Get Adobe Flash player
(1 VOTITALY_VOTE, VOTITALY_AVERAGE: 5.00 VOTITALY_OUTOF)
User Rating: / 1
แย่ดีที่สุด 
ดัชนีบทความ
ประวัติพระควัมปติเถระ ..พระอรหันต์องค์ที่ ๑๐ ของโลก
พระเถระแสดงฤทธิ์หยุดกระแสน้ำ
ทุกหน้า

alt

ประวัติพระควัมปติเถระ

???????????? พระควัมปติเถระ?เป็นหนึ่งในพระมหาเถระลำดับแรก ๆ ของพระพุทธเจ้า ซึ่งได้รับการบรรพชาโดยวิธีเอหิภิกขุอุปสัมปทา โดยได้รับการบวช จากพระบรมศาสดา ต่อจากพระยสเถระ ถ้าถือตามลำดับชื่อที่ปรากฏในพระบาลีท่านก็เป็นพระอรหันต์องค์ที่ ๑๐ ของโลก

พระเถระรูปนี้ ก็ได้เคยบำเพ็ญกุศลมาแล้ว ในพระพุทธเจ้าพระองค์ ก่อนๆ ได้สั่งสมบุญอันเป็นอุปนิสัยแห่งพระนิพพานไว้เป็นอันมากในภพนั้นๆ ดังนี้

บุรพกรรมในสมัยพระสิขีพุทธเจ้า

ในกัปที่ ๓๑ แต่ภัทรกัปนี้ ท่านเกิดเป็นพรานเนื้อเที่ยวอยู่ในป่า ได้พบท่านได้เห็นพระพุทธเจ้า ทรงพระนามว่า สิขี แล้วบังเกิดมีใจเลื่อมใส จึงได้ทำการบูชาพระบรมศาสดาพระองค์นั้นด้วยดอกอัญชันเขียว ด้วยบุญกรรมนั้น เมื่อท่านสิ้นชีวิตแล้วก็ไปบังเกิดในเทวโลก

บุรพกรรมในสมัยพระโกนาคมนพุทธเจ้า

ในสมัยของพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่า โกนาคมนะ ท่านได้กระทำบุญไว้มากอย่าง เช่นให้สร้างฉัตร และไพรที ไว้บนเจดีย์ของพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น

บุรพกรรมในสมัยพระกัสสปพุทธเจ้า

ในกาลของพระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงพระนามว่า กัสสปะ ท่านก็บังเกิดในเรือนมีตระกูลแห่งหนึ่ง ตระกูลนั้นได้มีฝูงโคเป็นอันมาก จึงต้องมีพวกนายโคบาลก็เฝ้ารักษาฝูงโคนั้น มาณพผู้เป็นนายผู้นี้ก็ต้องเที่ยวตรวจดูการทำงานที่พวกนายโคบายทั้งหลายทำอยู่ วันหนึ่งขณะที่ออกตรวจงานอยู่นั้น ท่านก็ได้เห็นพระเถระผู้ขีณาสพรูปหนึ่ง ซึ่งเที่ยวบิณฑบาตในหมู่บ้าน แล้วทำภัตกิจอยู่นอกหมู่บ้าน ณ บริเวณแห่งหนึ่งทุก ๆ วัน ท่านเกรงว่า พระคุณเจ้าคงจะลำบากเพราะความร้อนของแดด จึงให้สร้างมณฑปด้วยไม้ซึกถวายแก่ท่านพระขีณาสพรูปนั้น อรรถกถาบางเล่มกล่าวว่า ท่านปลูกต้นซึกไว้ใกล้มณฑป พระเถระจึงนั่งใต้ต้นซึกนั้นทุก ๆ วันเพื่อจะ อนุเคราะห์เขา.

ด้วยบุญกรรมนั้น เขาจุติจากมนุษยโลกนั้นแล้ว บังเกิดในวิมานชั้น จาตุมหาราชิกะ ใกล้ประตูวิมานก็บังเกิดป่าไม้ซึกใหญ่อันระบุถึงกรรมเก่าของเขา และมีดอกไม้ประเภทอื่นอื่นที่เต็มไปด้วยสีและกลิ่น เข้าไปช่วยเสริมความงามทุกฤดูกาล ด้วยเหตุนั้น วิมานนั้นจึงปรากฏนามว่า "เสรีสกวิมาน" เทวบุตรนั้นท่องเที่ยว ไปในเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย ตลอดพุทธันดรหนึ่ง

กำเนิดเป็นควัมปติมาณพในสมัยพระสมณโคดมพุทธเจ้า

ในพุทธุปบาทกาลนี้ ท่านเกิดเป็นบุตรของสกุลเศรษฐีสืบๆ มา ในพระนครพาราณสี มีชื่อว่า ควัมปติ เป็นหนึ่งในบรรดาสหายผู้เป็นคฤหัสถ์ทั้ง ๔ ของ ยสกุลบุตรผู้ เป็นบุตรของนางสุชาดา ผู้ถวายข้าวปายาส ผสมน้ำนมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าในเช้าวันวิสาขปุรณมี เมื่อครั้งพระพุทธองค์ทรงตัดสินพระทัยเลิกกระทำทุกรกิริยา และในคืนนั้นก็ทรงบรรลุพระโพธิญาณเป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ครั้นเมื่อวันหนึ่งยสกุลบุตรแลเห็นเหล่านางผู้เป็นบริวารนอนเกลื่อนกลาดอยู่บนเรือน ประกอบไปด้วยกิริยาอันไม่น่าดู น่าเกลียดเหมือนซากศพในป่าช้า บังเกิดความเบื่อหน่ายเปล่งอุทานว่า ผู้เจริญทั้งหลาย ที่นี่วุ่นวายหนอ ผู้เจริญทั้งหลาย ที่นี่ขัดข้องหนอ.จึงได้เดินเข้าไปยังป่าอิสิปตนมฤคทายวัน และได้พบพระผู้มีพระภาคเจ้าซึ่งได้ตรัสกับยสกุลบุตรนั้นว่า ยสะ ที่นี่แลไม่วุ่นวาย ที่นี่ไม่ขัดข้อง ยสะ เธอจงมานั่งเถิด เราจักแสดงธรรม ให้เธอฟัง ครั้นจบพระธรรมเทศนาแล้ว ยสกุลบุตรก็บรรลุโสดาบัน

ในวันรุ่งขึ้นเมื่อเศรษฐีบิดาของยสกุลบุตรออกมาตามบุตรที่หายไปจากบ้าน มาถึงป่าอิสิปตนมฤคทายวัน ได้พบพระพุทธองค์ ซึ่งทรงแสดงฤทธิ์มิให้เศรษฐีเห็นยสกุลบุตร แล้วได้แสดงธรรมโปรด จนกระทั่งเศรษฐีเกิดดวงตาเห็นธรรมบรรลุโสดาปัตติผล บังเกิดความเลื่อมใสประกาศตนว่าเป็นอุบาสกผู้ถึงสรณะทั้งสาม นับเป็นอุบาสกผู้ถึงสรณะ ๓เป็นคนแรกในโลก.ส่วนยสกุลบุตรเมื่อจบพระธรรมเทศนาก็บรรลุพระอรหัต จากนั้นพระผู้มีพระภาคเจ้าจึงทรงบันดาลให้ท่านเศรษฐีเห็นพระยสกุลบุตร และชี้แจงจนท่านเศรษฐีเห็นชอบให้ยสกุลบุตรได้บวช และได้นิมนต์พระผู้มีพระภาคเจ้าเพื่อเสวยภัตตาหารในวันรุ่งขึ้น เมื่อเศรษฐีคฤหบดีกลับไปไม่นาน ยสกุลบุตรก็ทูลขอบรรพชาต่อพระผู้มีพระภาคเจ้า พระองค์จึงทรงโปรดให้ยสกุลบุตรได้บวชด้วยวิธีเอหิภิกขุอุปสัมปทา โดยพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า จงเป็นภิกษุมาเถิด แล้วได้ตรัสว่า ธรรมเรากล่าวไว้ดีแล้ว จงประพฤติพรหมจรรย์ เพื่อทำที่สุดแห่งทุกข์โดยชอบเถิด พระวาจานั้นแลได้เป็นอุปสมบทของท่านผู้มีอายุนั้น.

วันรุ่งขึ้น เวลาเช้า พระผู้มีพระภาคทรงเสด็จพร้อมด้วยท่านพระยสไปยังเรือนของท่านเศรษฐีผู้คหบดี ครั้นถึงแล้วจึงทรงเทศนาโปรดนางสุชาดาและภรรยาเก่าของท่านพระยส เมื่อจบพระธรรมเทศนาท่านทั้งสองก็บรรลุโสดาบัน ประกาศตนเป็นอุบาสิกาผู้ถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะ นับเป็นอุบาสิกาคู่แรกของโลกที่กล่าวอ้างพระรัตนตรัยเป็นชุดแรกในโลก ครั้งนั้น มารดาบิดาและภรรยาเก่าของท่านพระยสได้อังคาสพระผู้มีพระภาคและท่านพระยส ด้วยขาทนียโภชนียาหารอันประณีตด้วยมือของตนๆ จนให้ห้ามภัต ทรงนำพระหัตถ์ออกจากบาตรแล้ว จึงนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ขณะนั้น พระผู้มีพระภาคทรงชี้แจงให้มารดาบิดา และภรรยาเก่าของท่านพระยส เห็นแจ้ง สมาทาน อาจหาญ ร่าเริง ด้วยธรรมีกถาแล้วเสด็จลุกจากอาสนะกลับไป.

สหายคฤหัสถ์ ๔ คนของพระยสออกบรรพชา

สหายคฤหัสถ์ ๔ คนของท่านพระยส คือ วิมล ๑ สุพาหุ ๑ ปุณณชิ ๑ ควัมปติ ๑ ซึ่งเป็นบุตรของสกุลเศรษฐีสืบๆ มา ในพระนครพาราณสี ได้ทราบข่าวว่า ยสกุลบุตรปลงผมและหนวด นุ่งห่มผ้ากาสายะ ออกจากเรือน บวชเป็นบรรพชิตแล้ว ครั้นทราบดังนั้นแล้วได้ดำริว่า ธรรมวินัยและบรรพชาที่ยสกุลบุตรที่กระทำลงไปนั้น คงไม่ต่ำทรามแน่นอน ดังนี้ จึงพากันเข้าไปหาท่านพระยส ท่านจึงพาสหายคฤหัสถ์ทั้ง ๔ นั้น เข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาคกราบทูลว่า ขอพระผู้มีพระภาคโปรดประทานโอวาทสั่งสอนสหายของข้าพระองค์เหล่านี้.

พระผู้มีพระภาคทรงแสดงอนุปุพพิกถาแก่พวกเขา คือ ทรงประกาศทานกถา สีลกถา สัคคกถา โทษ ความต่ำทรามและความเศร้าหมองของกามทั้งหลาย? และอานิสงส์ในการออกจากกาม เมื่อพระผู้มีพระภาคทรงทราบว่า พวกเขามีจิตสงบ มีจิตอ่อน มีจิตปลอดจากนิวรณ์ มีจิตเบิกบาน มีจิตผ่องใสแล้ว จึงทรงประกาศพระธรรมเทศนาที่พระพุทธเจ้าทั้งหลายทรงยกขึ้นแสดงด้วยพระองค์เอง คือ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค ดวงตาเห็นธรรมปราศจากธุลี ปราศจากมลทิน ว่า สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นทั้งมวลมีความดับเป็นธรรมดา ได้เกิดแก่พวกเขา พวกเขาก็บรรลุโสดาบัน ณ ที่นั่งนั้นเอง จากนั้นท่านทั้ง ๔ จึงได้ทูลขอบบรรพชา อุปสมบทต่อพระผู้มีพระภาค.พระผู้มีพระภาคจึงทรงโปรดประทานเอหิภิกขุอุปสัมปทาแก่ท่านทั้ง ๔ โดยทรงตรัสว่า พวกเธอจงเป็นภิกษุมาเถิด ดังนี้ แล้วได้ตรัสต่อไปว่า ธรรมอันเรากล่าวดีแล้ว พวกเธอจงประพฤติพรหมจรรย์ เพื่อทำที่สุดทุกข์โดยชอบเถิด.

พระวาจานั้นแล ได้เป็นอุปสมบทของท่านทั้ง ๔ เหล่านั้น.

ต่อมา พระผู้มีพระภาคทรงประทานโอวาทสั่งสอนภิกษุเหล่านั้นด้วยธรรมีกถา เมื่อจบพระธรรมเทศนา จิตของภิกษุเหล่านั้น พ้นแล้วจากอาสวะทั้งหลาย เพราะไม่ถือมั่น.บรรลุเป็นพระอรหันต์

สมัยนั้น จึงมีพระอรหันต์เกิดขึ้นในโลก ๑๑ องค์..

สหายคฤหัสถ์ ๕๐ คน ของพระยสออกบรรพชา

สหายคฤหัสถ์ของท่านพระยส เป็นชาวชนบทจำนวน ๕๐ คน เป็นบุตรของสกุลเก่าสืบๆ กันมา ได้ทราบข่าวว่า ยสกุลบุตร ปลงผมและหนวด นุ่งห่มผ้ากาสายะ ออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิตแล้ว? ครั้นทราบดังนั้นแล้วได้ดำริว่า ธรรมวินัยและบรรพชาที่ยสกุลบุตรที่กระทำลงไปนั้น คงไม่ต่ำทรามแน่นอน ดังนี้ จึงพากันเข้าไปหาท่านพระยส ท่านจึงพาสหายคฤหัสถ์ทั้ง ๕๐ นั้น เข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาคกราบทูลว่า ขอพระผู้มีพระภาคโปรดประทานโอวาทสั่งสอนสหายของข้าพระองค์เหล่านี้..

พระผู้มีพระภาคทรงแสดงอนุปุพพิกถาแก่พวกเขา คือ ทรงประกาศทานกถา สีลกถา สัคคกถา โทษ ความต่ำทรามและความเศร้าหมองของกามทั้งหลาย? และอานิสงส์ในการออกจากกาม เมื่อพระผู้มีพระภาคทรงทราบว่า พวกเขามีจิตสงบ มีจิตอ่อน มีจิตปลอดจากนิวรณ์ มีจิตเบิกบาน มีจิตผ่องใสแล้ว จึงทรงประกาศพระธรรมเทศนาที่พระพุทธเจ้าทั้งหลายทรงยกขึ้นแสดงด้วยพระองค์เอง คือ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค ดวงตาเห็นธรรมปราศจากธุลี ปราศจากมลทิน ว่า สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นทั้งมวลมีความดับเป็นธรรมดา ได้เกิดแก่พวกเขา พวกเขาก็บรรลุโสดาบัน ณ ที่นั่งนั้นเอง จากนั้นท่านทั้ง ๕๐ จึงได้ทูลขอบบรรพชา อุปสมบทต่อพระผู้มีพระภาค.พระผู้มีพระภาคจึงทรงโปรดประทานเอหิภิกขุอุปสัมปทาแก่ท่านทั้ง ๕๐ โดยทรงตรัสว่า พวกเธอจงเป็นภิกษุมาเถิด ดังนี้ แล้วได้ตรัสต่อไปว่า ธรรมอันเรากล่าวดีแล้ว พวกเธอจงประพฤติพรหมจรรย์ เพื่อทำที่สุดทุกข์โดยชอบเถิด.

พระวาจานั้นแล ได้เป็นอุปสมบทของท่านทั้ง ๕๐ เหล่านั้น.

ต่อมา พระผู้มีพระภาคทรงประทานโอวาทสั่งสอนภิกษุเหล่านั้นด้วยธรรมีกถา เมื่อจบพระธรรมเทศนา จิตของภิกษุเหล่านั้น พ้นแล้วจากอาสวะทั้งหลาย เพราะไม่ถือมั่น.บรรลุเป็นพระอรหันต์.

สมัยนั้น จึงมีพระอรหันต์เกิดขึ้นในโลก ๖๑ องค์.

บุรพกรรมของชน ๕๕ คนมียสกุลบุตรเป็นต้น

วันหนึ่งพระศาสดา ทรงประชุมพระสาวกที่พระเวฬุวัน ทรงประทานตำแหน่งพระอัครสาวกแก่พระเถระทั้งสองแล้วทรง แสดงพระปาติโมกข์ เหล่าภิกษุบางพวกจึงกล่าวติเตียนว่า

พระศาสดา ประทานตำแหน่งแก่พระอัครสาวกทั้งสองโดยเห็นแก่หน้า พระองค์เมื่อจะประทานตำแหน่งอัครสาวก ควรประทานแก่พระปัญจวัคคีย์ผู้บวชเป็นพวกแรกสุด พ้นจากพระปัญจวัคคีย์เหล่านั้น ก็ควรประทานแก่ภิกษุ ๕๕ รูป มีพระยสเถระเป็นประมุข พ้นจากภิกษุเหล่านั้น ก็ควรประทานแก่พระพวกภัทรวัคคีย์ พ้นจากภิกษุเหล่านั้น? ก็ควรประทานแก่ภิกษุ ๓ พี่น้อง มีพระอุรุเวลกัสสปะเป็นต้น แต่พระ ศาสดาทรงละเลยภิกษุเหล่านั้นทั้งหมด เมื่อจะประทานตำแหน่งอัครสาวก ก็ทรงเลือกหน้า ประทานแก่ผู้บวชภายหลังเขาเหล่านั้น

พระศาสดาตรัสถามภิกษุทั้งหลายถึงเรื่องที่พวกภิกษุเหล่านั้นพูดกันอยู่ ภิกษุทั้งหลายทูลเรื่องที่ตนพูดกัน พระผู้มีพระภาคจึงตรัสว่า?“?ภิกษุทั้งหลาย เราหาเลือกหน้าให้ตำแหน่งแก่พวกภิกษุไม่ แต่เราให้ ตำแหน่งที่แต่ละคน ๆ ตั้งจิตปรารถนาไว้แต่ปางก่อนแล้ว ๆ นั่นแล?และพระศาสดาทรงเล่าถึงบุรพกรรมของชนเหล่านั้น โดยเล่าถึงบุรพกรรมของยสกุลบุตรและสหายอีก ๕๔ คนไว้ดังนี้

กลุ่มพระยสกุลบุตรทั้ง ๕๕ คนนั้น เคยตั้งจิตปรารถนาพระอรหัต ไว้ในสำนักพระพุทธเจ้าพระองค์หนึ่ง และปฏิบัติทำกรรมที่เป็นบุญไว้เป็นอันมาก ครั้งหนึ่งในสมัยเมื่อพระพุทธเจ้ายังไม่อุบัติขึ้น เขาเหล่านั้นเป็นสหายกัน ร่วมเป็นพวกกันทำบุญโดยเที่ยวจัดแจงศพคนไร้ที่พึ่ง วันหนึ่ง พวกเขาพบศพหญิงตายทั้งกลม จึงตกลงกันว่าจะเผาเสีย จึงนำศพนั้นไปป่าช้า เมื่อนำศพมาถึงป่าช้าแล้ว ยสกุลบุตรกับเพื่อนอีก ๔ คน จึงอยู่ที่ป่าช้านั้นเพื่อจัดการเผาศพ ส่วนเพื่อนที่เหลืออีก ๕๐ คนก็กลับไป

ในขณะที่ทำการเผาศพหญิงตายทั้งกลมอยู่นั้น ยสกุลบุตรได้ใช้หลาวเขี่ยศพนั้นเพื่อพลิกศพกลับไปกลับมาให้โดนไฟทั่ว ๆ ขณะที่เอาไม้เขี่ยร่างศพอยู่นั้นก็ได้พิจารณาศพที่ถูกเผา ได้อสุภสัญญาแล้ว เขาจึงแสดงอสุภสัญญาแก่สหายอีก ๔ คนนั้นว่า?“?นี่เพื่อน ท่านจงดูศพนี้ มีหนังลอกแล้วในที่นั้น ๆ ดุจรูปโคด่าง ไม่สะอาด เหม็น น่าเกลียด?”?สหายทั้ง ๔ คนนั้นก็ได้อสุภสัญญาในศพนั้น แล้วคนทั้ง ๕ นั้นเมื่อเผาศพเสร็จแล้วจึงได้นำอสุภสัญญาที่ปรากฏแก่ตนนั้น ไปบอกแก่สหายที่เหลือ ส่วนยสกุลบุตรนั้นเมื่อกลับถึงเรือนแล้วก็ได้บอกแก่มารดาบิดาและภรรยา คนทั้งหมดนั้นก็เจริญอสุภสัญญาแล้ว

นี้เป็นบุพกรรมของคน ๕๕ คน มียสกุลบุตรเป็นต้นนั้น เพราะฉะนั้นในสมัยปัจจุบัน ความที่เห็นว่าในเรือนของตน ที่เกลื่อนไปด้วยด้วยสตรีเป็นดุจป่าช้าจึงเกิดแก่ยสกุลบุตร และด้วยอุปนิสัยสมบัติแห่งอสุภสัญญาที่เคยได้มานั้น การบรรลุคุณวิเศษจึงเกิดขึ้นแก่พวกเขาทั้งหมด คนเหล่านี้ได้รับผลที่ตนปรารถนาแล้วเหมือนกัน ด้วยประการอย่างนี้ หาใช่พระบรมศาสดาเลือกหน้าแต่งตั้งให้ไม่



 

ความคิดเห็นของคุณ

BBCODES_BOLDBBCODES_ITALICBBCODES_UNDERLINEBBCODES_STRIKETHROUGHBBCODES_SUBSCRIPTBBCODES_SUPERSCRIPTBBCODES_EMAILBBCODES_IMAGEBBCODES_URLBBCODES_LISTBBCODES_ULISTBBCODES_QUOTEBBCODES_CODEBBCODES_CONTENTID
SMILEYS_VERY_HAPPYSMILEYS_SMILESMILEYS_WINKSMILEYS_SADSMILEYS_SURPRISEDSMILEYS_SHOCKEDSMILEYS_CONFUSEDSMILEYS_COOLSMILEYS_LAUGHINGSMILEYS_MADSMILEYS_RAZZSMILEYS_EMBARRASSEDSMILEYS_CRYINGSMILEYS_EVILSMILEYS_TWISTED_EVILSMILEYS_ROLLING_EYESSMILEYS_EXCLAMATIONSMILEYS_QUESTIONSMILEYS_IDEASMILEYS_ARROWSMILEYS_NEUTRALSMILEYS_MR_GREENSMILEYS_GEEKSMILEYS_UBER_GEEK
YOURALIAS:
ชื่อเรื่อง:
FULLTEXT:
Random Content

โอวาทหลวงพ่อวันนี้

ทรงอธิจิต

alt

ทรงอธิจิต คือทรงฌานดีนะ ฌานไม่เข้มแข็ง

?

ตัด 2 ตัวไม่ได้ กามฉันทะ กับ ปฏิฆะ นี่ตัดไม่ได้ เพราะฌานไม่เข้มแข็ง?

รวมโอวาทหลวงพ่อวันนี้

ค้นหาบทความทุกหมวด

รวมบทความน่าสนใจ

ความสามัคคี พระราชธรรมสุธี (พวง สุขินทริโย)
จันทร์, 16 สิงหาคม 2010
ความสามัคคี พระราชธรรมสุธี (พวง สุขินทริโย) วัดป่าใหม่นิคมพัฒนาราม (ก.ม.?17)?ต. กระจาย อ. ป่าติ้ว จ. ยโสธร นโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธ ธัสสะ (3 จบ) พหุง เวห สะระณัง ยันติ ปัพพตานิ วนานิจ อารามรุกขเจต ยานิ มนุสสา ภยตชชิตา ในภาษิตที่ได้ยกขึ้นในเบื้องต้นว่า พหุง เวห สะระณัง ยันติ คือที่พึ่งของมนุษย์นั้นมีหลายอย่างหลายประการ บางพวกถือเอาต้นไม้เป็นที่พึ่ง... อ่านเพิ่มเติม...
ประวัติ นางวิสาขา (มิคารมารดา) มหาอุบาสิกาเลิศในผู้ถวายทาน
ศุกร์, 05 พฤศจิกายน 2010
ประวัติ นางวิสาขา (มิคารมารดา) มหาอุบาสิกาเลิศในผู้ถวายทาน คัดลอกจากสารานุกรม พระไตรปิฎกฉบับธรรมทาน นางวิสาขา เป็นอุบาสิกาที่ประเสริฐผู้หนึ่งหาบุคคลเทียบได้ยาก นางเป็นแบบอย่างที่ดีสำหรับอุบาสิกาตราบจนถึงบัดนี้ ประวัติของนางมหาอุบาสิกาผู้นี้ มีเนื้อเรื่องอยู่ในพระไตรปิฎกและอรรถกถามากมาย ดังความย่อว่า บุพกรรมของมหาอุบาสิกาวิสาขา ดังได้สดับมา... อ่านเพิ่มเติม...
ประวัติหลวงพ่อปาน - อนุโมทนา
พฤหัสบดี, 12 กรกฏาคม 2012
? อนุโมทนา จาก หนังสือ?ประวัติหลวงพ่อปาน ? หนังสือประวัติหลวงพ่อปาน (ปาน โสนันโท) วัดบางนมโค อ. เสนา จ. พระนครศรีอยุธยา ที่ท่านกำลังอ่านอยู่นี้ อาตมาบันทึกด้วยเสียงเมื่อกำลังป่วยหนัก พ.ศ. ๒๕๑๕ อาการป่วยขณะนั้นคิดว่าจะไม่มีเวลามาคุยกับท่านทั้งหลายอีก ด้วยอาการเครียดมาก กินไม่ได้ ขนาดกินอะไรเข้าไปก็อาเจียนออกมาทันที... อ่านเพิ่มเติม...
อมตธรรม (หลวงปู่สุวัจน์ สุวโจ)
ศุกร์, 22 ตุลาคม 2010
อมตธรรม พระธรรมเทศนาโดยพระโพธิธรรมาจารย์เถร (หลวงปู่สุวัจน์ สุวโจ)? ? ??????? ต่อไปเป็นเวลาที่เราจะได้ปฏิบัติจิตตภาวนา สร้างกำลังศรัทธาของเรา ที่สามารถที่จะทำได้ การภาวนานั้นเป็น สิ่งที่สำคัญมาก ในการที่จะปฏิบัติ เพื่อให้ได้รับความสงบ เป็นเครื่องอบรมจิต ตามหลักธรรมคำสั่งสอนขององค์ สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพราะจิตของเรา ถ้าไม่ได้รับ? การอบรมแล้ว... อ่านเพิ่มเติม...
คติธรรม คำสอน.. ลูกรัก
พฤหัสบดี, 05 พฤศจิกายน 2009
คติธรรม คำสอน.. ลูกรัก ลูกรัก... ลูกจงอย่าสร้างภาระให้แก่ผู้อื่นลูกอย่าทำห้องนอน บ้านเรือนให้สกปรก ลูกจงเป็น คนมีระเบียบเรียบร้อยและที่สำคัญ...ลูกอย่าเอาเปรียบผู้อื่น เพราะจักเป็นบาปแก่ตัวของลูกเอง ลูกรัก... การมีน้ำใจต่อเพื่อนมนุษย์เป็นสิ่งสำคัญที่สุดในโลกยุคโลกาภิวัตน์นี้ ลูกมีน้ำใจต่อผู้อื่น...ผู้อื่นจักมีน้ำใจต่อลูกแต่ถ้าเขาไม่มีน้ำใจตอบ ... อ่านเพิ่มเติม...
กรรมฐาน ๔๐ - ตอนที่ ๙. อานาปานสติโดยย่อ
พฤหัสบดี, 18 ตุลาคม 2012
อานาปานสติโดยย่อ ต่อแต่นี้ไปเป็นวาระที่ท่านทั้งหลายจะเจริญสมาธิจิตและวิปัสสนาญาณ ขอได้โปรดทราบว่าการเจริญพระกรรมฐาน ไม่ว่าจะเป็นการเจริญสมถภาวนาหรือวิปัสสนาภาวนาก็ตามที อย่างนี้ท่านเรียกว่าเป็นปรมัตถปฏิบัติ ถ้าจัดเป็นบารมีก็เรียกว่าเป็นปรมัตถบารมี เป็นการสร้างกำลังใจในส่วนของกุศล วันนี้จะขอพูดย่อพอเล็กน้อย... อ่านเพิ่มเติม...
ละอะไรได้บ้างล่ะ
พุธ, 25 พฤษภาคม 2011
? ..อย่าไปนั่งคุยกะเขาว่า นี่ฉันเจริญกรรมฐานแล้ว ฉันไปมาหลายสิบสำนักแล้ว สำนักที่มีชื่อเสียงต่าง ๆ ฉันไปมาแล้วทั้งหมด ผมทำมาแล้วนับเป็นเวลาแรมปี เกินกว่า ๑๐ ปี ๒๐ ปี อย่าไปคุย ถ้าเขาถามว่า ละอะไรได้บ้างล่ะ เราก็อาจคุยว่าละนั่นละนี่ได้ ดีไม่ดีเขาแหย่เข้าหน่อย โกรธเสียแล้ว !!.... (พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชพรหมยานมหาเถระ) ? ? 
มงคล 38 และอุทุมพริกสูตร - มงคลที่ ๒๑ "ความไม่ประมาทในธรรมทั้งหลาย"
เสาร์, 10 พฤศจิกายน 2012
มงคลที่ ๒๑ "ความไม่ประมาทในธรรมทั้งหลาย" มงคลข้อ ๒๑ มีความตามพระบาลีว่า?อปฺปมาโท จ ธมฺเมสุ เอตมฺมํคลมุตฺตมํ ความไม่ประมาทในธรรมทั้งหลาย จัดว่าเป็นอุดมมงคลท่านว่ายังงั้น คำว่าไม่ประมาท คือไม่เผลอนั่นเอง คำว่าธรรมทั้งหลายก็แปลว่าความดีเรียกว่าเราไม่เผลอในการที่เราจะประพฤติความดีเข้าไว้ ความดีมีอะไรบ้าง อย่าไปบรรยายกันให้มากเลย พูดกันมาเยอะแล้ว... อ่านเพิ่มเติม...
พิลารโกสิยชาดก - ให้ทานไม่ได้เพราะเหตุ ๒ อย่าง
อังคาร, 05 เมษายน 2011
? พิลารโกสิยชาดก ให้ทานไม่ได้เพราะเหตุ ๒ อย่าง พระศาสดาเมื่อประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน ทรงปรารภ ภิกษุผู้มีทานเป็นเครื่องปลื้มใจรูปหนึ่ง?ตรัสพระธรรมเทศนานี้ ดังนี้. ได้ยินว่า ภิกษุรูปนั้นฟังพระธรรมเทศนาของพระผู้มีพระภาคเจ้า แล้วบวชในพระศาสนา นับแต่บวชแล้ว เป็นผู้มีทานเป็นเครื่องปลื้มใจ มีอัธยาศัยยินดีในการให้ทาน... อ่านเพิ่มเติม...
ประวัติพระพาหิยทารุจีริยเถระ
ศุกร์, 26 พฤศจิกายน 2010
ประวัติพระพาหิยทารุจีริยเถระ พระพาหิยทารุจีริยเถระผู้ได้รับการแต่งตั้งจากพระบรมศาสดาให้เป็นยอดของภิกษุสาวกผู้ตรัสรู้เร็ว?สำหรับพระเถระองค์นี้ แม้ว่าตามพระไตรปิฎก พระพุทธองค์จะทรงสถาปนาเป็นเอตทัคคะของภิกษุสาวกผู้ตรัสรู้เร็วก็จริงอยู่ แต่ถ้าจะว่าตามตัวอักษรที่ปรากฏในพระไตรปิฎกแล้ว ท่านได้บรรลุพระอรหัตตั้งแต่ยังเป็นคฤหัสถ์... อ่านเพิ่มเติม...
เชื่อหรือไม่พันเอก (พิเศษ) เสนาะ จินตรัตน์ (ตายแล้วฟื้น 2 หน) (ตอนที่ ๔)
เสาร์, 07 เมษายน 2012
เชื่อหรือไม่พันเอก (พิเศษ) เสนาะ จินตรัตน์ (ตายแล้วฟื้น ๒ หน) (ตอนที่ ๔) ตอนนั้นผมเข้ามาอยู่ห้อง 609 ห้องพัดลมคู่ อยู่กับผู้ป่วยเป็นทหาร พันเอกพิเศษอีกคน แต่คนนั้นตายไปก่อนผม เป็นโรคหัวใจ แกดีใจฮะ หัวเราะแล้วก็ตายไปเลย ก็เหลือผมคนเดียว วันนั้นผมก็มีอาการแน่นที่หน้าอก คุณหมอก็บอกว่าวันนี้ผู้การอาการไม่คอยดี คุณหมอก็ถามว่าแน่นที่ไหน... อ่านเพิ่มเติม...
หลวงปู่ปุดดา ถาวโรเทศนาภาษาใจ ๑
พฤหัสบดี, 27 สิงหาคม 2009
?เทศนาภาษาใจ ๑หลวงปู่ปุดดา ถาวโรวันที่ ๒๒ กรกฏาคม ๒๕๒๔ณ วัดอาวุธวิกสิตารา ศาลาธรรมสารลำดับ นี้ น้อมนมัสการคุณพระรัตนตรัยด้วยกายพระนาม วจีพระนาม มโนพระนาม โดยสัจจะเคารพแล้ว น้อมพระธรรมเทศนาคำสอนของพระผู้มีพระภาคเจ้ามาแสดง เพิ่มพูนปัญญาบารมี ชาวพุทธทั้งหลายด้วยภิกษุ สามเณร อุบาสก อุบาสิกาได้มาเจริญพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ ให้เกิดให้มีขึ้นที่กาย วาจา... อ่านเพิ่มเติม...
หิ ริ โ อ ตั ป ป ะ ?ธรรมโลกปาล
เสาร์, 01 พฤษภาคม 2010
หิ ริ โ อ ตั ป ป ะ –ธรรมโลกปาล พระ เทพดิลก (ระแบบ ฐิตญาโณ) * วัดบวรนิเวศวิหาร ราชวรวิหาร หากมีผู้กล่าวว่า “ธรรมโลกบาล” ธรรมะ เครื่องคุ้มครองโลก คือ หิริโอตัป ปะ ไม่จำเป็นสำหรับในโลกปัจจุบัน เพราะทุก ประเทศที่ กฏหมายไว้คุ้มครองแล้ว จะควรแก้คำกล่าวนั้นอย่างไรอัน ที่จริงการแก้คำกล่าวหานั้น หากจำตามแก้กันจริงๆจะไม่ ต้องมาหากินอะไร กัน ... อ่านเพิ่มเติม...
กรรมฐาน ๔๐ - ตอนที่ ๒๐. ตอบปัญหาข้องใจ
ศุกร์, 19 ตุลาคม 2012
ตอบปัญหาข้องใจ โอกาสนี้บรรดาท่านพุทธบริษัททั้งหลายได้พากันสมาศีลและสมาทานพระกรรมฐานเสร็จแล้ว ต่อแต่นี้ไปเป็นโอกาสที่บรรดาท่านพุทธบริษัททั้งหลายจะเจริญพระกรรมฐานและวิปัสสนาภาวนา และขอให้ทุกคนตั้งกายให้ตรงดำรงจิตให้มั่นกำหนดรู้ลมหายใจเข้าออก เวลาหายใจเข้ารู้อยู่ว่าหายใจเข้า เวลาหายใจออกรู้อยู่ว่าหายใจออก เวลาหายใจเข้านึกว่า พุท... อ่านเพิ่มเติม...
ล่าพระอาจารย์และท่องเชียงแสน - พระครูสุคันธศีล (หลวงปู่คำแสน) วัดสวนดอก อ.เมือง
ศุกร์, 28 สิงหาคม 2009
พระครูสุคันธศีล (หลวงปู่คำแสน) วัดสวนดอก อ.เมือง หลวงปู่คำแสนนี้ ความจริงหลวงปู่คำแสนองค์โน้น (วัดป่าดอนมูล) ท่านก็บอกไว้ ท่านเรียกหลวงปู่แสนเฉย ๆ เนื่องจากไม่คาดว่าจะมีเวลาพอ จึงไม่ได้นำเอาเทปมาด้วย ขอเขียนตามที่โน้ตไว้สั้น ๆ หลวงพ่อฤาษี ถามว่าชื่อท่านอะไรแน่ หลวงปู่คำแสน?(ค) : ชื่อเขาใส่ให้ เดิมพ่อแม่ให้ชื่อ ทิม บวชแล้ว... อ่านเพิ่มเติม...