Get Adobe Flash player
(1 VOTITALY_VOTE, VOTITALY_AVERAGE: 5.00 VOTITALY_OUTOF)
User Rating: / 1
แย่ดีที่สุด 
ดัชนีบทความ
ประวัติพระควัมปติเถระ ..พระอรหันต์องค์ที่ ๑๐ ของโลก
พระเถระแสดงฤทธิ์หยุดกระแสน้ำ
ทุกหน้า

alt

ประวัติพระควัมปติเถระ

???????????? พระควัมปติเถระ?เป็นหนึ่งในพระมหาเถระลำดับแรก ๆ ของพระพุทธเจ้า ซึ่งได้รับการบรรพชาโดยวิธีเอหิภิกขุอุปสัมปทา โดยได้รับการบวช จากพระบรมศาสดา ต่อจากพระยสเถระ ถ้าถือตามลำดับชื่อที่ปรากฏในพระบาลีท่านก็เป็นพระอรหันต์องค์ที่ ๑๐ ของโลก

พระเถระรูปนี้ ก็ได้เคยบำเพ็ญกุศลมาแล้ว ในพระพุทธเจ้าพระองค์ ก่อนๆ ได้สั่งสมบุญอันเป็นอุปนิสัยแห่งพระนิพพานไว้เป็นอันมากในภพนั้นๆ ดังนี้

บุรพกรรมในสมัยพระสิขีพุทธเจ้า

ในกัปที่ ๓๑ แต่ภัทรกัปนี้ ท่านเกิดเป็นพรานเนื้อเที่ยวอยู่ในป่า ได้พบท่านได้เห็นพระพุทธเจ้า ทรงพระนามว่า สิขี แล้วบังเกิดมีใจเลื่อมใส จึงได้ทำการบูชาพระบรมศาสดาพระองค์นั้นด้วยดอกอัญชันเขียว ด้วยบุญกรรมนั้น เมื่อท่านสิ้นชีวิตแล้วก็ไปบังเกิดในเทวโลก

บุรพกรรมในสมัยพระโกนาคมนพุทธเจ้า

ในสมัยของพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่า โกนาคมนะ ท่านได้กระทำบุญไว้มากอย่าง เช่นให้สร้างฉัตร และไพรที ไว้บนเจดีย์ของพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น

บุรพกรรมในสมัยพระกัสสปพุทธเจ้า

ในกาลของพระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงพระนามว่า กัสสปะ ท่านก็บังเกิดในเรือนมีตระกูลแห่งหนึ่ง ตระกูลนั้นได้มีฝูงโคเป็นอันมาก จึงต้องมีพวกนายโคบาลก็เฝ้ารักษาฝูงโคนั้น มาณพผู้เป็นนายผู้นี้ก็ต้องเที่ยวตรวจดูการทำงานที่พวกนายโคบายทั้งหลายทำอยู่ วันหนึ่งขณะที่ออกตรวจงานอยู่นั้น ท่านก็ได้เห็นพระเถระผู้ขีณาสพรูปหนึ่ง ซึ่งเที่ยวบิณฑบาตในหมู่บ้าน แล้วทำภัตกิจอยู่นอกหมู่บ้าน ณ บริเวณแห่งหนึ่งทุก ๆ วัน ท่านเกรงว่า พระคุณเจ้าคงจะลำบากเพราะความร้อนของแดด จึงให้สร้างมณฑปด้วยไม้ซึกถวายแก่ท่านพระขีณาสพรูปนั้น อรรถกถาบางเล่มกล่าวว่า ท่านปลูกต้นซึกไว้ใกล้มณฑป พระเถระจึงนั่งใต้ต้นซึกนั้นทุก ๆ วันเพื่อจะ อนุเคราะห์เขา.

ด้วยบุญกรรมนั้น เขาจุติจากมนุษยโลกนั้นแล้ว บังเกิดในวิมานชั้น จาตุมหาราชิกะ ใกล้ประตูวิมานก็บังเกิดป่าไม้ซึกใหญ่อันระบุถึงกรรมเก่าของเขา และมีดอกไม้ประเภทอื่นอื่นที่เต็มไปด้วยสีและกลิ่น เข้าไปช่วยเสริมความงามทุกฤดูกาล ด้วยเหตุนั้น วิมานนั้นจึงปรากฏนามว่า "เสรีสกวิมาน" เทวบุตรนั้นท่องเที่ยว ไปในเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย ตลอดพุทธันดรหนึ่ง

กำเนิดเป็นควัมปติมาณพในสมัยพระสมณโคดมพุทธเจ้า

ในพุทธุปบาทกาลนี้ ท่านเกิดเป็นบุตรของสกุลเศรษฐีสืบๆ มา ในพระนครพาราณสี มีชื่อว่า ควัมปติ เป็นหนึ่งในบรรดาสหายผู้เป็นคฤหัสถ์ทั้ง ๔ ของ ยสกุลบุตรผู้ เป็นบุตรของนางสุชาดา ผู้ถวายข้าวปายาส ผสมน้ำนมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าในเช้าวันวิสาขปุรณมี เมื่อครั้งพระพุทธองค์ทรงตัดสินพระทัยเลิกกระทำทุกรกิริยา และในคืนนั้นก็ทรงบรรลุพระโพธิญาณเป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ครั้นเมื่อวันหนึ่งยสกุลบุตรแลเห็นเหล่านางผู้เป็นบริวารนอนเกลื่อนกลาดอยู่บนเรือน ประกอบไปด้วยกิริยาอันไม่น่าดู น่าเกลียดเหมือนซากศพในป่าช้า บังเกิดความเบื่อหน่ายเปล่งอุทานว่า ผู้เจริญทั้งหลาย ที่นี่วุ่นวายหนอ ผู้เจริญทั้งหลาย ที่นี่ขัดข้องหนอ.จึงได้เดินเข้าไปยังป่าอิสิปตนมฤคทายวัน และได้พบพระผู้มีพระภาคเจ้าซึ่งได้ตรัสกับยสกุลบุตรนั้นว่า ยสะ ที่นี่แลไม่วุ่นวาย ที่นี่ไม่ขัดข้อง ยสะ เธอจงมานั่งเถิด เราจักแสดงธรรม ให้เธอฟัง ครั้นจบพระธรรมเทศนาแล้ว ยสกุลบุตรก็บรรลุโสดาบัน

ในวันรุ่งขึ้นเมื่อเศรษฐีบิดาของยสกุลบุตรออกมาตามบุตรที่หายไปจากบ้าน มาถึงป่าอิสิปตนมฤคทายวัน ได้พบพระพุทธองค์ ซึ่งทรงแสดงฤทธิ์มิให้เศรษฐีเห็นยสกุลบุตร แล้วได้แสดงธรรมโปรด จนกระทั่งเศรษฐีเกิดดวงตาเห็นธรรมบรรลุโสดาปัตติผล บังเกิดความเลื่อมใสประกาศตนว่าเป็นอุบาสกผู้ถึงสรณะทั้งสาม นับเป็นอุบาสกผู้ถึงสรณะ ๓เป็นคนแรกในโลก.ส่วนยสกุลบุตรเมื่อจบพระธรรมเทศนาก็บรรลุพระอรหัต จากนั้นพระผู้มีพระภาคเจ้าจึงทรงบันดาลให้ท่านเศรษฐีเห็นพระยสกุลบุตร และชี้แจงจนท่านเศรษฐีเห็นชอบให้ยสกุลบุตรได้บวช และได้นิมนต์พระผู้มีพระภาคเจ้าเพื่อเสวยภัตตาหารในวันรุ่งขึ้น เมื่อเศรษฐีคฤหบดีกลับไปไม่นาน ยสกุลบุตรก็ทูลขอบรรพชาต่อพระผู้มีพระภาคเจ้า พระองค์จึงทรงโปรดให้ยสกุลบุตรได้บวชด้วยวิธีเอหิภิกขุอุปสัมปทา โดยพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า จงเป็นภิกษุมาเถิด แล้วได้ตรัสว่า ธรรมเรากล่าวไว้ดีแล้ว จงประพฤติพรหมจรรย์ เพื่อทำที่สุดแห่งทุกข์โดยชอบเถิด พระวาจานั้นแลได้เป็นอุปสมบทของท่านผู้มีอายุนั้น.

วันรุ่งขึ้น เวลาเช้า พระผู้มีพระภาคทรงเสด็จพร้อมด้วยท่านพระยสไปยังเรือนของท่านเศรษฐีผู้คหบดี ครั้นถึงแล้วจึงทรงเทศนาโปรดนางสุชาดาและภรรยาเก่าของท่านพระยส เมื่อจบพระธรรมเทศนาท่านทั้งสองก็บรรลุโสดาบัน ประกาศตนเป็นอุบาสิกาผู้ถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะ นับเป็นอุบาสิกาคู่แรกของโลกที่กล่าวอ้างพระรัตนตรัยเป็นชุดแรกในโลก ครั้งนั้น มารดาบิดาและภรรยาเก่าของท่านพระยสได้อังคาสพระผู้มีพระภาคและท่านพระยส ด้วยขาทนียโภชนียาหารอันประณีตด้วยมือของตนๆ จนให้ห้ามภัต ทรงนำพระหัตถ์ออกจากบาตรแล้ว จึงนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ขณะนั้น พระผู้มีพระภาคทรงชี้แจงให้มารดาบิดา และภรรยาเก่าของท่านพระยส เห็นแจ้ง สมาทาน อาจหาญ ร่าเริง ด้วยธรรมีกถาแล้วเสด็จลุกจากอาสนะกลับไป.

สหายคฤหัสถ์ ๔ คนของพระยสออกบรรพชา

สหายคฤหัสถ์ ๔ คนของท่านพระยส คือ วิมล ๑ สุพาหุ ๑ ปุณณชิ ๑ ควัมปติ ๑ ซึ่งเป็นบุตรของสกุลเศรษฐีสืบๆ มา ในพระนครพาราณสี ได้ทราบข่าวว่า ยสกุลบุตรปลงผมและหนวด นุ่งห่มผ้ากาสายะ ออกจากเรือน บวชเป็นบรรพชิตแล้ว ครั้นทราบดังนั้นแล้วได้ดำริว่า ธรรมวินัยและบรรพชาที่ยสกุลบุตรที่กระทำลงไปนั้น คงไม่ต่ำทรามแน่นอน ดังนี้ จึงพากันเข้าไปหาท่านพระยส ท่านจึงพาสหายคฤหัสถ์ทั้ง ๔ นั้น เข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาคกราบทูลว่า ขอพระผู้มีพระภาคโปรดประทานโอวาทสั่งสอนสหายของข้าพระองค์เหล่านี้.

พระผู้มีพระภาคทรงแสดงอนุปุพพิกถาแก่พวกเขา คือ ทรงประกาศทานกถา สีลกถา สัคคกถา โทษ ความต่ำทรามและความเศร้าหมองของกามทั้งหลาย? และอานิสงส์ในการออกจากกาม เมื่อพระผู้มีพระภาคทรงทราบว่า พวกเขามีจิตสงบ มีจิตอ่อน มีจิตปลอดจากนิวรณ์ มีจิตเบิกบาน มีจิตผ่องใสแล้ว จึงทรงประกาศพระธรรมเทศนาที่พระพุทธเจ้าทั้งหลายทรงยกขึ้นแสดงด้วยพระองค์เอง คือ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค ดวงตาเห็นธรรมปราศจากธุลี ปราศจากมลทิน ว่า สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นทั้งมวลมีความดับเป็นธรรมดา ได้เกิดแก่พวกเขา พวกเขาก็บรรลุโสดาบัน ณ ที่นั่งนั้นเอง จากนั้นท่านทั้ง ๔ จึงได้ทูลขอบบรรพชา อุปสมบทต่อพระผู้มีพระภาค.พระผู้มีพระภาคจึงทรงโปรดประทานเอหิภิกขุอุปสัมปทาแก่ท่านทั้ง ๔ โดยทรงตรัสว่า พวกเธอจงเป็นภิกษุมาเถิด ดังนี้ แล้วได้ตรัสต่อไปว่า ธรรมอันเรากล่าวดีแล้ว พวกเธอจงประพฤติพรหมจรรย์ เพื่อทำที่สุดทุกข์โดยชอบเถิด.

พระวาจานั้นแล ได้เป็นอุปสมบทของท่านทั้ง ๔ เหล่านั้น.

ต่อมา พระผู้มีพระภาคทรงประทานโอวาทสั่งสอนภิกษุเหล่านั้นด้วยธรรมีกถา เมื่อจบพระธรรมเทศนา จิตของภิกษุเหล่านั้น พ้นแล้วจากอาสวะทั้งหลาย เพราะไม่ถือมั่น.บรรลุเป็นพระอรหันต์

สมัยนั้น จึงมีพระอรหันต์เกิดขึ้นในโลก ๑๑ องค์..

สหายคฤหัสถ์ ๕๐ คน ของพระยสออกบรรพชา

สหายคฤหัสถ์ของท่านพระยส เป็นชาวชนบทจำนวน ๕๐ คน เป็นบุตรของสกุลเก่าสืบๆ กันมา ได้ทราบข่าวว่า ยสกุลบุตร ปลงผมและหนวด นุ่งห่มผ้ากาสายะ ออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิตแล้ว? ครั้นทราบดังนั้นแล้วได้ดำริว่า ธรรมวินัยและบรรพชาที่ยสกุลบุตรที่กระทำลงไปนั้น คงไม่ต่ำทรามแน่นอน ดังนี้ จึงพากันเข้าไปหาท่านพระยส ท่านจึงพาสหายคฤหัสถ์ทั้ง ๕๐ นั้น เข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาคกราบทูลว่า ขอพระผู้มีพระภาคโปรดประทานโอวาทสั่งสอนสหายของข้าพระองค์เหล่านี้..

พระผู้มีพระภาคทรงแสดงอนุปุพพิกถาแก่พวกเขา คือ ทรงประกาศทานกถา สีลกถา สัคคกถา โทษ ความต่ำทรามและความเศร้าหมองของกามทั้งหลาย? และอานิสงส์ในการออกจากกาม เมื่อพระผู้มีพระภาคทรงทราบว่า พวกเขามีจิตสงบ มีจิตอ่อน มีจิตปลอดจากนิวรณ์ มีจิตเบิกบาน มีจิตผ่องใสแล้ว จึงทรงประกาศพระธรรมเทศนาที่พระพุทธเจ้าทั้งหลายทรงยกขึ้นแสดงด้วยพระองค์เอง คือ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค ดวงตาเห็นธรรมปราศจากธุลี ปราศจากมลทิน ว่า สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นทั้งมวลมีความดับเป็นธรรมดา ได้เกิดแก่พวกเขา พวกเขาก็บรรลุโสดาบัน ณ ที่นั่งนั้นเอง จากนั้นท่านทั้ง ๕๐ จึงได้ทูลขอบบรรพชา อุปสมบทต่อพระผู้มีพระภาค.พระผู้มีพระภาคจึงทรงโปรดประทานเอหิภิกขุอุปสัมปทาแก่ท่านทั้ง ๕๐ โดยทรงตรัสว่า พวกเธอจงเป็นภิกษุมาเถิด ดังนี้ แล้วได้ตรัสต่อไปว่า ธรรมอันเรากล่าวดีแล้ว พวกเธอจงประพฤติพรหมจรรย์ เพื่อทำที่สุดทุกข์โดยชอบเถิด.

พระวาจานั้นแล ได้เป็นอุปสมบทของท่านทั้ง ๕๐ เหล่านั้น.

ต่อมา พระผู้มีพระภาคทรงประทานโอวาทสั่งสอนภิกษุเหล่านั้นด้วยธรรมีกถา เมื่อจบพระธรรมเทศนา จิตของภิกษุเหล่านั้น พ้นแล้วจากอาสวะทั้งหลาย เพราะไม่ถือมั่น.บรรลุเป็นพระอรหันต์.

สมัยนั้น จึงมีพระอรหันต์เกิดขึ้นในโลก ๖๑ องค์.

บุรพกรรมของชน ๕๕ คนมียสกุลบุตรเป็นต้น

วันหนึ่งพระศาสดา ทรงประชุมพระสาวกที่พระเวฬุวัน ทรงประทานตำแหน่งพระอัครสาวกแก่พระเถระทั้งสองแล้วทรง แสดงพระปาติโมกข์ เหล่าภิกษุบางพวกจึงกล่าวติเตียนว่า

พระศาสดา ประทานตำแหน่งแก่พระอัครสาวกทั้งสองโดยเห็นแก่หน้า พระองค์เมื่อจะประทานตำแหน่งอัครสาวก ควรประทานแก่พระปัญจวัคคีย์ผู้บวชเป็นพวกแรกสุด พ้นจากพระปัญจวัคคีย์เหล่านั้น ก็ควรประทานแก่ภิกษุ ๕๕ รูป มีพระยสเถระเป็นประมุข พ้นจากภิกษุเหล่านั้น ก็ควรประทานแก่พระพวกภัทรวัคคีย์ พ้นจากภิกษุเหล่านั้น? ก็ควรประทานแก่ภิกษุ ๓ พี่น้อง มีพระอุรุเวลกัสสปะเป็นต้น แต่พระ ศาสดาทรงละเลยภิกษุเหล่านั้นทั้งหมด เมื่อจะประทานตำแหน่งอัครสาวก ก็ทรงเลือกหน้า ประทานแก่ผู้บวชภายหลังเขาเหล่านั้น

พระศาสดาตรัสถามภิกษุทั้งหลายถึงเรื่องที่พวกภิกษุเหล่านั้นพูดกันอยู่ ภิกษุทั้งหลายทูลเรื่องที่ตนพูดกัน พระผู้มีพระภาคจึงตรัสว่า?“?ภิกษุทั้งหลาย เราหาเลือกหน้าให้ตำแหน่งแก่พวกภิกษุไม่ แต่เราให้ ตำแหน่งที่แต่ละคน ๆ ตั้งจิตปรารถนาไว้แต่ปางก่อนแล้ว ๆ นั่นแล?และพระศาสดาทรงเล่าถึงบุรพกรรมของชนเหล่านั้น โดยเล่าถึงบุรพกรรมของยสกุลบุตรและสหายอีก ๕๔ คนไว้ดังนี้

กลุ่มพระยสกุลบุตรทั้ง ๕๕ คนนั้น เคยตั้งจิตปรารถนาพระอรหัต ไว้ในสำนักพระพุทธเจ้าพระองค์หนึ่ง และปฏิบัติทำกรรมที่เป็นบุญไว้เป็นอันมาก ครั้งหนึ่งในสมัยเมื่อพระพุทธเจ้ายังไม่อุบัติขึ้น เขาเหล่านั้นเป็นสหายกัน ร่วมเป็นพวกกันทำบุญโดยเที่ยวจัดแจงศพคนไร้ที่พึ่ง วันหนึ่ง พวกเขาพบศพหญิงตายทั้งกลม จึงตกลงกันว่าจะเผาเสีย จึงนำศพนั้นไปป่าช้า เมื่อนำศพมาถึงป่าช้าแล้ว ยสกุลบุตรกับเพื่อนอีก ๔ คน จึงอยู่ที่ป่าช้านั้นเพื่อจัดการเผาศพ ส่วนเพื่อนที่เหลืออีก ๕๐ คนก็กลับไป

ในขณะที่ทำการเผาศพหญิงตายทั้งกลมอยู่นั้น ยสกุลบุตรได้ใช้หลาวเขี่ยศพนั้นเพื่อพลิกศพกลับไปกลับมาให้โดนไฟทั่ว ๆ ขณะที่เอาไม้เขี่ยร่างศพอยู่นั้นก็ได้พิจารณาศพที่ถูกเผา ได้อสุภสัญญาแล้ว เขาจึงแสดงอสุภสัญญาแก่สหายอีก ๔ คนนั้นว่า?“?นี่เพื่อน ท่านจงดูศพนี้ มีหนังลอกแล้วในที่นั้น ๆ ดุจรูปโคด่าง ไม่สะอาด เหม็น น่าเกลียด?”?สหายทั้ง ๔ คนนั้นก็ได้อสุภสัญญาในศพนั้น แล้วคนทั้ง ๕ นั้นเมื่อเผาศพเสร็จแล้วจึงได้นำอสุภสัญญาที่ปรากฏแก่ตนนั้น ไปบอกแก่สหายที่เหลือ ส่วนยสกุลบุตรนั้นเมื่อกลับถึงเรือนแล้วก็ได้บอกแก่มารดาบิดาและภรรยา คนทั้งหมดนั้นก็เจริญอสุภสัญญาแล้ว

นี้เป็นบุพกรรมของคน ๕๕ คน มียสกุลบุตรเป็นต้นนั้น เพราะฉะนั้นในสมัยปัจจุบัน ความที่เห็นว่าในเรือนของตน ที่เกลื่อนไปด้วยด้วยสตรีเป็นดุจป่าช้าจึงเกิดแก่ยสกุลบุตร และด้วยอุปนิสัยสมบัติแห่งอสุภสัญญาที่เคยได้มานั้น การบรรลุคุณวิเศษจึงเกิดขึ้นแก่พวกเขาทั้งหมด คนเหล่านี้ได้รับผลที่ตนปรารถนาแล้วเหมือนกัน ด้วยประการอย่างนี้ หาใช่พระบรมศาสดาเลือกหน้าแต่งตั้งให้ไม่



 

ความคิดเห็นของคุณ

BBCODES_BOLDBBCODES_ITALICBBCODES_UNDERLINEBBCODES_STRIKETHROUGHBBCODES_SUBSCRIPTBBCODES_SUPERSCRIPTBBCODES_EMAILBBCODES_IMAGEBBCODES_URLBBCODES_LISTBBCODES_ULISTBBCODES_QUOTEBBCODES_CODEBBCODES_CONTENTID
SMILEYS_VERY_HAPPYSMILEYS_SMILESMILEYS_WINKSMILEYS_SADSMILEYS_SURPRISEDSMILEYS_SHOCKEDSMILEYS_CONFUSEDSMILEYS_COOLSMILEYS_LAUGHINGSMILEYS_MADSMILEYS_RAZZSMILEYS_EMBARRASSEDSMILEYS_CRYINGSMILEYS_EVILSMILEYS_TWISTED_EVILSMILEYS_ROLLING_EYESSMILEYS_EXCLAMATIONSMILEYS_QUESTIONSMILEYS_IDEASMILEYS_ARROWSMILEYS_NEUTRALSMILEYS_MR_GREENSMILEYS_GEEKSMILEYS_UBER_GEEK
YOURALIAS:
ชื่อเรื่อง:
FULLTEXT:
Random Content

โอวาทหลวงพ่อวันนี้

คำพ่อสอน รู้ทุกข์

alt?

?

อริยสัจเขาสอน 2 อย่างเท่านั้น สำหรับอีกสองอย่าง ไม่มีใครเขาสอนหรอก

อย่างนิโรธะแปลว่าดับอันนี้มันตัวผล ไม่ต้องสอน มันถึงเอง

มรรคคือปฏิปทา เข้าถึงความดับทุกข์ มันก็ทรงอยู่แล้ว

คือ ศีล สมาธิ ปัญญา นี่อริยสัจ เข้าตัดสองตัว

คือ ทุกข์กับสมุทัยนี่เท่านั้น

หลวงพ่อพระราชพรหมยาน วัดท่าซุง


?


รวมโอวาทหลวงพ่อวันนี้

ค้นหาบทความทุกหมวด

รวมบทความน่าสนใจ

พระพุทโธเกิดจากใจ หลวงปู่ตื้อ อจลธมฺโม
อาทิตย์, 04 ตุลาคม 2009
? ? พระพุทโธเกิดจากใจ ? พระธรรมเทศนา ของหลวงปู่ตื้อ อจลธมฺโม กัณฑ์ที่ ๕ (ในงานฉลองปี ๒๕๐๐ วัดอโศการาม สมุทรปราการ) (ต้นเทปขาดหายไป)... หูก็พระธรรม วิญญาณจมูกก็พระธรรม วิญญาณลิ้น ก็พระธรรม วิญญาณ กายก็พระธรรม วิญญาณใจก็พระธรรม ใจ นั่นแหละ ใจนะเป็นพระธรรม ทำดีก็ใจของเรานี่ แหละ ถ้าทำไม่ดี ก็ใจของเรานี้แหละ ในใจของเรานี้ ขณะมันเป็นบาป ฆ่าคนก็ได้ ฆ่าควายก็ได้ ... อ่านเพิ่มเติม...
นิพพานไม่สูญ ประสบการณ์โลกทิพย์ ในการออกธุดงค์ของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต (ตอนที่ ๗)
พุธ, 16 ธันวาคม 2009
ประสบการณ์โลกทิพย์ ในการออกธุดงค์ของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต (ตอนที่ ๗) นิพพานไม่สูญ ? การแปลความความแบบนี้ ก็เพื่อจะยืนยันความคิดนึกเดาเอาตามมติของตนเองว่า นิพพานคือภาวะดับสูญอย่างเด็ดขาด ซึ่งมีค่าเท่ากับที่ลัทธิศูนยวาท ว่าไว้ว่าไม่มีอะไร ๆ ก็หายสาปสูญไปหมด เรียกไม่รู้ กู่ไม่กลับ กู่ไม่กลับนั่นเอง นิพพานไม่ใช่แดนสูญอย่างที่เข้าใจกันเลย !... อ่านเพิ่มเติม...
จากบันทึก จริยาวัตร ของ พระครูธรรมานุกูล (ภู จนฺทเกสโร)
จันทร์, 19 กรกฏาคม 2010
จากบันทึก จริยาวัตร ของ พระครูธรรมานุกูล (ภู จนฺทเกสโร) จริยาวัตรซึ่งลูกศิษย์รุ่นสุดท้ายที่ได้อยู่ปรนนิบัติรับใช้ท่าน จนถึงบั้นปลายชีวิตได้บันทึกเรื่องราวของหลวงปู่ภูไว้โดยละเอียดเกี่ยวกับ การเดินทางธุดงค์ และการสร้างอิทธิวัตถุมงคลต่างๆ ของท่านไว้สมบูรณ์ที่สุด ผมจะขอนำมากล่าวไว้เพื่อเป็นเกียรติประวัติแด่ท่าน ณ ที่นี้... อ่านเพิ่มเติม...
คาถาพระปัจเจกโพธิ์โปรดสัตว์
ศุกร์, 05 มิถุนายน 2009
คาถาพระปัจเจกโพธิ์โปรดสัตว์ ตั้ง "นะโม" ๓ จบ พระคาถาบทนำว่าครั้งเดียวพุทธะ มะอะอุ นะโมพุทธายะ ?พระคาถาพระปัจเจกโพธิ์โปรดสัตว์ ว่าดังนี้"วิระทะโย วิระโคนายัง วิระหิงสา วิระทาสี วิระทาสา วิระอิตถิโย พุทธัสสะ มานีมามะ พุทธัสสะ สวาโหม" (อ่านว่า สะหวา - โหม) พระคาถาของพระปัจเจกโพธิ์นี้ ท่านพระครูวิหารกิจจานุการ (หลวงพ่อปาน)... อ่านเพิ่มเติม...
รอย แห่งบาป
จันทร์, 19 เมษายน 2010
?รอย แห่งบาป ชนบทแห่งหนึ่งที่ความเจริญทางด้านวัตถุยังไปไม่ถึง แต่ทางด้านจิตใจดีงามมากกว่าคนในเมืองที่มีความเจริญมากมาย นัก ไม่มีการหลอกลวง ไม่เห็นแก่ตัว มีความช่วยเหลือกัน โดยไม่เลือกชั้นวรรณะ มีอะไรก็แบ่งปันกันกิน ของกันใช้ เรียกว่าอยู่กันแบบพี่ ๆ น้อง ๆความเป็นอยู่ถึงจะไม่ดีนัก แต่ก็มีความสุขดีตามอัตภาพ แต่ไม่ว่าที่ไหน ไม่ว่าที่เจริญ... อ่านเพิ่มเติม...
ทบทวนวิธีการปฏิบัติ
เสาร์, 03 เมษายน 2010
ทบทวนวิธีการปฏิบัติ สำหรับ วันนี้บรรดาท่านพุทธบริษัททั้งหลาย ได้พากันสมาทานพระรัตนตรัยแล้ว ต่อไปขอได้โปรดตั้งใจศึกษาธรรมะปฏิบัติเพื่อความ สุขของจิตต่อไปสำหรับ การที่จะศึกษาต่อก็ขอทบทวนต้น เป็นการแนะนำตามวิธีการปฏิบัติที่แท้จริง เพราะการปฏิบัติพระกรรมฐาน จริง ๆ เขาทำกันได้เมื่อเริ่มใหม่ ๆ เขาจะทวนจากของเก่าไปก่อน ... อ่านเพิ่มเติม...
พระสูตร ติมพรุกขสูตร ว่าด้วย สุขและทุกข์
จันทร์, 29 มีนาคม 2010
?พระสูตร ติมพรุกขสูตร? ว่าด้วย สุขและทุกข์? [๕๓]?พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตพระนครสาวัตถี ครั้งนั้นแล ปริพาชกชื่อติมพรุกขะ เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ครั้นแล้วได้ปราศรัยกับพระผู้มีพระภาค ครั้นผ่านการปราศรัยพอให้ระลึกถึงกันไปแล้ว จึงนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ? ????? [๕๔]?ครั้นแล้ว... อ่านเพิ่มเติม...
โอวาท ชี้ทางไม่ตาย หลวงพ่อวัดปากน้ำ
พฤหัสบดี, 04 กุมภาพันธ์ 2010
? โอวาท ชี้ทางไม่ตาย ถอดความมาจากเทปบันทึกเสียง ของหลวงพ่อวัดปากน้ำ เมื่อวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๕๑ บัดนี้ท่านทั้งหลาย ที่พร้อมใจกันมา น้อมถึงพระอาจารย์ซึ่งกระทำกาลกิริยา ควรตัวตาย แต่ว่าไม่ตาย โดยไม่ตายรอดมาจนกระทั่งถึงบัดนี้ เมื่อรอดมากระทั่งถึงบัดนี้แล้ว ท่านทั้งหลายก็มีความดีใจว่า อาจารย์เรารอดมาจากความตายมาแล้ว... อ่านเพิ่มเติม...
หมอชีวกโกมารภัจจ์ เอตทัคคะในฝ่ายผู้เลื่อมใสในบุคคล
ศุกร์, 06 สิงหาคม 2010
? ? หมอชีวกโกมารภัจจ์ เอตทัคคะในฝ่ายผู้เลื่อมใสในบุคคล? ชีวกโกมารภัจ เป็นลูกของนางสาลวดี ซึ่งเป็นหญิงโสเภณีในเมืองราชคฤห์ธรรมดาหญิงโสเภณีจะไม่เลี้ยงลูกชาย เพราะช่วยสืบสายอาชีพไม่ได้ ดังนั้นเมื่อนางคลอดลูกออกมาแล้วรู้ว่าเป็นเพศชาย จึงให้สาวใช้นำลูกชายใส่กระด้ง ไปวางไว้ที่กองขยะ ? ? ? ? ?บ่ายวันนั้น อภัยราชกุมาร... อ่านเพิ่มเติม...
ประวัติหลวงพ่อปาน - หลวงพ่อปานออกธุดงค์ - เขาวงพระจันทร์
พุธ, 07 พฤศจิกายน 2012
เขาวงพระจันทร์ ฉันเป็นคนแก่ทะเล้นไม่ใคร่จะเดินตรงทาง จะเล่าเรื่องเขาวงพระจันทร์ก็แอบเอาอะไรต่อ มิอะไรมาแทรกเสียหลายวัน ลูกหลานรำคาญไหมจ๊ะ ถ้ารำคาญก็ไม่ต้องแก้อารมณ์ ปล่อยให้มันรำคาญไป และก็คิดเสียด้วยว่าโลกนี้ไม่มีอะไรเที่ยง เพียงแต่ตาฤาษีหัวล้านเล่านิทานยังเอาเที่ยงไม่ได้ แกว่าแกจะพูดตรงนี้แกก็ไพล่เอาอะไรมาว่าแทนเสียเป็นคุ้งเป็นแคว... อ่านเพิ่มเติม...
อดีตชาติขององค์สมเด็จพระสัมมาพระพุทธเจ้า ตอน "เต่าในครั้งนั้น ได้มาเป็นพระอานนท์ในบัดนี้ ส่วนช่างปั้นหม้อก็คือ เราตถาคต"
อาทิตย์, 25 เมษายน 2010
อดีตชาติขององค์สมเด็จพระสัมมาพระพุทธเจ้า ตอน "เต่าในครั้งนั้น ได้มาเป็นพระอานนท์ในบัดนี้ ส่วนช่างปั้นหม้อก็คือ เราตถาคต"? พระพุทธองค์เมื่อประทับอยู่ ณ พระเชตวัน มหาวิหาร ทรงเล่าถึงชายผู้รอดชีวิตจากอหิวาตกโรคคนหนึ่งว่า ที่กรุงสาวัตถี ครั้งหนึ่งได้เกิดโรคอหิวาต์ขึ้นในบ้านตระกูลหนึ่ง เมื่อไม่อาจจะรักษาโรคได้ บิดามารดาก็จึงสั่งแก่บุตรชายของตนว่า... อ่านเพิ่มเติม...
ความหลังครั้งหนึ่ง ตอนที่ ๑
จันทร์, 09 พฤศจิกายน 2009
? ความหลังครั้งหนึ่งตอนที่ ๑ ถ้า จะนับย้อนหลังจาก พ.ศ. ๒๕๐๓ ไปประมาณสิบกว่าปี ยังจำได้ คืนหนึ่งซึ่งข้าพเจ้าได้ทราบเรื่อง ราวของท่านผู้มีอายุผู้หนึ่ง เป็นเรื่องที่ออกจะพิสดารอยู่มาก คืนนั้นอยู่ในเดือนพฤศจิกายน เป็นคืน ข้างขึ้นเดือนหงาย เราเพื่อนๆ หลายคนได้ไปดูหนังที่ศาลาเฉลิมกรุง หนังเลิกตอนเที่ยงคืน เมื่อออก จากโรงหนังแล้ว... อ่านเพิ่มเติม...
พระธรรมเทศนา เรื่อง ตายแล้วฟื้น
อาทิตย์, 06 มิถุนายน 2010
? พระธรรมเทศนา เรื่อง ตายแล้วฟื้น ? โดย หลวงพ่อพระราชพรหมยาน ? แสดงเมื่อ วันพุธที่ 30 มีนาคม 2519 ? นโม ตัสสะ ภควโต อรหโต สัมมาสัมพุทธัสสะ ( 3 จบ) ? อัตตา หิ อัตตโน นาโถ โก หิ นาโถ ปโร สิยา ?อัตตนา หิ สุทันเตนะ นาถึง ลภติ ทุลลภังติ ณ โอกาสบัดนี้ อาตมาภาพจะแหสงพระสัทธรรมเทศนาในอัตตนาคาถา เพื่อเป็นเครื่องโสรจสรงองค์ศรัทธาบารมี ที่บรรดาท่านนริศราทานบดีทั้งหลาย... อ่านเพิ่มเติม...
สิ่งที่เป็นเกาะ เป็นที่พึ่งของตน
อังคาร, 21 สิงหาคม 2012
กัณฑ์ที่ ๔ สิ่งที่เป็นเกาะ เป็นที่พึ่งของตน? วันที่ ๑๓ กันยายน ๒๔๙๖ นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส??? นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส? นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส? อตฺตทีปา? อตฺตสรณา นาญฺญสฺสรณา? ธมฺมทีปา? ธมฺมสฺสรณา นาญฺญสฺสรณาติ ฯ ? ??????????????? ณ บัดนี้ อาตมภาพจักได้แสดงธรรมิกถา แก้ด้วยสิ่งที่เป็นเกาะและสิ่งที่เป็นที่พึ่งของตน... อ่านเพิ่มเติม...
ประวัติ หลวงปู่เจี๊ยะ จุนฺโท ต่อ
พฤหัสบดี, 01 ตุลาคม 2009
? ? ประวัติ หลวงปู่เจี๊ยะ จุนฺโท ต่อ เดินทางสู่เชียงใหม่ พัก อยู่ที่กรุงเทพฯประมาณ ๒๐ วัน ขึ้นรถไฟเดินทางไปที่เชียงใหม่ ถึงเชียงใหม่แล้วนั่งสามล้อต่อ ไปที่วัดเจดีย์หลวง พักอยู่ที่วัดเจดีย์หลวงประมาณ ๔ วันตอนออกเดินทางมาจากกรุงเทพฯ มีปัจจัยอยู่เพียง ๗ บาท จ่ายค่ารถ จ่ายค่าสามล้อหมดพอดี ไปพักอยู่วัดเจดีย์หลวง ได้ พบกับพระมหาเสงี่ยม... อ่านเพิ่มเติม...