเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย ตลอดพุทธันดรหนึ่ง

กำเนิดเป็นควัมปติมาณพในสมัยพระสมณโคดมพุทธเจ้า

ในพุทธุปบาทกาลนี้ ท่านเกิดเป็นบุตรของสกุลเศรษฐีสืบๆ มา ในพระนครพาราณสี มีชื่อว่า ควัมปติ เป็นหนึ่งในบรรดาสหายผู้เป็นคฤหัสถ์ทั้ง ๔ ของ ยสกุลบุตรผู้ เป็นบุตรของนางสุชาดา ผู้ถวายข้าวปายาส ผสมน้ำนมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าในเช้าวันวิสาขปุรณมี เมื่อครั้งพระพุทธองค์ทรงตัดสินพระทัยเลิกกระทำทุกรกิริยา และในคืนนั้นก็ทรงบรรลุพระโพธิญาณเป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ครั้นเมื่อวันหนึ่งยสกุลบุตรแลเห็นเหล่านางผู้เป็นบริวารนอนเกลื่อนกลาดอยู่บนเรือน ประกอบไปด้วยกิริยาอันไม่น่าดู น่าเกลียดเหมือนซากศพในป่าช้า บังเกิดความเบื่อหน่ายเปล่งอุทานว่า ผู้เจริญทั้งหลาย ที่นี่วุ่นวายหนอ ผู้เจริญทั้งหลาย ที่นี่ขัดข้องหนอ.จึงได้เดินเข้าไปยังป่าอิสิปตนมฤคทายวัน และได้พบพระผู้มีพระภาคเจ้าซึ่งได้ตรัสกับยสกุลบุตรนั้นว่า ยสะ ที่นี่แลไม่วุ่นวาย ที่นี่ไม่ขัดข้อง ยสะ เธอจงมานั่งเถิด เราจักแสดงธรรม ให้เธอฟัง ครั้นจบพระธรรมเทศนาแล้ว ยสกุลบุตรก็บรรลุโสดาบัน

ในวันรุ่งขึ้นเมื่อเศรษฐีบิดาของยสกุลบุตรออกมาตามบุตรที่หายไปจากบ้าน มาถึงป่าอิสิปตนมฤคทายวัน ได้พบพระพุทธองค์ ซึ่งทรงแสดงฤทธิ์มิให้เศรษฐีเห็นยสกุลบุตร แล้วได้แสดงธรรมโปรด จนกระทั่งเศรษฐีเกิดดวงตาเห็นธรรมบรรลุโสดาปัตติผล บังเกิดความเลื่อมใสประกาศตนว่าเป็นอุบาสกผู้ถึงสรณะทั้งสาม นับเป็นอุบาสกผู้ถึงสรณะ ๓เป็นคนแรกในโลก.ส่วนยสกุลบุตรเมื่อจบพระธรรมเทศนาก็บรรลุพระอรหัต จากนั้นพระผู้มีพระภาคเจ้าจึงทรงบันดาลให้ท่านเศรษฐีเห็นพระยสกุลบุตร และชี้แจงจนท่านเศรษฐีเห็นชอบให้ยสกุลบุตรได้บวช และได้นิมนต์พระผู้มีพระภาคเจ้าเพื่อเสวยภัตตาหารในวันรุ่งขึ้น เมื่อเศรษฐีคฤหบดีกลับไปไม่นาน ยสกุลบุตรก็ทูลขอบรรพชาต่อพระผู้มีพระภาคเจ้า พระองค์จึงทรงโปรดให้ยสกุลบุตรได้บวชด้วยวิธีเอหิภิกขุอุปสัมปทา โดยพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า จงเป็นภิกษุมาเถิด แล้วได้ตรัสว่า ธรรมเรากล่าวไว้ดีแล้ว จงประพฤติพรหมจรรย์ เพื่อทำที่สุดแห่งทุกข์โดยชอบเถิด พระวาจานั้นแลได้เป็นอุปสมบทของท่านผู้มีอายุนั้น.

วันรุ่งขึ้น เวลาเช้า พระผู้มีพระภาคทรงเสด็จพร้อมด้วยท่านพระยสไปยังเรือนของท่านเศรษฐีผู้คหบดี ครั้นถึงแล้วจึงทรงเทศนาโปรดนางสุชาดาและภรรยาเก่าของท่านพระยส เมื่อจบพระธรรมเทศนาท่านทั้งสองก็บรรลุโสดาบัน ประกาศตนเป็นอุบาสิกาผู้ถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะ นับเป็นอุบาสิกาคู่แรกของโลกที่กล่าวอ้างพระรัตนตรัยเป็นชุดแรกในโลก ครั้งนั้น มารดาบิดาและภรรยาเก่าของท่านพระยสได้อังคาสพระผู้มีพระภาคและท่านพระยส ด้วยขาทนียโภชนียาหารอันประณีตด้วยมือของตนๆ จนให้ห้ามภัต ทรงนำพระหัตถ์ออกจากบาตรแล้ว จึงนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ขณะนั้น พระผู้มีพระภาคทรงชี้แจงให้มารดาบิดา และภรรยาเก่าของท่านพระยส เห็นแจ้ง สมาทาน อาจหาญ ร่าเริง ด้วยธรรมีกถาแล้วเสด็จลุกจากอาสนะกลับไป.

สหายคฤหัสถ์ ๔ คนของพระยสออกบรรพชา

สหายคฤหัสถ์ ๔ คนของท่านพระยส คือ วิมล ๑ สุพาหุ ๑ ปุณณชิ ๑ ควัมปติ ๑ ซึ่งเป็นบุตรของสกุลเศรษฐีสืบๆ มา ในพระนครพาราณสี ได้ทราบข่าวว่า ยสกุลบุตรปลงผมและหนวด นุ่งห่มผ้ากาสายะ ออกจากเรือน บวชเป็นบรรพชิตแล้ว ครั้นทราบดังนั้นแล้วได้ดำริว่า ธรรมวินัยและบรรพชาที่ยสกุลบุตรที่กระทำลงไปนั้น คงไม่ต่ำทรามแน่นอน ดังนี้ จึงพากันเข้าไปหาท่านพระยส ท่านจึงพาสหายคฤหัสถ์ทั้ง ๔ นั้น เข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาคกราบทูลว่า ขอพระผู้มีพระภาคโปรดประทานโอวาทสั่งสอนสหายของข้าพระองค์เหล่านี้.

พระผู้มีพระภาคทรงแสดงอนุปุพพิกถาแก่พวกเขา คือ ทรงประกาศทานกถา สีลกถา สัคคกถา โทษ ความต่ำทรามและความเศร้าหมองของกามทั้งหลาย? และอานิสงส์ในการออกจากกาม เมื่อพระผู้มีพระภาคทรงทราบว่า พวกเขามีจิตสงบ มีจิตอ่อน มีจิตปลอดจากนิวรณ์ มีจิตเบิกบาน มีจิตผ่องใสแล้ว จึงทรงประกาศพระธรรมเทศนาที่พระพุทธเจ้าทั้งหลายทรงยกขึ้นแสดงด้วยพระองค์เอง คือ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค ดวงตาเห็นธรรมปราศจากธุลี ปราศจากมลทิน ว่า สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นทั้งมวลมีความดับเป็นธรรมดา ได้เกิดแก่พวกเขา พวกเขาก็บรรลุโสดาบัน ณ ที่นั่งนั้นเอง จากนั้นท่านทั้ง ๔ จึงได้ทูลขอบบรรพชา อุปสมบทต่อพระผู้มีพระภาค.พระผู้มีพระภาคจึงทรงโปรดประทานเอหิภิกขุอุปสัมปทาแก่ท่านทั้ง ๔ โดยทรงตรัสว่า พวกเธอจงเป็นภิกษุมาเถิด ดังนี้ แล้วได้ตรัสต่อไปว่า ธรรมอันเรากล่าวดีแล้ว พวกเธอจงประพฤติพรหมจรรย์ เพื่อทำที่สุดทุกข์โดยชอบเถิด.

พระวาจานั้นแล ได้เป็นอุปสมบทของท่านทั้ง ๔ เหล่านั้น.

ต่อมา พระผู้มีพระภาคทรงประทานโอวาทสั่งสอนภิกษุเหล่านั้นด้วยธรรมีกถา เมื่อจบพระธรรมเทศนา จิตของภิกษุเหล่านั้น พ้นแล้วจากอาสวะทั้งหลาย เพราะไม่ถือมั่น.บรรลุเป็นพระอรหันต์

สมัยนั้น จึงมีพระอรหันต์เกิดขึ้นในโลก ๑๑ องค์..

สหายคฤหัสถ์ ๕๐ คน ของพระยสออกบรรพชา

สหายคฤหัสถ์ของท่านพระยส เป็นชาวชนบทจำนวน ๕๐ คน เป็นบุตรของสกุลเก่าสืบๆ กันมา ได้ทราบข่าวว่า ยสกุลบุตร ปลงผมและหนวด นุ่งห่มผ้ากาสายะ ออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิตแล้ว? ครั้นทราบดังนั้นแล้วได้ดำริว่า ธรรมวินัยและบรรพชาที่ยสกุลบุตรที่กระทำลงไปนั้น คงไม่ต่ำทรามแน่นอน ดังนี้ จึงพากันเข้าไปหาท่านพระยส ท่านจึงพาสหายคฤหัสถ์ทั้ง ๕๐ นั้น เข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาคกราบทูลว่า ขอพระผู้มีพระภาคโปรดประทานโอวาทสั่งสอนสหายของข้าพระองค์เหล่านี้..

พระผู้มีพระภาคทรงแสดงอนุปุพพิกถาแก่พวกเขา คือ ทรงประกาศทานกถา สีลกถา สัคคกถา โทษ ความต่ำทรามและความเศร้าหมองของกามทั้งหลาย? และอานิสงส์ในการออกจากกาม เมื่อพระผู้มีพระภาคทรงทราบว่า พวกเขามีจิตสงบ มีจิตอ่อน มีจิตปลอดจากนิวรณ์ มีจิตเบิกบาน มีจิตผ่องใสแล้ว จึงทรงประกาศพระธรรมเทศนาที่พระพุทธเจ้าทั้งหลายทรงยกขึ้นแสดงด้วยพระองค์เอง คือ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค ดวงตาเห็นธรรมปราศจากธุลี ปราศจากมลทิน ว่า สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นทั้งมวลมีความดับเป็นธรรมดา ได้เกิดแก่พวกเขา พวกเขาก็บรรลุโสดาบัน ณ ที่นั่งนั้นเอง จากนั้นท่านทั้ง ๕๐ จึงได้ทูลขอบบรรพชา อุปสมบทต่อพระผู้มีพระภาค.พระผู้มีพระภาคจึงทรงโปรดประทานเอหิภิกขุอุปสัมปทาแก่ท่านทั้ง ๕๐ โดยทรงตรัสว่า พวกเธอจงเป็นภิกษุมาเถิด ดังนี้ แล้วได้ตรัสต่อไปว่า ธรรมอันเรากล่าวดีแล้ว พวกเธอจงประพฤติพรหมจรรย์ เพื่อทำที่สุดทุกข์โดยชอบเถิด.

พระวาจานั้นแล ได้เป็นอุปสมบทของท่านทั้ง ๕๐ เหล่านั้น.

ต่อมา พระผู้มีพระภาคทรงประทานโอวาทสั่งสอนภิกษุเหล่านั้นด้วยธรรมีกถา เมื่อจบพระธรรมเทศนา จิตของภิกษุเหล่านั้น พ้นแล้วจากอาสวะทั้งหลาย เพราะไม่ถือมั่น.บรรลุเป็นพระอรหันต์.

สมัยนั้น จึงมีพระอรหันต์เกิดขึ้นในโลก ๖๑ องค์.

บุรพกรรมของชน ๕๕ คนมียสกุลบุตรเป็นต้น

วันหนึ่งพระศาสดา ทรงประชุมพระสาวกที่พระเวฬุวัน ทรงประทานตำแหน่งพระอัครสาวกแก่พระเถระทั้งสองแล้วทรง แสดงพระปาติโมกข์ เหล่าภิกษุบางพวกจึงกล่าวติเตียนว่า

พระศาสดา ประทานตำแหน่งแก่พระอัครสาวกทั้งสองโดยเห็นแก่หน้า พระองค์เมื่อจะประทานตำแหน่งอัครสาวก ควรประทานแก่พระปัญจวัคคีย์ผู้บวชเป็นพวกแรกสุด พ้นจากพระปัญจวัคคีย์เหล่านั้น ก็ควรประทานแก่ภิกษุ ๕๕ รูป มีพระยสเถระเป็นประมุข พ้นจากภิกษุเหล่านั้น ก็ควรประทานแก่พระพวกภัทรวัคคีย์ พ้นจากภิกษุเหล่านั้น? ก็ควรประทานแก่ภิกษุ ๓ พี่น้อง มีพระอุรุเวลกัสสปะเป็นต้น แต่พระ ศาสดาทรงละเลยภิกษุเหล่านั้นทั้งหมด เมื่อจะประทานตำแหน่งอัครสาวก ก็ทรงเลือกหน้า ประทานแก่ผู้บวชภายหลังเขาเหล่านั้น

พระศาสดาตรัสถามภิกษุทั้งหลายถึงเรื่องที่พวกภิกษุเหล่านั้นพูดกันอยู่ ภิกษุทั้งหลายทูลเรื่องที่ตนพูดกัน พระผู้มีพระภาคจึงตรัสว่า?“?ภิกษุทั้งหลาย เราหาเลือกหน้าให้ตำแหน่งแก่พวกภิกษุไม่ แต่เราให้ ตำแหน่งที่แต่ละคน ๆ ตั้งจิตปรารถนาไว้แต่ปางก่อนแล้ว ๆ นั่นแล?และพระศาสดาทรงเล่าถึงบุรพกรรมของชนเหล่านั้น โดยเล่าถึงบุรพกรรมของยสกุลบุตรและสหายอีก ๕๔ คนไว้ดังนี้

กลุ่มพระยสกุลบุตรทั้ง ๕๕ คนนั้น เคยตั้งจิตปรารถนาพระอรหัต ไว้ในสำนักพระพุทธเจ้าพระองค์หนึ่ง และปฏิบัติทำกรรมที่เป็นบุญไว้เป็นอันมาก ครั้งหนึ่งในสมัยเมื่อพระพุทธเจ้ายังไม่อุบัติขึ้น เขาเหล่านั้นเป็นสหายกัน ร่วมเป็นพวกกันทำบุญโดยเที่ยวจัดแจงศพคนไร้ที่พึ่ง วันหนึ่ง พวกเขาพบศพหญิงตายทั้งกลม จึงตกลงกันว่าจะเผาเสีย จึงนำศพนั้นไปป่าช้า เมื่อนำศพมาถึงป่าช้าแล้ว ยสกุลบุตรกับเพื่อนอีก ๔ คน จึงอยู่ที่ป่าช้านั้นเพื่อจัดการเผาศพ ส่วนเพื่อนที่เหลืออีก ๕๐ คนก็กลับไป

ในขณะที่ทำการเผาศพหญิงตายทั้งกลมอยู่นั้น ยสกุลบุตรได้ใช้หลาวเขี่ยศพนั้นเพื่อพลิกศพกลับไปกลับมาให้โดนไฟทั่ว ๆ ขณะที่เอาไม้เขี่ยร่างศพอยู่นั้นก็ได้พิจารณาศพที่ถูกเผา ได้อสุภสัญญาแล้ว เขาจึงแสดงอสุภสัญญาแก่สหายอีก ๔ คนนั้นว่า?“?นี่เพื่อน ท่านจงดูศพนี้ มีหนังลอกแล้วในที่นั้น ๆ ดุจรูปโคด่าง ไม่สะอาด เหม็น น่าเกลียด?”?สหายทั้ง ๔ คนนั้นก็ได้อสุภสัญญาในศพนั้น แล้วคนทั้ง ๕ นั้นเมื่อเผาศพเสร็จแล้วจึงได้นำอสุภสัญญาที่ปรากฏแก่ตนนั้น ไปบอกแก่สหายที่เหลือ ส่วนยสกุลบุตรนั้นเมื่อกลับถึงเรือนแล้วก็ได้บอกแก่มารดาบิดาและภรรยา คนทั้งหมดนั้นก็เจริญอสุภสัญญาแล้ว

นี้เป็นบุพกรรมของคน ๕๕ คน มียสกุลบุตรเป็นต้นนั้น เพราะฉะนั้นในสมัยปัจจุบัน ความที่เห็นว่าในเรือนของตน ที่เกลื่อนไปด้วยด้วยสตรีเป็นดุจป่าช้าจึงเกิดแก่ยสกุลบุตร และด้วยอุปนิสัยสมบัติแห่งอสุภสัญญาที่เคยได้มานั้น การบรรลุคุณวิเศษจึงเกิดขึ้นแก่พวกเขาทั้งหมด คนเหล่านี้ได้รับผลที่ตนปรารถนาแล้วเหมือนกัน ด้วยประการอย่างนี้ หาใช่พระบรมศาสดาเลือกหน้าแต่งตั้งให้ไม่



 

ความคิดเห็นของคุณ

BBCODES_BOLDBBCODES_ITALICBBCODES_UNDERLINEBBCODES_STRIKETHROUGHBBCODES_SUBSCRIPTBBCODES_SUPERSCRIPTBBCODES_EMAILBBCODES_IMAGEBBCODES_URLBBCODES_LISTBBCODES_ULISTBBCODES_QUOTEBBCODES_CODEBBCODES_CONTENTID
SMILEYS_VERY_HAPPYSMILEYS_SMILESMILEYS_WINKSMILEYS_SADSMILEYS_SURPRISEDSMILEYS_SHOCKEDSMILEYS_CONFUSEDSMILEYS_COOLSMILEYS_LAUGHINGSMILEYS_MADSMILEYS_RAZZSMILEYS_EMBARRASSEDSMILEYS_CRYINGSMILEYS_EVILSMILEYS_TWISTED_EVILSMILEYS_ROLLING_EYESSMILEYS_EXCLAMATIONSMILEYS_QUESTIONSMILEYS_IDEASMILEYS_ARROWSMILEYS_NEUTRALSMILEYS_MR_GREENSMILEYS_GEEKSMILEYS_UBER_GEEK
YOURALIAS:
ชื่อเรื่อง:
FULLTEXT:
Random Content

โอวาทหลวงพ่อวันนี้

ธรรมโอวาทเพื่อพระนิพพาน พ่อสอนลูก


alt

ลูกรักทั้งหลาย จงจำไว้ว่าท่านกับเรามีสภาวะเหมือนกัน คือมีความเกิดขึ้นในเบื้องต้น

มีความเปลี่ยนไปในท่ามกลาง และก็มีการสลายตัวไปในที่สุด ท่านกับเราก็เสมอกันเสมอกัน

โดยไตรลักษณ์คืออนิจจังหาความเที่ยงไม่ได้ ทุกขัง เมื่อมีความเป็นอยู่ต้องทำมาหากินทางอาชีพ

ทำการงานเลี้ยงชีพสุขบ้างทุกข์บ้าง ไปตามสภาพของคนที่มีชีวิต ในที่สุดชีวิตก็สลายตัวไป

จงจำไว้ว่าอย่ายึดมั่นถือมั่นในร่างกายจนเกินไป อย่ายึดถือในทรัพย์สินมากเกินไป

จงจำไว้ว่าเราจะต้องตายถ้าเรายังไม่ดีพอ ตายแล้วเราก็ต้องเกิดอีก เกิดแล้วเราก็มีทุกข์

เกิดเป็นคนมีทุกข์อย่างคน เกิดเป็นสัตว์มีทุกข์อย่างสัตว์ เกิดเป็นอสุรกายเป็นทุกข์อย่างอสุรกาย

เกิดเป็นเปรตเป็นทุกข์อย่างเปรต เกิดเป็นสัตว์นรกเป็นทุกข์อย่างสัตว์นรก เกิดเป็นเทวดาสุขอย่างเทวดา

เกิดเป็นพรหมสุขอย่างพรหม แต่สุดท้ายไม่นานผลที่สุดก็ละความสุขนั้นมาหาความทุกข์

สู้ไปพระนิพพานไม่ได้ นิพพานมีความสุขที่เป็นเอกันตบรมสุข เป็นความสุขที่ยอดเยี่ยม

หลวงพ่อพระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤาษีฯ วัดท่าซุง)

?

รวมโอวาทหลวงพ่อวันนี้

ค้นหาบทความทุกหมวด

รวมบทความน่าสนใจ

จิต วิญญาณ มโน
พฤหัสบดี, 18 มีนาคม 2010
? จิต วิญญาณ มโน สมเด็จพระญาณสังวร บัดนี้ จักแสดงธรรมะเป็นเครื่องอบรมในการปฏิบัติอบรมจิต ในเบื้องต้นก็ขอให้ทุก ๆ ท่านตั้งใจนอบน้อมนมัสการ พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ตั้งใจถึงพระองค์พร้อมทั้งพระธรรมและพระสงฆ์เป็นสรณะ ตั้งใจสำรวมกายวาจาใจให้ เป็นศีล ทำสมาธิในการฟังเพื่อให้ได้ปัญญาในธรรมจะแสดงศัพท์ว่าจิต และศัพท์อื่น... อ่านเพิ่มเติม...
ความตาย ( สมมุติมรณะ )ต่อ
เสาร์, 22 สิงหาคม 2009
?ความตาย ( สมมุติมรณะ )ต่อเหตุ นี้แหละสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จึงตรัสไว้ใน โอวาทปาฏิโมกข์ ว่าไม่ให้บุคคลกระทำความชั่วในชีวิตของเขา คำว่าไม่ให้กระทำความชั่วในชีวิตของเขานั้น ถ้าจะให้ผมแปลอย่างง่ายๆ ก็คือไม่ให้สร้างอกุศลกรมบถ ๑0 ซึ่งได้แก่ กายกรรม ๓ คือได้แก่ การฆ่าสัตว์ การลักทรัพย์ และการผิดในกาม นี่ เป็นกรรมทางกาย ๓ และวจีกรรม ๔ นั้น ก็ได้แก่ มุสา... อ่านเพิ่มเติม...
ปัญหาการรักษาศีล : รักษาศีลแล้วยังไม่รวย
พุธ, 11 กรกฏาคม 2012
? รักษาศีลแล้วยังไม่รวย ผู้ถาม ? “หลวงพ่อเจ้าขา ความจริงลูกไม่อยากค้านหลวงพ่อหรอก เพราะรู้ว่าหลวงพ่อมีปัญญามาก ฉลาดในการสอน แต่วันนี้ขอถามแกมประท้วงสักนิดหนึ่ง ในคำสอนที่หลวงพ่อว่า มีศีลแล้วจะร่ำรวย มีเงิน ไม่เป็นหนี้ มีโชคมีลาภ แค่รักษา ๕ แต่ไม่พอใจเดี๋ยวนี้เพิ่มเป็น ๘ มันก็ยังจนเหมือนเดิม” ? หลวงพ่อ ? ?รักษามากี่ปี?? ผู้ถาม??????????? ๒ ปี...? หลวงพ่อ ? ?... อ่านเพิ่มเติม...
เกร็ดธรรมะ จากหนังสือของพระอาจารย์วิรัช
อังคาร, 08 ธันวาคม 2009
เกร็ดธรรมะ จากหนังสือของพระอาจารย์วิรัช (ต่อ) ? ?ปกิณะกธรรม ? พระสีวลี ตอนที่กำลังบวชพอมีดโกนจรดศีรษะ ๔ ครั้ง? ได้โสดาบัน-อรหันต์ ท่านมีอารมณ์พิจารณาอย่างไรในขณะนั้น หลวงพ่อตอบ : ?เพราะว่าก่อนมา ฟังเทศน์จนบารมีเต็มแล้ว ?พอมาโกนหัวก็พิจารณาว่า ตัดผมปั๊บ! ?อ้อ มันเป็นอนัตตา ไม่เที่ยงก็หายไป เกิดขึ้นแล้วก็ต้องหายไป เป็นอนัตตา มันไม่ทรงตัว ... อ่านเพิ่มเติม...
กรรมจากการตกปลา
อังคาร, 10 สิงหาคม 2010
กรรมจากการตกปลา เกิดแก่ เจ็บ ตาย เป็นเรื่องธรรมชาติ...ชาติหน้าเกิดใหม่ ค่อยสร้างกันใหม่ เลือกได้ทั้งบุญและบาป... “ บุญ ก็เหมือนเรือไม้ที่ลอยไปตามกระแสน้ำ บาปนั้นเหมือนเรือเหล็กถ้าล่มเมื่อไหร่แล้วเรืออะไรที่มันจะลอย ” “เรือไม้ครับ” ข้าพเจ้าหนุนคำพูด “แล้วเราจะเกาะเรือลำไหนเมื่อเรากำลังลอยท่ามกลางมหาสมุทรและก็มองไม่เห็นฝั่ง ” “ เรือไม้ครับ... อ่านเพิ่มเติม...
กรรมเก่าแต่ปางก่อน
อาทิตย์, 20 มิถุนายน 2010
กรรมเก่าแต่ปางก่อน แม่ชีฉลอง มากทอง ....มีความเชื่อกันว่ามนุษย์ทุกคนที่เกิดมาล้วนมีกรรมติดตัว แต่จะเป็นกรรมดีหรือกรรมชั่วเป็นอีกเรื่องหนึ่ง… หลวงพ่อชื่น หรือพระอธิการชื่น จิตวันโน เจ้าอาวาสวัดใหม่ประชาราษฎร์ อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด ท่านเป็นพระเกจิฯ ที่มีชื่อเสียงทาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีลูกศิษย์ลูกหาเป็นจำนวนมาก... อ่านเพิ่มเติม...
เรื่องเล่าของคนบ้า - ตอนที่ 18. พบพระพิเศษท่านที่ 2 ที่ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี
อังคาร, 09 ตุลาคม 2012
?ตอนที่ 18?พบพระพิเศษท่านที่ 2 ที่ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ในช่วงปี 42 เป็นต้นมา นั้น ในช่วงต้นเดือน-สิ้นเดือนที่หลวงพี่อนันต์ มาที่สายลมนั้น ผมก็ไปที่สายลม แต่เวลาที่เหลือในวันหยุดที่พอจะว่างผมก็ไปแถวเมืองกาญจนบุรี เพราะรูสึกเย็นสบายใจเมื่อเห็นป่าและภูเขา...ระยะเวลาหลังจากที่หลวงพ่อท่านมรณะภาพไปนั้น ผมก็อาศัย ป่าและภูเขาของสำนักสงฆ์... อ่านเพิ่มเติม...
เทศนาธรรม โลกุตระ โดย... หลวงปู่ปุดดา ถาวโร กายเดียวจิตเดียว
อังคาร, 24 พฤศจิกายน 2009
? เทศนาธรรม โลกุตระ ?โดย... หลวงปู่ปุดดา ถาวโร กายเดียวจิตเดียว นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระอะโต สัมมนา สัมพุทธธัสสะ นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระอะโต สัมมนา สัมพุทธธัสสะ นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระอะโต สัมมนา สัมพุทธธัสสะ เราน้อมนมัสการคุณพระรัตนตรัย ด้วยกายพระนาม วจีพระนาม มโนพระนาม โดยสัจจะเคารพแล้วเราน้อมพระธรรมเทศนา คำสอนพระผู้มีพระภาคเจ้า... อ่านเพิ่มเติม...
คู่มือปฏิบัติพระกรรมฐาน - นิมิต - ข. ปล่อยอารมณ์
อังคาร, 30 ตุลาคม 2012
ข. ปล่อยอารมณ์ อารมณ์ของจิตบางคราวมันไม่เอาถ่านจริงๆ จะภาวนาหรือพิจารณามันก็ไม่เอาเรื่องด้วยทั้งนั้น มันคอยจะออกนอกลู่นอกทางไปตามอารมณ์ของมัน ที่เป็นอย่างนี้เพราะ ? ๑. อาจเป็นเพราะเหน็ดเหนื่อยเกินไป ? ๒. ความป่วยไข้เบียดเบียน ? ๓. ตั้งใจเกินไป โดยคิดว่าวันวานนี้ เรามีอารมณ์แช่มชื่นดี วันนี้ทำให้ดีกว่านั้น ถ้าตั้งใจเกินไป อย่างนี้ รายไหนก็รายนั้น... อ่านเพิ่มเติม...
เรื่องที่ ๗. ไม่ต้องลอง....๓๗ เรื่องเล่าหลวงปู่ดู่
อาทิตย์, 10 มกราคม 2010
? ๗. ไม่ต้องลอง บ่อยครั้งที่มีผู้ต้องการปฏิบัติไปกราบนมัสการและแจ้งความประสงค์ขอปฏิบัติ ซึ่งเป็นเรื่องที่หลวงปู่ยินดีมาก มีอยู่ครั้งหนึ่งมีผู้มาขอปฏิบัติกับท่านโดยพูดว่า “ผมอยากมาลองปฏิบัติดู เขาว่าทำแล้วดี” หลวงปู่ท่านรีบตอบว่า “ไม่ต้องลอง ทำเลย ขืนลองก็ไม่เจอของดีสักที ธรรมะไม่ใช่ของลอง เป็นของให้ทำจึงจะเห็นผล”... อ่านเพิ่มเติม...
เรื่องที่ ๑๙. รูปธรรม นามธรรม ช่วงที่ ๑..๓๗ เรื่องเล่าหลวงปู่ดู่
อังคาร, 16 ตุลาคม 2012
๑๙. รูปธรรม นามธรรม ช่วงที่ ๑ ปัจจุบันมีการภาวนาทำสมาธิกันทั่วไป ไม่ว่าข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน นิสิตนักศึกษา ซึ่งหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ท่านเคยกล่าวไว้ว่า “หลังกึ่งพุทธกาล สำนักวิปัสสนากรรมฐานจะเกิดขึ้นเหมือนดอกเห็ด ผู้ที่จะเข้าไปศึกษาต้องมีวิจารณญาณว่า การสอนเป็นเพื่อการพัฒนาจิตหรือไม่” ดังที่หลวงปู่เคยกล่าวไว้ว่า“ทำแล้วโลภ โกรธ หลง... อ่านเพิ่มเติม...
เรื่องเล่าของคนบ้า - ตอนที่ 12. บททดสอบสุดท้าย "ความรู้สึกแห่งความตาย"และบทสรุป
อังคาร, 09 ตุลาคม 2012
?ตอนที่ 12 บททดสอบ "ความรู้สึกแห่งความตาย"และบทสรุปของความตาย หลังจากที่ผมได้สัมผัสโดยการจับนิ้วมือของท่านเจ้าที่พระภูมิแล้ว ทำให้ทราบและรู้ถึง " ความรู้สึกกลัวของคนเรา"?(ส่วนย่อยของความตาย)?จากนั้นต่อมาอีกประมาณเดือนเศษ ผมก็โดนทดสอบบทใหม่อีกทันที ในขณะที่ผมนอนหลับ ในจู่ๆ ผมต้องสะดุ้งตื่นขึ้นมาทันทีเพราะเนื่องจากว่า?" ปอดมันไม่ยอมหายใจ... อ่านเพิ่มเติม...
ปกิณกะธรรม ธรรมะหลวงปู่เหรียญ วรลาโภ "คลื่นซัด"
ศุกร์, 15 ตุลาคม 2010
ปกิณกะธรรม ธรรมะหลวงปู่เหรียญ วรลาโภ "คลื่นซัด" บุคคลผู้ไม่มีสมาธิจิต ไม่ทำจิตให้สงบแล้ว อะไรกระทบกระทั่งมัน มันก็ไม่รู้สึกตัว ท่านว่าจิตมากระทบเข้ามีแต่ ว่าเจ็บอย่างเดียวเท่านั้น แทนที่จะวินิจวิฉัยว่ามันเจ็บเพราะอะไรๆ มันถึงเจ็บอย่างนี้ มันคิดไม่ได้เลย เมื่อมันเจ็บ หนัก ๆ?เข้า มีแต่ร้องครวญครางไป ดิ้นรนกระสับกระส่ายไปเนั้นเอง... อ่านเพิ่มเติม...
อานิสงส์ของการแผ่เมตตา
อาทิตย์, 06 มิถุนายน 2010
อานิสงส์ของการแผ่เมตตา [๕๒]?ดูกรภิกษุทั้งหลาย จิตนี้ผุดผ่อง แต่ว่าจิตนั้นแล เศร้าหมองแล้ว?ด้วยอุปกิเลสที่จรมา ปุถุชนผู้มิได้สดับ ย่อมจะไม่ทราบจิตนั้น ตามความเป็นจริง?ฉะนั้น เราจึงกล่าวว่า ปุถุชนผู้มิได้สดับ ย่อมไม่มีการอบรมจิต ฯ?????????????????????????? [๕๓]?ดูกรภิกษุทั้งหลาย จิตนี้ผุดผ่อง และจิตนั้นแล พ้นวิเศษแล้ว?จากอุปกิเลสที่จรมา พระอริยสาวกผู้ได้สดับแล้ว ... อ่านเพิ่มเติม...
คำครู (หลวงปู่จันทรา อนากุโล)
จันทร์, 27 กันยายน 2010
"เห็นแต่ไม่รู้ รู้แต่ไม่เห็น" "จงอย่าประมาทในศีล ในธรรม อย่าขาดสติ ให้มีสติพิจารณาตนเองให้พ้นจากทุกข์?แล้วจึงพิจารณาให้ผู้อื่นพ้นจากทุกข์" จงคัดเลือกเอาแต่ความดี คัดเอาความไม่ดีนั้นออกเสีย ?พิจารณาในกายให้พบในความดีงาม ๓ อย่าง ?ตามที่สมเด็จฯพ่อทรงสอนไว้ ความงามภายนอก งามภายใน คือความดีงามอยู่ในศีล ?ความดีงามอยู่ในสมาธิ ?ความดีงามอยู่ในปัญญา... อ่านเพิ่มเติม...