Get Adobe Flash player
(0 VOTITALY_VOTES, VOTITALY_AVERAGE: 0 VOTITALY_OUTOF)
User Rating: / 0
แย่ดีที่สุด 

alt

ทศบารมีวิภาค - ทานบารมี

พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (จันทร์ สิริจนฺโท)

วัดบรมนิวาส กทม.

สำเนาเทศน์เช้าวันแรม ๘ ค่ำ เดือน ๑๑

(๑๘/๗/๗๐)

?

อิทานิ อฏฺฐมี ทิวเส สนฺนิปติตาย พุทฺธปริสาย กาจิ ธมฺมิกถา กถิยเต, ทานปารมี สีลปารมี เนกฺขมฺมปารมี ปญฺญาปารมี วิริยปารมี ขนฺติปารมี สจฺจปารมี อธิฏฺฐานปารมี เมตฺตาปารมี อุเปกฺขาปารมีติ อิมสฺส ธมฺมปริยายสฺส อตฺโถ สาธายสฺมนฺเตหิ สกฺกจฺจํ โสตพฺโพติ

ณ วันนี้เป็นวันอัฏฐมีดิถีที่ ๘ แห่งกาฬปักษ์ พุทธบริษัทได้มายังสันนิบาต ประชุมกันเพื่อจะฟังพระธรรมเทศนาตามกาลนิยม และได้พร้อมกันกระทำสักการบูชาพระรัตนตรัย ด้วยอามิสและปฏิบัติ มียกขึ้นซึ่งดอกไม้ ธูปเทียน และไหว้พระสวดมนต์ อันเป็นบุรพกิจในเบื้องต้นเสร็จแล้ว บัดนี้ เป็นโอกาสที่จักฟังพระธรรมเทศนา จะได้นำมาซึ่งบารมีธรรม อันองค์

สมเด็จพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้ทรงบำเพ็ญมาแล้วสิ้นกาลยืดยาว นับแต่ได้รับพุทธทำนายว่า จะได้ตรัสรู้เป็นพระสยัมภูสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์หนึ่ง มีนามและโคตรชื่อนั้น ในกัลปชื่อนั้น ของพระพุทธเจ้าอันมีนามว่าทีปังกร ครั้งเป็นสุเมธดาบสได้สี่อสงไขยมหากัลปเศษแสนมหากัลปอีก จึงได้ตรัสรู้พระสัมมาสัมโพธิญาณ ได้เป็นพระบรมศาสดาของพวกเราทั้งหลาย มีพระธรรมวินัยเป็นพยานอยู่ ณ บัดนี้

คำที่ว่า?กปฺป?ว่ากัลปนั้น ดูเป็นกาลยืดยาวนัก ตามที่ท่านนิยมไว้ ดังนี้?สํวฏฺฏกปฺป?คือกำหนดด้วยเขตอายุของมนุษย์คราวเจริญตั้งแต่ ๑๐ ปี ทวีขึ้นไป ๑๐๐ ปีเติมเข้าปี ๑ จนอายุของมนุษย์ทวีขึ้นไปถึงอสงไขยปี นับเป็นกัลปหนึ่ง ชื่อว่า สํวฏฺฏกปฺป และกำหนดคราวเสื่อม?คือ อายุของมนุษย์ทวีขึ้นไปถึงอสงไขยแล้ว ก็เสื่อมถอยลงมาตามลำดับ ๑๐๐ ปี ลดออกเสียปี ๑ จนอายุของมนุษย์ต่ำลงมาถึง ๑๐ ปี นับเป็นกัลปอันหนึ่ง ชื่อว่า?วิวฏฺฏกปฺป

สํวฏฺฏกปฺป? (และ)?วิวฏฺฏกปฺป?ทั้ง ๒ นี้ ชื่อว่ายุคหนึ่ง เป็น?อันตรกัลป?อันหนึ่ง ๖๔ ยุค คือ ๖๔ อันตรกัลปนี้เป็นมหากัลปอันหนึ่ง

พระพุทธเจ้าสร้างพระบารมีถึง ๔ อสงไขยแสนมหากัลปนี้ คิด ๆ ดูก็น่ารำคาญเหลือเกิน ที่เกิดของสัตว์ผู้ยังไม่แน่นอนมี ๒ สถาน คือ สุคติ ๑ ทุคติ ๑ มนุษย์และสวรรค์ชื่อว่า สุคติ นรก เปรต อสุรกาย ดิรัจฉาน ชื่อว่า ทุคติ ถ้าสัตว์ผู้แน่นอนแล้ว คือตั้งแต่บรรลุพระโสดาแล้วขึ้นไป แต่ยังไม่ถึงพระอรหันต์ มีแต่สุคติอย่างเดียว ถ้ายังไม่ถึงพระโสดา ชื่อว่า?อนิยโต?เป็นสัตว์ไม่แน่นอน อาจจักไปทุคติก็ได้ ถ้าได้สำเร็จอรหันต์แล้ว หมดคติ เสวยนิพพานสุข คือความสุขอันปราศจากอามิส เป็นชาติกายสิทธิ์ เป็นเอกันตบรมสุข คือเป็นความสุขอย่างสูงสุด สุขโดยส่วนเดียว อธิบายว่า เป็นความสุขเกินโลก เพราะพ้นจากความเกิดแก่เจ็บตาย พวกเราที่เป็นพุทธบริษัทควรจะวิจารณ์ให้มาก

การเวียนว่ายตายเกิดในกำเนิดภพน้อยใหญ่นี้ เทียบกับความสุขด้วยกันดู เห็นว่าความสุขไม่พอแก่ความทุกข์แน่นอน แต่เพียงความป่วยไข้หรือความตายเท่านี้ ก็ลบล้างหักความสุขเสียสิ้น เพราะเหตุนั้น ท่านผู้เต็มไปด้วยมหากรุณา ได้พิจารณาเห็นกองทุกข์เหล่านี้ ว่าเป็นภัยอันสำคัญของสัตว์ในโลก จึงปรารถนาพุทธภูมิ สร้างพระบารมี บำเพ็ญพุทธการกธรรม เพื่อให้สำเร็จเป็นพระพุทธเจ้าสิ้นกาลนาน กำหนด ๔ อสงไขยบ้าง ๘ อสงไขยบ้าง ๑๖ อสงไขยบ้าง นับด้วยมหากัลป

การที่สู้ทนทรมาน ฝ่าฝืนความลำบากอยู่ในสงสารวัฏเช่นนั้น ข้อสำคัญก็คือ ประสงค์ว่า เมื่อได้ตรัสรู้สัมมาสัมโพธิญาณแล้ว จักได้เป็นนายก นำเวไนยสัตว์ออกจากวัฏฏทุกข์ เหมือนอย่างพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้เป็นพระบรมครูของพวกเราทั้งหลาย นับแต่ได้ตรัสรู้สัมโพธิญาณแล้วก็ตั้งพระทัยประกอบพุทธกิจ เที่ยวประกาศพระพุทธศาสนา คือพระธรรมและวินัยนี้สิ้นเขตอายุถึง ๔๕ พรรษา พระองค์ผู้เดียวทรงสั่งสอนวางระเบียบแบบแผนเป็นพระวินัยบ้าง เป็นพระสูตรบ้าง เป็นพระปรมัตถ์บ้าง มากมายจนพวกเราตรวจตราไม่ตลอดทั่วถึงได้ คน ๆ เดียวทำงานได้มากถึงเพียงนี้ จะเห็นว่า พระพุทธเจ้ามีความสุขในโลกอย่างไรได้ ท่านทรงเสวยความสุขในธรรมต่างหาก อาศัยพระมหากรุณาอันเต็มเปี่ยมในพระวรสันดาน ทรงประทานพระธรรมเทศนา ชักจูงผู้ยังไม่มีศรัทธา ให้มีศรัทธาขึ้น ผู้มีศรัทธาอยู่แล้ว ให้มีศรัทธายิ่งขึ้น จนให้ได้บรรลุพระอรหันต์เป็นที่สุด พุทธบริษัทก็ย่อมทราบอยู่ด้วยกันทุกคนว่า พระพุทธเจ้าทรงสั่งสอน ประสงค์จะให้พวกเราพ้นทุกข์ในวัฏฏสงสาร ถ้าผู้เชื่อจริง ทำจริง ก็ได้สำเร็จจริงตามพระพุทธประสงค์จริงด้วย

ก็พระธรรมที่พระองค์นำมาสั่งสอนนั้นคืออะไร ก็คือพระบารมีธรรมที่พระองค์ได้สร้างสมาแล้ว สิ้นโกฏิแห่งมหากัลปเป็นอันมากนั่นเอง เพราะพระธรรมเหล่านั้นมีเต็มที่บริบูรณ์ในพระองค์ เพราะพระองค์สร้างมา พระองค์เป็นผู้ไม่จน จึงทรงพระนามว่า?ภควา?ผู้มีภาคยธรรมเป็นส่วนแจก รวมลงก็ได้แก่พระบารมี ๑๐ ประการ คือ

ทานบารมี?บำเพ็ญทานให้เต็มรอบ ๑?สีลบารมี?บำเพ็ญศีลให้เต็มรอบ ๑?เนกขัมมบารมี?บำเพ็ญพรหมจรรย์ให้เต็มรอบ ๑?ปัญญาบารมี?บำเพ็ญทางปัญญาให้เต็มรอบ ๑?วิริยบารมี?บำเพ็ญความเพียรให้เต็มรอบ ๑?ขันติบารมี?บำเพ็ญขันติความอดทนให้เต็มรอบ ๑?สัจจบารมี?บำเพ็ญสัจจความจริงให้เต็มรอบ ๑อธิฏฐานบารมี?บำเพ็ญอธิฏฐานให้เต็มรอบ ๑?เมตตาบารมี?บำเพ็ญเมตตาให้เต็มรอบ ๑?อุเบกขาบารมี?บำเพ็ญอุเบกขาให้เต็มรอบ ๑

ธรรม ๑๐ ประการนี้ ชื่อว่า?พุทธการกธรรม?เป็นธรรมสำหรับพระพุทธเจ้า และชื่อว่า?โพธิสัตตธรรม?เป็นธรรมสำหรับโพธิสัตว์ผู้ปรารถนาพุทธภูมิ ชื่อว่าโพธิสัตว์ต้องบำเพ็ญธรรม ๑๐ ประการนี้ให้เต็มรอบจึงจะได้สำเร็จ ข้อนี้ ถึงแม้พวกเราทั้งหลาย ผู้ปรารถนาจะสำเร็จโลกุตรธรรม มีพระอรหัตตผลเป็นที่สุด ก็นับในโพธิสัตว์ได้แผนกหนึ่งเหมือนกัน เพราะศัพท์ว่า โพธิสัตโต แปละว่า สัตว์ผู้ตรัสรู้อริยมรรค อริยผล ในพวกเราทั้งหลายที่มาประพฤติตามพุทธโอวาทอยู่ทุกวันนี้ ก็ปรางค์จะให้สำเร็จโลกุตรธรรมด้วยกันทุกคนมิใช่หรือ จะเห็นไปว่า พระพุทธเจ้าท่านสร้างบารมีมาเป็นนักเป็นหนา ท่านจึงสำเร็จ คนเช่นเรา จะได้สร้างมาแล้วสักกี่มากน้อยก็ไม่รู้ ที่ไหนจักสำเร็จได้ อย่าคิดไปเช่นนั้น การสร้างบารมีใหญ่โตเช่นนั้น เป็นหน้าที่ของพระพุทธเจ้าต่างหาก พวกเราเป็นแต่พุทธบริษัทรับแจกบริโภคเท่านั้น พระพุทธเจ้าเปรียบเหมือนผู้ให้ทาน การสร้างสมโภคทรัพย์มาก ๆ เป็นหน้าที่ของผู้ให้ทานต่างหาก พวกเราเปรียบเหมือนผู้รับทาน ไม่ต้องสร้างสมอะไร รับบริโภคเท่านั้นเป็นพอ ใน พระบารมี ๑ ประการ ที่พระพุทธเจ้าทรงแจกให้เป็นทานแก่พวกเราทั้งหลายนั้น ถ้าผู้ใดตั้งใจรับบริโภค คือ ทำจริง แต่อย่างเดียวก็อาจสำเร็จได้

บัดนี้จักแสดงพระบารมีทั้ง ๑๐ นั้น คัดเอาแต่อย่างพอใจ ในพระบารมีประเภทหนึ่ง ๆ ซึ่งเห็นว่าพอจะทำตามได้ และอาจให้สำเร็จมรรคผลนิพพานได้จริงด้วย มาเรียงลำดับไว้เป็นกัณฑ์ ๆ ให้พุทธบริษัทเลือกคัดปฏิบัติให้ต้องตามนิสัยของตน ๆ

วันนี้จักแสดง?ทานบารมี?ก่อน

ทานํ นาม?ชื่ออันว่า การให้ทานนี้ เป็นพุทธประเวณีของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ได้สร้างสมมาเต็มรอบแล้ว จึงได้นำมาแจกแก่พุทธบริษัท พุทธบริษัทผู้ได้รับแจกก็ได้ปฏิบัติสืบกันมา แต่ครั้งพุทธกาลจนบัดนี้ ล่วงกาลมานานถึง ๒๔๗๐ ปีแล้ว ทานนั้นก็ยังบริบูรณ์อยู่ในระหว่างแห่งพุทธบริษัท

ทานนั้นจัดเป็น ๓ ประเภท อย่างต่ำ ๑ อย่างกลาง ๑ อย่างสูง ๑ อย่างต่ำนั้น คือ ต่ำเลวกว่าที่เราบริโภค อย่างกลางนั้น เสมอกับตนบริโภค อย่างสุนั้น ยิ่งกว่าที่ตนบริโภค วัตถุทานนั้นมี ๔ เรียกว่า ปัจจัย ๔ คือวัตถุเป็นเครื่องเกื้อกูลอุดหนุนซึ่งร่างกาย จึงชื่อว่าปัจจัย ได้แก่ จีวร บิณฑบาต เสนาสนะ คิลานเภสัช วัตถุทาน ย่นลงได้ ๔ เท่านี้

คำที่ว่าให้จีวรเป็นทานนั้น พึงถือเอาเนื้อความดังนี้ การให้ผ้าเป็นทาน ไม่ว่าผ้าท่อนเล็ก ท่อนใหญ่ สุดแต่จะสำเร็จกิจนั้น ๆ ได้ ชื่อว่าเป็นจีวรทานทั้งสิ้น บิณฑบาตทานนั้น ให้อาหารเป็นทาน ไม่เลือกประเภทใด สุดแต่เป้นของสำเร็จอาหารกิจ? ได้ชื่อว่าบิณฑบาตทานทั้งสิ้น เสนาสนทานนั้น คือให้ที่อยู่ที่อาศัยสำหรับ กันแดด กันฝน กันร้อน กันหนาว ตลอดไปถึง เตียงตั่ง มุ้งม่าน ฟูกเบาะ กระโถน กาน้ำ เครื่องใช้สำหรับเสนาสนะทั้งมวล ชื่อว่าเสนาสนทานทั้งสิ้น เภสัชทานนั้น คือให้ยาแก้โรคเป็นทาน สุดแท้แต่เป็นยาสำหรับแก้โรคประเภทใดได้ ตลอดถึงหมากพลูบุหรี่ ชื่อว่า เภสัชทานทั้งสิ้น

ส่วนที่พรรณนามานี้ เป็นส่วนวัตถุทานภายนอก เป็นเครื่องเกื้อกูลแก่พุทธศาสนา พระพุทธศาสนาตั้งมาได้สิ้นกาลยืดยาวถึงเพียงนี้ ก็อาศัยทานของทายกทายิกาที่ปฏิบัติสืบ ๆ กันมานั้นเอง ถึงเป็นวัตถุทานภายนอก ก็ให้เกิดความยินดีแก่ผู้ให้และผู้รับอย่างเบิกบาน ให้เจริญความสุขทั้งชาตินี้ชาติหน้าโดยแท้ จึงเป็นของควรทำ ส่วนบุรพบุรุษก็ได้พาทำมาแล้วโดยลำดับ สำเร็จด้วยกรุณาเจตนา และจาคเจตนา มีเจตนาเหมือนกันกับการรักษาศีล

บัดนี้จักแสดงวัตถุทานภายในให้เข้าใจไว้ จะแสดงแต่ย่อ ๆ ให้พุทธบริษัทไปตรองเอาเอง ยกตัวอย่างเหมือนผู้ประพฤติพรหมจรรย์ จะเป็นนักบวชประเภทใดก็ตาม ถ้ามีเมถุนวิรัติ ชื่อว่าได้บริจาคมหาทาน ๕ ประการ มหาทาน ๕ ประการนั้น คือ ชีวิตบริจาค ๑ อังคบริจาค ๑ ภริยาบริจาค ๑ ปุตตบริจาค ๑ ธนบริจาค ๑

ชีวิตบริจาค?นั้น คือสละชีวิตถวายพรหมจรรย์ ถึงแม้ชีวิตจะแตกดับไปก็ไม่ยอมให้เสียศีลเสียสัตย์ ชื่อว่า ชีวิตบริจาค

อังคบริจาค?นั้น คือสละอัตตภาพร่างกายแก่ที่เคารพของตน คือมอบกายถวายตัวเป็นข้าในวัตถุอันเป็นที่เคารพ เหมือนอย่างพุทธบริษัทมอบกายถวายตัวเป็นข้าพระรัตนตรัย เป็นตัวอย่าง ชื่อว่า อังคบริจาค

ภริยาบริจาค?นั้น พึงเข้าใจว่า เป็นบุรุษเป็นสตรี ต้องมีสามีภรรยาด้วยกันทุกคน ผู้ที่ตั้งเจตนา เว้นว่า เราจักไม่มีสามีภรรยาตลอดชีวิต ชื่อว่า ภริยาบริจาค

ปุตตบริจาค?นั้น เมื่อสละสามีภรรยาเสียแล้ว ก็เป็นปุตตบริจาคอยู่เอง

ธนบริจาค?นั้น ผู้ประพฤติพรหมจรรย์ ไม่ต้องเป็นห่วงด้วยโภคทรัพย์ คือ ตามธรรมดา มนุษย์เราคนหนึ่ง ๆ ต้องมีที่บ้านที่สวนที่นา หรือมีการค้าขายแผนกหนึ่งทุกคน ผู้ประพฤติพรหมจรรย์ ชื่อว่าได้ให้ที่สวนที่บ้านที่นา ให้โอกาสการค้าขายเป็นทาน ไม่ไปแย่งชิงกรรมสิทธิ์ในหน้าที่นั้น จึงชื่อว่า ธนบริจาค

จาคเจตนาทั้งหลายเหล่านี้นับเข้าในมหาทาน ถ้าผู้บำเพ็ญมหาทานเหล่านี้ให้เต็มรอบ ก็ชื่อว่าผู้รับแจกทานอันพระพุทธเจ้าได้ทรงแจก พระพุทธเจ้าได้เสวยความสุขฉันใด เราก็คงได้รับความสุขฉันนั้น ก็ยิ่งกว่านี้ยังมีอีก ความโลภ ความโกรธ ความหลง ๓ อย่างเท่านี้ เป็นมูลแห่งอกุศล ถ้าผู้บริจาคได้เป็นยอดทานบารมี โลภะ โทสะ โมหะ จัดเป็นอย่างหยาบ อย่างกลาง อย่างละเอียด อย่างหยาบ สละด้วยศีล อย่างกลาง สละด้วยสมาธิ อย่างละเอียด สละด้วยปัญญาวิปัสสนาญาณ พุทธบริษัทพึงเข้าใจว่า แต่ทานบารมีอย่างเดียวเช่นนี้ ก็อาจให้ผู้บำเพ็ญ สำเร็จมรรคผลนิพพาน โดยไม่ต้องมีความสงสัย ได้แสดงประเภทแห่งทานบารมี พอเป็นทางบำรุงสติปัญญาแห่งพุทธบริษัท พอสมควรแก่เวลาด้วยประการฉะนี้ ฯ?


ลิงค์สารบัญบารมี ๑๐

ทศบารมีวิภาค - ทานบารมี

ทศบารมีวิภาค - ศีลบารมี

ทศบารมีวิภาค - เนกขัมมบารมี

ทศบารมีวิภาค - ปัญญาบารมี

ทศบารมีวิภาค - วิริยบารมี

ทศบารมีวิภาค - ขันติบารมี

ทศบารมีวิภาค - สัจจบารมี?

ทศบารมีวิภาค - อทิฏฐานบารมี

ทศบารมีวิภาค - เมตตาบารมี

ทศบารมีวิภาค - อุเบกขาบารมี

?

?

แก้ไขล่าสุด (วันพฤหัสบดีที่ 02 ธันวาคม 2010 เวลา 17:27 น.)

 

ความคิดเห็นของคุณ

BBCODES_BOLDBBCODES_ITALICBBCODES_UNDERLINEBBCODES_STRIKETHROUGHBBCODES_SUBSCRIPTBBCODES_SUPERSCRIPTBBCODES_EMAILBBCODES_IMAGEBBCODES_URLBBCODES_LISTBBCODES_ULISTBBCODES_QUOTEBBCODES_CODEBBCODES_CONTENTID
SMILEYS_VERY_HAPPYSMILEYS_SMILESMILEYS_WINKSMILEYS_SADSMILEYS_SURPRISEDSMILEYS_SHOCKEDSMILEYS_CONFUSEDSMILEYS_COOLSMILEYS_LAUGHINGSMILEYS_MADSMILEYS_RAZZSMILEYS_EMBARRASSEDSMILEYS_CRYINGSMILEYS_EVILSMILEYS_TWISTED_EVILSMILEYS_ROLLING_EYESSMILEYS_EXCLAMATIONSMILEYS_QUESTIONSMILEYS_IDEASMILEYS_ARROWSMILEYS_NEUTRALSMILEYS_MR_GREENSMILEYS_GEEKSMILEYS_UBER_GEEK
YOURALIAS:
ชื่อเรื่อง:
FULLTEXT:
Random Content

โอวาทหลวงพ่อวันนี้

อารมณ์พระกรรมฐานกับอารมณ์ชาวโลกไม่เหมือนกัน

alt?

?

อารมณ์พระกรรมฐานกับอารมณ์ชาวโลกไม่เหมือนกัน

?

มันกลับจากหน้ามือเป็นหลังมือ ไอ้การงานของชาวโลกนี่

?

ถ้าขยันมาก มุมานะมาก ผลงานมันสูงแล้วก็ดี

แต่การเจริญพระกรรมฐาน มุมานะมากถอยหลัง

?

แทนที่จะก้าวหน้ามันกลับลงต่ำ ใช้ไม่ได้

?

เพราะว่าการปฏิบัติความดี เพื่อการบรรลุในพุทธศาสนาต้องละส่วนสุดสองอย่างคือ

?

หนึ่ง อัตตกิลมถานุโยค การทรมานตนที่เรียกว่า ขยันเกินไป

?

สอง กามสุขัลลิกานุโยค เวลาทรง สมาธิ หรือพิจารณาวิปัสสนาญาณ

?

มีตัวอยากประกอบไปด้วย อยากจะได้อย่างนั้น อยากจะถึงอย่างนี้

?

อยากจะได้ตอนโน้นอีตอนนี้มันเจ๊งทั้งสองทาง

ที่ถูกคือจะต้องวางใจเฉย ๆ ปล่อยอารมณ์ให้มันไปตามสบาย ๆ

?(หลวงพ่อพระราชพรหมยาน)

รวมโอวาทหลวงพ่อวันนี้

ค้นหาบทความทุกหมวด

รวมบทความน่าสนใจ

ดับ ? เกิด
อังคาร, 13 เมษายน 2010
ดับ – เกิด เมื่อเพื่อนผู้นั่ง ข้างหน้ารถกับข้าพเจ้าผู้ขับ เล่าเรื่องตรงกันข้าม แล้วเราก็มาถกกันหลายเรื่อง เช่น บุญกรรมหรือบาปกรรม ตาย แล้วกลับมาเกิดอีกหรือไม่ วิญญาณมีจริงไหม นรกสวรรค์มีจริงไหม เราได้พยายามนำเอาประสบการณ์ชีวิตเก่าๆ ที่ผ่านมาแล้วขึ้นมา เล่า เพื่อจะช่วยกันพิจารณาหาเหตุผลต่างๆ ... อ่านเพิ่มเติม...
การภาวนา เราปราบกิเลสของเราเท่านั้น พระครูญาณทัสสี (หลวงปู่คำดี ปภาโส)
เสาร์, 02 มกราคม 2010
เรื่องของนิมิตนี้จะเกิดหรือไม่เกิดไม่สำคัญ เพราะว่าการที่เราทำสมาธิภาวนา ก็เพื่อมุ่งให้เกิดความสงบ ภายในจิตใจเท่านั้น ถ้าผู้ปฏิบัติสามารถทำจิตใจของตนให้สงบเป็นอารมณ์เดียวได้แล้วก็พอเท่านั้น ? ไม่มีนิมิตเกิดขึ้น ก็ไม่เป็นไร การภาวนา ท่านต้องการให้เราปราบกิเลสของเราเท่านั้น คือ เห็นความโลภ เห็นความโกรธของตน เห็นความหลงของตน เห็นราคะของตน... อ่านเพิ่มเติม...
ประวัติพระมหาปันถกเถระ เอตทัคคะเลิศกว่าพวกภิกษุสาวกของเราผู้ฉลาดในการเปลี่ยนแปลงทางปัญญา
เสาร์, 30 เมษายน 2011
ประวัติพระมหาปันถกเถระ เอตทัคคะเลิศกว่าพวกภิกษุสาวกของเราผู้ฉลาดในการเปลี่ยนแปลงทางปัญญา พระเถระรูปนี้ ได้บำเพ็ญบุญสมภารไว้ในพระพุทธเจ้าองค์ก่อน ๆ สั่งสมบุญทั้งหลายอันเป็นอุปนิสัยแห่งพระนิพพานในภพนั้น ๆ ไว้เป็นอันมาก และการที่พระพุทธองค์ทรงแต่งตั้งท่านให้เป็นเอตทัคคะเช่นนั้น ด้วยเหตุ ๒ ประการคือ... อ่านเพิ่มเติม...
ผู้ที่รับผลบุญเห็นทันตา
อาทิตย์, 04 กรกฏาคม 2010
? ? ? ผู้ที่รับผลบุญเห็นทันตา นายสุมนมาลาการ สมเด็จพระบรมศาสดาทรงปรารภนายสุมนมาลาการ ผู้เก็บดอกมะลิไปถวายพระเจ้าพิมพิสารทุกวัน วันหนึ่งเขาได้พบพระศาสดาทรงเปล่งฉัพพรรณรังสีรัศมี ๖ ประการ เสด็จเข้าไปสู่พระนครเพื่อบิณฑบาต พร้อมด้วยพระภิกษุสงฆ์เป็นบริวาร เขาจึงมีจิตยินดีเลื่อมใส ได้ตัดสินใจเอาดอกมะลิที่ตนจะต้องนำไปถวายพระราชา ด้วยคิดว่า... อ่านเพิ่มเติม...
ประวัติหลวงพ่อปาน - หลวงพ่อปานออกธุดงค์ - พบโขลงช้างที่สระบุรี
พุธ, 07 พฤศจิกายน 2012
พบโขลงช้างที่สระบุรี การธุดงค์ของหลวงพ่อปานมีมากวาระด้วยกัน จะคัดมาแต่ตอนที่เห็นว่าควรคุยกันเล่นเท่านั้น ที่นำมาคุยสู่กันฟังนี้ก็ไม่ใช่ว่าจะร่วมทางกับท่านทุกครั้ง ที่ไม่ได้ร่วมทางก็มี ทราบจากท่านพูดให้ฟังในที่ประชุม ท่านออกธุดงค์ตามแบบฉบับของพระพุทธเจ้า ตามที่ท่านมหากัสสปนำไปปฏิบัติเป็นปกติ ท่านไม่เที่ยวปักกลดตามข้างเสาเรือน ตามข้างตลาด... อ่านเพิ่มเติม...
โทษของการทำบุญด้วยจิตโกรธ
พฤหัสบดี, 11 มีนาคม 2010
โทษของการทำบุญด้วยจิตโกรธ นิทานเรื่องนี้มาในกุณาลชาดก พระธรรมกถึกทั้งหลายชอบนำมาเทศน์ ชื่อเรื่องว่านางปัญจปาปา ในอดีตกาลนานมาแล้ว ก่อนที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะอุบัติขึ้นในโลก เป็นช่วงว่างจากพระพุทธศาสนา แต่ยุคนั้นยังมีพระปัจเจกพุทธเจ้าอุบัติขึ้น... อ่านเพิ่มเติม...
ดี.......ให้พอดี!
พฤหัสบดี, 28 ตุลาคม 2010
ดี.......ให้พอดี! หลวงพ่อชา สุภัทโท ...เราศึกษาธรรมะ ฟังธรรมะ เพื่อความเข้าใจในธรรมะ แล้วนำไปปฏิบัติ นี่เป็นความมุ่งหมาย... การศึกษาธรรมะนั้น พื้นฐานเป็นสิ่งที่สำคัญมาก พื้นฐานประกอบด้วยเวลาบุคคล สถานที่และเนื้อหาของธรรมะ เช่นการฟังธรรมของพวกเราในวันนี้ เรามาฟังกันในวัดที่มีความสงบเป็นฐาน เมื่อพูดอะไรออกไปก็ได้ยินกันถนัด นั่นเรียกว่าสถานที่สมควร... อ่านเพิ่มเติม...
หลวงพ่อตอบปัญหา เรื่องพระพุทธชินราช
เสาร์, 01 สิงหาคม 2009
เรื่องพระพุทธชินราช จาก หนังสือ หลวงพ่อตอบปัญหา เล่ม ๔ ตามที่หลวงพ่อท่านได้สร้าง "พระพุทธชินราช" ประดิษฐานเป็นพระประธานไว้ที่วิหาร 100 เมตร เพื่อไว้สักการะบูชาของบรรดาท่านพุทธบริษัททั้งหลาย พระพุทธรูปองค์นี้สร้างได้สวยสดงดงามมาก นอกจากญาติโยมทั้งหลายจะได้อานิสงส์ในการร่วมสร้างกันแล้ว หลวงพ่อท่านได้บอกว่า พระพุทธชินาชองค์นี้... อ่านเพิ่มเติม...
หนังสืออ่านเล่น เล่ม ๔ - นางฟ้าปลาทู
อาทิตย์, 13 กันยายน 2009
? ? นางฟ้าปลาทู ท่านสาธุชนพุทธบริษัททั้งหลาย วันนี้ก็มาคุยกันถึงเขตของสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ความจริงการบันทึกวันนี้ เป็นการบันทึก วันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๓๑ แต่ว่ารายการที่พูดเป็นรายการของ วันที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๓๑ เพราะภาพนิมิตที่เห็น เห็นเมื่อวันที่ ๑๘ ธันวาคม ขอทบทวนนิดหนึ่งว่า มีนางฟ้ากลุ่มหนึ่งที่นิมิต อาตมานิมิตไปว่าไปสำนักของ ท่านปัญจสิกขเทพบุตร... อ่านเพิ่มเติม...
บันทึกประหลาด ตอนที่ ๕
ศุกร์, 06 พฤศจิกายน 2009
บันทึกประหลาด ตอนที่ ๕ เห็น จะเปลี่ยนเสียตอนที่จะพามาหาฉันให้ดูตัว คงจะคิดว่ารูปร่างสวยงาม ท่าทางของหญิงสาวนั้นจะ ทำให้ฉันเปลี่ยนใจเพราะความสวยงาม รูปร่างท่าทางมีเสน่ห์ย่อมจะทำให้จิตใจชายหนุ่มอารมณ์ รุนแรง ปั่นป่วน เปลี่ยนแปลงจิตใจไปได้ง่าย แต่ฉันเป็นคนที่ไม่ยอมเปลี่ยนจิตใจง่าย ตามความรู้สึก ของพวกแม่สื่อ ฉะนั้นจึงผิดหวัง... อ่านเพิ่มเติม...
คู่มือปฏิบัติพระกรรมฐาน - อสุภกรรมฐาน - ๗. หตวิกขิตตกอสุภ
อังคาร, 06 พฤศจิกายน 2012
? ๗. หตวิกขิตตกอสุภ ท่านให้พิจารณาซากศพที่ถูกสับฟันเป็นท่อนๆ แล้วเอามาวางห่างกันท่อนละ ๑ นิ้ว แล้วเพ่งพิจารณา ขณะพิจารณาท่านให้ภาวนาว่า " หะตะวิกขิตตะกัง ปะฏิกุลัง " สำหรับนิมิต คืออุคคหนิมิตในอสุภนี้ ปรากฏเป็นปากแผลที่ถูกสับฟัน ส่วนปฏิภาคนิมิตนั้น ปรากฏเป็นร่างบริบูรณ์ จะปรากฏริ้วรอยที่ถูกสับฟันนั้นหามิได้ 
อาฬวกสูตรที่ ๑๒
อังคาร, 17 กรกฏาคม 2012
? พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า? ศรัทธาเป็นทรัพย์ อันประเสริฐของคนในโลกนี้ ธรรมอันบุคคลประพฤติดีแล้ว นำความสุขมาให้ ความสัตย์แลเป็นรสอันล้ำเลิศกว่ารสทั้งหลายนักปราชญ์ทั้งหลายกล่าวชีวิตของ ผู้ที่เป็นอยู่ด้วยปัญญาว่าประเสริฐสุด ฯ ? ? ? พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๕? พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๗ ? ? สังยุตตนิกาย สคาถวรรค ? ? อาฬวกสูตรที่ ๑๒ ? ? [๘๓๘]... อ่านเพิ่มเติม...
สนทนาธรรม ๑๓ เมษายน พ.ศ. ๒๕๑๗
ศุกร์, 12 มีนาคม 2010
สนทนาธรรม ๑๓ เมษายน พ.ศ. ๒๕๑๗ ถ้าพระท่านบอกให้พูดก็พูด ถ้าพระมาบอกไม่ให้พูดก็ไม่พูด เพราะไม่รู้จะพูดอะไร วันนี้ท่านบอกให้พูดก็พูด เพราะถือว่าเป็นวันสำคัญ วันขึ้นดิถีชีวิตใหม่ สำหรับปีใหม่ในด้านโบราณกาล โบราณถือว่า วันสงกรานต์เป็นวันขึ้นปีใหม่ เป็นอันว่านับว่าตั้งแต่วันสงกรานต์ปีที่แล้วถึงปีนี้ ? บรรดาท่านพุทธบริษัทมีอายุครบ ๑ ปีพอดี... อ่านเพิ่มเติม...
คู่มือปฏิบัติพระกรรมฐาน - อิทธิบาท ๔
อังคาร, 30 ตุลาคม 2012
อิทธิบาท ๔ ได้พูดถึงวิธีการต่างๆ มามาก ต่อแต่นี้ไปจะพูดถึงกฎบังคับตายตัวในพระพุทธศาสนา อีกอย่างหนึ่ง ที่นักปฏิบัติไม่ว่าระดับใดต้องยึดถือเป็นกฎบังคับสำหรับการปฏิบัติ ถ้าทิ้งอิทธิบาท ๔ นี้ เสียแล้ว ไม่ว่าจะทำอะไรก็ไม่มีทางสำเร็จผลสมความปรารถนา แต่ถ้าท่านผู้ใดทรงการปฏิบัติตาม ในอิทธิบาท ๔ นี้แล้ว สมเด็จพระผู้มีพระภาคตรัสรับรองผลว่า... อ่านเพิ่มเติม...
ผู้ใดฝึกตนให้เป็นคนอดทนต่อคำล่วงเกินของผู้อื่นได้ จัดว่าเป็นผู้ประเสริฐสุด
เสาร์, 08 พฤษภาคม 2010
ผู้ใดฝึกตนให้เป็นคนอดทนต่อคำล่วงเกินของผู้อื่นได้ จัดว่าเป็นผู้ประเสริฐสุด "อานนท์...เราจะอดทนต่อคำล่วงเกินของผู้อื่น เหมือนช้างศึกก้าวลงสู่สงคราม ต้องทนต่อลูกศรซึ่งมาจากทิศทั้ง ๔ เพราะคนในโลกนี้ส่วนมากเป็นคนชั่ว คอยแส่หาแต่โทษของผู้อื่น เธอจงดูเถิด...พระราชาทั้งหลายย่อมทรงราชพาหนะตัวที่ฝึกแล้วไปสู่ที่ ชุมนุมชน เป็นสัตว์ที่ออกชุมนุมชนได้... อ่านเพิ่มเติม...