Get Adobe Flash player

พระธรรมเทศนา เรื่องมาฆะมานพ โดย หลวงพ่อพระราชพรหมยาน

(1 VOTITALY_VOTE, VOTITALY_AVERAGE: 5.00 VOTITALY_OUTOF)
User Rating: / 1
แย่ดีที่สุด 
หลวงพ่อพระราชพรหมยาน - คำสอนหลวงพ่ออื่น ๆ
ดัชนีบทความ
พระธรรมเทศนา เรื่องมาฆะมานพ โดย หลวงพ่อพระราชพรหมยาน
หน้า ๒
ทุกหน้า

พระธรรมเทศนา เรื่องมาฆะมานพ

โดย หลวงพ่อพระราชพรหมยาน

แสดงเมื่อ ?วันศุกร์ที่ 25 มกราคม 2523

นโม ตัสสะ ภควโต อรหโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (3 จบ) ?มาตาเปติภรัง ชันตุง กุเล เชฏฐาปจายินังติ

alt

ณ โอกาสบัดนี้ อาตมาภาพจะแสดงพระสัทธรรมเทศนา ในอัตตโนบุพพกัมมกถา เพื่อเป็นเครื่องโสรจสรงองคศรัทธาบารมี ที่บรรดา

นริศราทานบดีทั้งหลายมาพร้อมใจกันบำเพ็ญกุศลประจำปักษ์ คือวันพระขึ้น 8 ค่ำ เดือน 3 วันนี้แต่ความจริงการแสดงพระสัทธรรม

เทศนาวันนี้ ทีแรกตั้งใจจะแสดงเรื่องเทวาสุรสงคราม แต่ว่าเทวาสุรสงครามนี้ก็ต่อเนื่องกันเนื่องมาจากอัตตโนบุพพกรรม คำว่า

อัตตโนบุพกรรม ก็หมายความว่า กรรมที่พระพุทธเจ้าทำมาแล้วในกาลก่อน ?กรรมที่เป็นกุศลบ้างอกุศลบ้าง จนกระทั่งองค์

สมเด็จพระชินวรบรมศาสดาสร้างความดีพิเศษ จึงได้ทรงบรรลุอภิเษกสัมมาสัมโพธิญาณสำหรับวันนี้อารัมภบทจะพูดแต่น้อย ทั้งนี้ก็

เพราะว่าเรื่องราวนี้ยาวมากสงสัยว่าวันนี้เทศน์ไม่จบ เป็นอันว่ามีเนื้อความอยู่ว่า เมื่อถอยหลังจากกัปนี้ไปท่านไม่ได้บอกกัปไว้ว่ากี่กัป มี

นานพคนหนึ่งมีนามว่า มาฆะมานพ ท่าน มาฆะมานพ คนนี้อยู่เป็นชาวป่า คือเป็นชาวชนบทอยู่ในป่าลึก ทว่าเป็นคนใจดีมีควมดี

7 ประการ ไอ้ 7 ประการนี่จำไม่ไดหมดอีก ตามพระบาลีที่มีมา มาตาเปติภรัง ชันตุง กุเล เชฏฐาปจายินัง ติ เป็นต้น

1. ท่านพยายามเลี้ยงบิดามารดาให้มีความสุข

2. มีความเคารพในบุคคลผู้มีอาวุโสกว่า แม้แต่เขาเกิดก่อนวันเดยวท่านก็มีความเคารพว่าเป็นพี่

3. มีการให้ทานเป็นปกติ

4. เป็นคนใจดี

5. ตัดความตระหนี่

6. ระงับความโกรธแล้วก็

7. มีความยิ้มแย้มแจ่มใส ไม่พูดว่าส่อเสียดเป็นปกติ

รวมว่า มาฆะมานพ ที่มีความดี 7 ประการ ที่พูดมานี่มันครบหรือเปล่ามันครบ 7 ข้อ ?แต่ตรงหรือไม่ตรงก็ไม่รู้ หือ อาจารย์หง่า ว่าจะ

มาเทศน์เรื่องหนึ่งขึ้นมาแล้วก็มาเทศน์เรื่องหนึ่งคนละเรื่องเป็นอันว่าท่าน มาฆะมานพ นี้ เป็นคนดีเป็นพิเศษ เรียกว่าขึ้นชื่อว่าความ

โกรธท่านอาจจะไม่หมด ความโกรธ แต่ว่าเป็นคนระงับความโกรธได้ดี ให้อภัยแก่บุคคลอื่นอยู่เสมอ มีความเคารพในบิดามารดา

เลี้ยงให้ท่านมีความสุขตามฐานะแล้วคนที่มีอายุสูงกว่า นี่ถือว่าเป็นพี่ถือว่าเป็นคนชั้นพ่อ ถือว่าเป็นพ่อ คนชั้นปู่ถือว่าเป็นปู่ ไม่เคยล่วง

เกิน ไม่เคย ดีเสมอ บุคคลผู้ใดที่จะมีอายุแก่กว่า แถมใจดีให้ทานเป็นปกติ ระงับความโกรธ ไม่พูดจาส่อเสียด เป็นต้นนับเป็นความดี

ของท่านเป็นประจำต่อมาในฤดูหนาว ขอโทษ เป็นอันว่าในสถานที่แห่งใดแห่งหนึ่ง

ท่านชอบใจจะยืนจะนั่งท่านก็ไปถากถางปัดกวาดให้ดี แล้วก็ไปยืนเล่นนั่งเล่นในที่นั้นบรรดาชาวบ้านทั้งหลายเห็นว่าที่นั้นเป็บทีรื่นรมย์

น่านั่งน่ายืนก็ไปไล่ มาฆะมานพ ก็ไม่โกรธ ไปถากถางใหม่อีกทำอย่างนี้อยู่ตลอดเวลา เวลาที่ลมหนาวโชยมาเป็นฤดูหนาว ท่านก็สุม

ไฟสำหรับจะผิง ชาวบ้านก็ไม่ต้องทำละ พอเข้าไปมึงก็ผิงบ้างกูก็ผิงบ้าง มาผิงมายืนเบียดเสียดกันมากก็เลยผลักไส มาฆะมานพออก

ไปยืนแทน เป็นอันว่า ท่านก็ไปก่อไฟของท่านใหม่ ท่านทำอย่างนี้เป็นปกติไม่โกรธใคร ไม่ส่อเสียดใคร ไม่ประทุษร้ายใคร ?ต่อมา

ไอ้สถานที่มันเตียนมาก ๆขึ้น อาศัยทำคราวละเล็กละน้อย เป็นที่อาศัยของปวงชนทั้งหลายมีความสุข เป็นอันว่าคนในหมู่บ้านนั้นนะ มี

ความสุขเพราะ มาฆะมานพ คนเดียว นี่มันจะเตียนขึ้นมาที่มันจะเกิดความสบายขึ้นมาอาศัยท่า

ท่านก็มานั่งคิดในใจว่า การให้ความสุขแก่บุคคลทั้งหลายในตที่เล็กน้อยเท่านี้มันไม่พอสำหรับใจเรา คนที่จะเข้าไปในเมือง ไปจ่าย

ตลาด ไปเสียภาษีอากรนี่เดินด้วยความลำบาก เพราะต้องบุกป่าฝ่าดง ใช้ทางในระยะเป็นวิถีโค้ง ใช้เวลานานอันตรายย่อมมี ฉะนั้น

มาฆะมานพ ผู้ใจดี จึงได้คิดจะทำทางเข้าไปสู่เมือง ?จึงได้ใช้เครื่องมือมีมีดกะขวานพร้า เป็นต้น เข้าไปฟันต้นไม้ ?ก็มีคน 32 คน

มาถามว่าทำอะไรเพื่อรัก มาฆะมานพ ก็ปรากฏว่า ไอ้คนบ้านเรานี่มันลำบาก เดินไกลจะไปตลาดหรือไปติดต่อทำราชการดี ก็

ต้องเดินลัดป่าไปไกลแสนไก เราจะทำทางเดินเข้าไปสู่ในเมือง 32 คนก็ถามว่า ฉันทำด้วยได้ไหม ท่าน มาฆะมานพ ก็บอกว่า ดีซิ คน

ก็มาร่วมทำกัน ทำทางตัดต้นไม้ปรับพื้นที่ไปในตัวเสร็จ ไปได้ประมาณครึ่งเส้นทางที่ต้องการ ?แล้วปรากฏว่ามีนายอำเภอท่านหนึ่ง

ท่านเป็นคนใจดี เขาเรียก คามโภชก นะ คามโภชก ก็แปลว่านายบ้าน

สมัยนี้ก็แปลว่า นายอำเภอ มาถามว่าพวกแกจะทำอะไร ท่าน มาฆะมานพ ก็บอกว่า พวกกระผมทำทางไปสู่เมืองขอรับต้องการให้คนที่

อยู่ในป่าเข้าเมืองได้โดยสะดวก แกบอกทำได้ ไอ้พวกแกนี่ตัดต้นไม้ทำลายป่านี่ มันมีความผิดตามกฎหมาย ถ้าหากแกจะไม่ให้ฉันจับ ก็

ต้องเอาเงินมาเสียให้ฉัน มาฆะมานพ ก็บอกว่ไอ้ผมทำทางนี่ไม่ได้รับค่าจ้างนะครับ ?แล้วก็ฐานะของผมก็เป็นอย่างนี้นี่ ท่านจะให้ผม

เอาเงินที่ไหนไปเสียค่าจ้าง ท่านนายอำเภอโมโห ความจริงไอ้คอรัปชั่นหรือการโกงการกินของข้าราชการเลวๆ นี่มันมีมาตั้งแต่สมัย

โบราณ นับจากกัปนี้ไปอีกกี่กัปก็ไม่ทราบ พระพุทธเจ้าเกิดเป็น มาฆะมานพ ท่านไม่ได้บอกไว้ในบาลี ?เป็นอันว่านายอำเภอคนนี้ไม่

ได้รับเงินสินบน หรือว่าค่าจ้างรางวัล ในฐานะที่เป็นนายอำเภอ ความจริงจะเรียกว่า ขอทานอันธพาลมากกว่าเหมือนข้าราชการใน

ปัจจุบันก็เหมือนกัน อ๊ะ ไอ้ที่มันโกงชาวบ้านนะควรจะเรียกว่า ขอทานมันก็ยังเล็กไปนะ ขอทานเขายกมือไหว้ เรียกมหาโจรดีกว่า ใน

คราบของเครื่องแบบผู้มีเกียรติ นายอำเภอคนนั้นจึงได้รายงานให้พระราชาทราบ กราบทูลให้ทรงทราบว่า ไอ้คน 33 คนนี่คิดกบฏ

ถากถางทางให้ตรงข้ามมายังพระราชฐานคือพระราชนิเวศน์ หวังจะยกกำลังจากคนในป่าเข้ามายึดประเทศ นั่นเอาเข้านั่นกลายเป็นกบฏ

ไปแล้วเป็นอันว่าพระราชาก็ดีจริงๆ เหมือนกัน ท่านเป็นคนหูหนัก ไอ้หูน่ะหนักใจเบา

คำว่าหูหนักนี่หมายความว่า ใครเขาส่งอะไรมาให้ก็รับ ไม่ต้องใคร่ต้องครวญนะไม่ใช่คนหูเบา รับฟังอย่างเดียว แล้วก็เชื่อ

เลย จึงส่งพวก ตำรวจในสมัยนั้น เขาเรียกราชบุรุษคือคนของพระราชา ไปจับคน 33 คน เข้ามาแล้วก็สอบสวน คน 33 คนก็บอกว่า ไม่

ได้กบฏ ทำทางให้คนเดินโดยสะดวก ?แกก็บอกว่า นายอำเภอเขามาแจ้งฉัน แกปฏิเสธเท่าไรฉันก็ไม่เชื่อ ฉะนั้นจะฆ่าให้ตาย ด้วยวิธี

การฆ่าฟังคอเห็นว่าไม่สมควร จึงจับคนทั้งสามสิบสามมัดให้ยืนขึ้น แล้วก็ใช้ช้างตัวซับมันให้ตกมัน แล้วก็ไล่แทง ช้างมันก็ไม่แทง จึง

จับให้นอน หงายทั้งหมด แล้วก็ให้ช้างเข้าไปเหยียบ ช้างก็ไม่ยอมเหยียบ

นายอำเภอเขาบอกว่าคนลืมตาช้างกลัวตาท่านจึงสั่งให้เอาผ้าผูกตาเสีย สั่งให้ช้างเข้าไปเหยียบคน ช้างก็ไม่เหยียบ ให้เอาเสื่อ

ลำแพนมาปิดให้หมด สั่งให้ช้างเดินบนนั้น ช้างไสเท่าไรสับเท่าไร ช้างก็ไม่ยอมไปตามเดิม ด้วยความดีขององค์สมเด็จพระจอมไตร

และบรรดาคณะอีก 32 คนซึ่งเป็นคนมีใจดี ทำงานเป็นสาธารณะประโยชน์ ฉะนั้นโทษจาการประหารคราวนี้จึงไม่มีผลแล้วก็เป็นเหตุให้

เป็นกำลังใจอีกประการหนึ่ง คือ เทวดาก็ดลใจ

พระราชาซึ่งทรงพิจารณาว่า ธรรมดาช้างตัวนี้เป็นช้างสำหรับทำการรบ แต่ว่าเราใช้เท่าไรเราใช้อย่างไรก็ไม่เคยขัดข้อง?แต่

เวลานี้ไม่ทำตามสักอย่างความจริงมันคงจะมีสักอย่างหนึ่งจึงให้เปิดลำแพนเสื่อลำแพนขึ้นมาแก้วมัด แล้วพระบรมกษัตริย์ก็ทวนถามอีก

ครั้งหนึ่ง เรียกไปถามีละคนละคนในที่ลับ หนังสือเขาไม่ได้บอกนะ หนังสือเขาเรียกไปสอบสวนใหม่ ตอนนี้ท่านบอกว่าเรียกไปทีละ

คนละคนไปที่ลับตา เธอเทศน์ไปนี่ พวกได้มโนมยิทธิแล้วก็ทำตามไปด้วย จับภาพให้เห็น ครั้นคนทั้ง 33 คน ให้ความตรงกัน

ว่าการทำทางครั้งนี้นะ ไม่ได้ทำเพื่อกบฏ เห็นว่าคนในป่าจะเข้ามาติดต่อกับหน่วยราชการเสียภาษีอากรก็ดี มาจากตลาดก็ดี มีธุรกิจก็ดี

มาได้ยาก จึงทำการเพื่อเป็นการสงเคราะห์นายอำเภอตอนนี้กลับเห็นด้วย ดีไม่ตายเสียเถอะ นายอำเภอเห็นด้วยจึงได้ให้รางวัลเป็น

กรณีพิเศษแล้วก็สั่งว่าถ้าเจ้าทำความดีอย่างนี้ พระราชานะ



แก้ไขล่าสุด (วันเสาร์ที่ 29 พฤษภาคม 2010 เวลา 00:56 น.)

 

ความคิดเห็นของคุณ

BBCODES_BOLDBBCODES_ITALICBBCODES_UNDERLINEBBCODES_STRIKETHROUGHBBCODES_SUBSCRIPTBBCODES_SUPERSCRIPTBBCODES_EMAILBBCODES_IMAGEBBCODES_URLBBCODES_LISTBBCODES_ULISTBBCODES_QUOTEBBCODES_CODEBBCODES_CONTENTID
SMILEYS_VERY_HAPPYSMILEYS_SMILESMILEYS_WINKSMILEYS_SADSMILEYS_SURPRISEDSMILEYS_SHOCKEDSMILEYS_CONFUSEDSMILEYS_COOLSMILEYS_LAUGHINGSMILEYS_MADSMILEYS_RAZZSMILEYS_EMBARRASSEDSMILEYS_CRYINGSMILEYS_EVILSMILEYS_TWISTED_EVILSMILEYS_ROLLING_EYESSMILEYS_EXCLAMATIONSMILEYS_QUESTIONSMILEYS_IDEASMILEYS_ARROWSMILEYS_NEUTRALSMILEYS_MR_GREENSMILEYS_GEEKSMILEYS_UBER_GEEK
YOURALIAS:
ชื่อเรื่อง:
FULLTEXT:
Random Content

โอวาทหลวงพ่อวันนี้

กรรมฐานกองที่สำคัญที่สุด

alt

...อันดับแรกขอเตือนญาติโยมพุทธบริษัทก่อนว่า กรรมฐานกองที่สำคัญที่สุด

ญาติโยมจะทำกองไหนก็ตามแต่จะทิ้งไม่ได้นั่นคือ อานาปานุสสติกรรมฐาน

ก่อนที่จะภาวนาอย่างไรก็ตาม พิจารณาก็ตาม ต้องรู้ลมหายใจเข้าออกก่อน

อานาปานุสสติกรรมฐาน นี่เป็นกรรมฐานคุมกรรมฐานทุกกอง ต้องขึ้นต้นก่อน

หลังจากขึ้นต้น อานาปานุสสติ คือลมหายใจเข้าออก

หายใจเข้ารู้อยู่ว่าหายใจเข้า หายใจออกรู้อยู่ว่าหายใจออก นี่อย่างหยาบขั้นต้น

ต่อไปก็หายใจเข้ายาวหรือสั้น หายใจออกยาวหรือสั้นก็รู้อยู่ นี่อย่างละเอียด

ถ้าละเอียดถึงที่สุด สมาธิสูงสุดเป็นฌาน ถ้าเวลานั้นจิตทรงฌานเล็กน้อย

ฌานเบื้องต้นคือ ๑- ๒- ๓ จะรู้อาการของลมตั้งแต่กระทบจมูกเรื่อยไปถึงหน้าอก

ไปถึงศูนย์เหนือสะดือ?กระทบหน้าอก กระทบปลายจมูกจะรู้ตัว

ถ้าหากว่ามีความรู้สึกอยู่แล้วให้ทราบว่าเวลานั้นจิตเป็นฌาน ๑ ถึง ๓ ไม่ใช่ฌาน ๔

ถ้าฌาน ๔จิตจะไม่มีความรู้สึกสัมผัสกับลม คือว่าประสาทกับจิตแยกกันเด็ดขาด

ที่มีความรู้สึกว่าเหมือนไม่หายใจแต่ความจริงหายใจ

แต่จิตกับประสาทแยกกัน จิตไม่ทราบเรื่องของประสาท...

?

(พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชพรหมยานมหาเถระ)

?

รวมโอวาทหลวงพ่อวันนี้

ค้นหาบทความทุกหมวด

รวมบทความน่าสนใจ

ประวัติหลวงพ่อปาน - อนุโมทนา
พฤหัสบดี, 12 กรกฏาคม 2012
? อนุโมทนา จาก หนังสือ?ประวัติหลวงพ่อปาน ? หนังสือประวัติหลวงพ่อปาน (ปาน โสนันโท) วัดบางนมโค อ. เสนา จ. พระนครศรีอยุธยา ที่ท่านกำลังอ่านอยู่นี้ อาตมาบันทึกด้วยเสียงเมื่อกำลังป่วยหนัก พ.ศ. ๒๕๑๕ อาการป่วยขณะนั้นคิดว่าจะไม่มีเวลามาคุยกับท่านทั้งหลายอีก ด้วยอาการเครียดมาก กินไม่ได้ ขนาดกินอะไรเข้าไปก็อาเจียนออกมาทันที... อ่านเพิ่มเติม...
ตอนที่ ๑๕ บ้าเรื่องแผ่นดินไหว โดย หลวงพ่อพระราชพรหมยาน
พุธ, 18 พฤศจิกายน 2009
ตอนที่ ๑๕ บ้าเรื่องแผ่นดินไหว โดย หลวงพ่อพระราชพรหมยาน จาก หนังสือ มโนมยิทธิและประวัติของฉัน เพื่อนภิกษุสามเณรทั้งหลายและบรรดาญาติโยมพุทธบริษัท วันนี้ยังเป็นวันที่ ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๒๗ เป็นตอนที่ ๘ สำหรับการบันทึก และก็การบันทึกนี่อย่าลืมว่า ผมยังอยู่ในการป่วยไข้ไม่สบายอยู่มาก เมื่อตอนเช้าหมอมาให้น้ำเกลือ หมอเขาก็หาว่าผมไม่พัก ผมก็ต้องทนให้หมอดุ... อ่านเพิ่มเติม...
อวิชชารวมตัว ปกปิดจิตแท้ธรรมแท้ โดยหลวงตาบัว
เสาร์, 19 มิถุนายน 2010
?อวิชชารวมตัว ปกปิดจิตแท้ธรรมแท้ โดยหลวงตาบัว เทศน์อบรมพระ ณ วัดป่าบ้านตาด เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2509 ( จากหนังสือจิตเป็นของแปลกประหลาดและน่าอัศจรรย์ ) พระธรรมเทศนากัณฑ์นี้ แสดงในเชิงตอบปัญหาแก่พระเถระสำคัญมากองค์หนึ่งในสมัยปัจจุบัน ?มีเนื้อหาและข้อความดังนี้ นี่คือเวลาเริ่มพิจารณาเข้าสู่จุดรวมของกิเลสวัฏฏ์ ซึ่งได้แก่อวิชชา... อ่านเพิ่มเติม...
วันที่ 31-34: ฝึกอสุภะด้วยการมองคนเป็นศพและโครงกระดูก และอื่นๆ...
อังคาร, 06 ตุลาคม 2009
? ? บันทึก : เข้าพรรษาคนนุ่งกางเกงธรรมดาๆ...เขาทำกันอย่างไร?(ต่อ) ? ? วันที่ 31 : 7 ส.ค.52 : จิตวิ่งเข้าออกฌานเองโดยไม่ได้บังคับ และรู้ทันกามราคะได้ ? นอนเวลา 0.28 น. พิจารณาในมรณานุสสติ กายคตานุสสติ และเรื่องขันธ์ 5 ตามแบบที่หลวงพ่อเนียมท่านสอน ได้กลิ่นเหม็นสาบเหมือนกลิ่นศพฉุนขึ้นมา แล้วมีเสียงดังขึ้นมาว่า “ กลิ่นหอมหรือเหม็นก็อย่าไปติดใจ ว่าหอมหรือเหม็น... อ่านเพิ่มเติม...
จุไรท่องเที่ยวดวงดาว - จุไรท่องเที่ยวดาวกุรุและดาวสิบปัง
พฤหัสบดี, 24 กันยายน 2009
จุไรท่องเที่ยวดาวกุรุและดาวสิบปัง โดย ส.ธ. ลูกหลานที่รัก วันนี้ก็มาฟังนิทานเรื่องของ?จุไร?กันใหม่ สำหรับวันนี้หรือตอนนี้ก็ถือว่าจะเป็นการลุยเรื่องดาวกันให้หมดไป ความจริงดาวไม่หมดแต่ก็จะหยุดคุยเรื่องดาว เราจะคุยกันอีก ๒ ดาว หลังจากแม่และลูกสองคนออกจากดาวสูตูแล้ว ทั้งสองคนก็ตรงแน่วไปดาวกุรุ “ดาวกุรุ”นี่ท่านเรียกว่า “อุตรกุรุ”คำว่า... อ่านเพิ่มเติม...
เรื่องของคุณแม่ชีพิมพา (ตอนที่ ๔) คิดอยากจะบวช, ออกบวชทั้งสองคน, ข้ามฝั่งโขงไปบวชที่จังหวัดอุดรธานี
เสาร์, 30 มกราคม 2010
เรื่องของคุณแม่ชีพิมพา (ตอนที่ ๔) คิดอยากจะบวช, ออกบวชทั้งสองคน, ข้ามฝั่งโขงไปบวชที่จังหวัดอุดรธานี ความรักลูกดั่งดวงใจ สามีก็รักลูกมากเช่นเดียวกัน พอลูกร้องไห้เขาก็ทนไม่ได้ บ่นว่าเราหยาบๆ คายๆ มึงๆ กูๆ เสียดแทงหัวใจนัก อยู่ด้วยกันมา ๑๐ ปีกว่าไม่เคยพูดคำหยาบช้า เมื่อมีลูกแล้วทำไมจึงพูดได้เช่นนี้ คิดเบื่อขึ้นมาทันที... อ่านเพิ่มเติม...
เรื่องจริงอิงนิทาน เล่ม ๑ - ตอนที่ ๑๖. ผีเตี่ยยายซิ้ม
เสาร์, 06 ตุลาคม 2012
16. ผีเตี่ยยายซิ้ม ที่จังหวัดสมุทรสาครกับอำเภอบ้านแพ้ว อาตมากับเพื่อนอีก 2 องค์ไปเทศน์ เขานิมนต์เทศน์ 2 วัน วันแรกไม่ทราบว่าจะเทศน์เรื่องอะไรดี เพราะเขาไม่กำหนดเรื่องเทศน์ให้ ก็ต้องหาเรื่องเทศน์กันเอาเอง เลยเทศน์เรื่องตายแล้วไปไหน ก็พูดกันถึงเรื่องการทำบุญทำบาป ทำบุญตายแล้วไปสู่สุคติ ทำบาปตายแล้วไปสู่ทุคติ ว่ากันอย่างย่อๆ นะ ตานี้พอลงมา... อ่านเพิ่มเติม...
ตอนที่ ๕. วันที่ ๒๔ ธ.ค. ๒๕๕๑ ดอยแม่สลอง
จันทร์, 15 ตุลาคม 2012
วันที่ 24 ธ.ค.51 SMILEYS_CONFUSEDจุดหมายดอยแม่สลอง ? คณะของข้าพเจ้านัดกันว่าจะตื่นตอนตี 04.30น.เพราะจะเตรียมตัวไปขึ้นยังจุดที่สวยงามที่เขาไปกันที่ภูชี้ฟ้าแห่งนี้ ซึ่งต้องเดินเท้าขึ้นไปประมาณ 30 นาที ก็เหมือนๆเดิมตื่นมาข้าพเจ้าก็จับมรณานุสสติก่อน คิดว่าความตายนั้นเป็นของเรา ร่างกายไม่ใช่ของเรา(คิดซ้ำๆแบบนี้แหละ) แล้วมาร่วมกิจกรรมกาแฟ ยามเช้ากันก่อน อากาศหนาวเย็น 13 องศา... อ่านเพิ่มเติม...
บรรไดสู่อริยะ พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชพรหมยาน
จันทร์, 26 เมษายน 2010
? บรรไดสู่อริยะ ?พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชพรหมยาน ถ้าคนจะถึงอรหันต์ ทีนี้อารมณ์ใจมันสบายทุกอย่าง คือว่าไม่หลงในฌาน ฌานทุกอย่าง ทั้งรูปฌานและอรูปฌานเราพอใจ แต่คิดแต่เพียงว่านี่เป็นบันไดก้าวขึ้นสู่อริยะเบื้องสูงเท่านั้น ไม่ใช่มานั่งหลงว่ากัน ทั้งวันทั้งคืน นั่งกรรมฐานตลอดวันตลอดคืน ? นั่นมันยังเป็นเด็กเล็ก ๆ อยู่ ทีนี้หลงในฌานไม่มี... อ่านเพิ่มเติม...
พระธรรมเทศนา เรื่อง อานิสงส์การฟังพระอภิธรรม หลวงพ่อพระราชพรหมยาน
อาทิตย์, 27 มิถุนายน 2010
พระธรรมเทศนา เรื่อง อานิสงส์การฟังพระอภิธรรม โดย หลวงพ่อพระราชพรหมยาน แสดงเมื่อ?วันอังคารที่ 13 เมษายน 2525 นโม ตัสสะ ภควโต อรหโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (3 จบ) ธัมโม หเว รักขติ ธัมมจาริงติ ณ โอกาสบัดนี้ อาตมภาพจะแสดงพระสัทธรรมเทศนาในธัมมิกกถา อันเป็นคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพื่อเป็น เครื่องโสรจสรงองคศรัทธาบารมี... อ่านเพิ่มเติม...
คู่มือปฏิบัติพระกรรมฐาน - อัชฌาสัยปฏิสัมภิทัปปัตโต - เสี้ยนหนามของทุติยฌาน
จันทร์, 22 ตุลาคม 2012
เสี้ยนหนามของทุติยฌาน เสี้ยนหนามของปฐมฌานได้แก่เสียง เสียงเป็นศัตรูคอยทำลายปฐมฌาน เมื่อใดถ้าจิต ยุ่งกับเสียง คือทนรำคาญไม่ไหว ก็หมายความว่า ปฐมฌานเสื่อมเสียแล้ว สำหรับทุติฌานนี้ มีวิตก วิจารเป็นเสี้ยนหนามศัตรู เมื่อขณะที่จิตทรงสมาธิอยู่ในระดับทุติยฌาน จิตคอยจะเคลื่อนเลื่อน ลงมาหาอารมณ์ปฐมฌาน คือคอยจะยึดเอาคาถาภาวนาเป็นอารมณ์... อ่านเพิ่มเติม...
ปฏิปทาท่านผู้เฒ่า ตอนที่ ๒๕
ศุกร์, 09 พฤศจิกายน 2012
ปฏิปทาท่านผู้เฒ่า ตอนที่ ๒๕ ท่านพระโยคาวจรทั้งหลาย วันนี้ก็ปรารภเรื่องปฏิปทาของท่านผู้เฒ่าต่อไป ท่านบันทึกของท่านไว้ว่า เช้าวันที่ ๔ สิงหาคม ๒๕๐๖ วันนี้แจ่มใสมาก เริ่มตั้งแต่เวลา ๙ น. เข้าพระกรรมฐานธรรมดาจนถึงที่สุด แล้วก็ยึดพระนิพพานเป็นอารมณ์ เข้าอภิญญาผลสมาบัติพบท่านโมคคัลลาน์ อย่าลืมนะอภิญญาผลสมาบัติ อภิญญาพบใครก็ได้ พบท่านพระโมคคัลลาน์... อ่านเพิ่มเติม...
กรรมฐาน ๔๐ - ตอนที่ ๓๔. อานาปานสติ (ต่อ)
เสาร์, 20 ตุลาคม 2012
อานาปานสติ สำหรับวันนี้ก็จะได้พูดถึงอานาปานสติต่อ แต่ว่าก่อนที่จะพูดอะไรทั้งหมดรับฟังอะไรทั้งหมด ก็จงอย่าลืมให้พิจารณาไว้เสมอว่า พิจารณาไว้เป็นปกติว่า อัตภาพนี้ไม่ใช่เราไม่ใช่ของเรา เราไม่มีในร่างกาย ร่างกายไม่มีในเรา ร่างกายเป็นแต่เพียงธาตุน้ำ ธาตุดิน ธาตุลม ธาตุไฟ เป็นเพียงร่างกายที่มาอาศัยชั่วคราว เมื่อความเกิดมีขึ้นแล้วก็มีความแปรปรวน... อ่านเพิ่มเติม...
สัมผัส...บ่อเกิดปัญญา (หลวงปู่ชา)
พฤหัสบดี, 29 มีนาคม 2012
? "สัมผัส...บ่อเกิดปัญญา" พระโพธิญาณเถร (ชา สุภัทโท) ? ในฐานะที่พวกเราทั้งหลาย เป็นผู้ตั้งอกตั้งใจมาบรรพชาอุปสมบทในพระพุทธศาสนา ทุกท่านอยู่คนละแห่งละหนก็มารวมกัน ณ วัดป่าพงนี้ ซึ่งเป็นพระประจำอยู่วัดนี้ก็มี ที่เป็นอาคันตุกะพึ่งมาอาศัยอยู่ก็มี ก็ล้วนแต่เป็นนักบวช ซึ่งได้พยายามหาความสงบด้วยกันทั้งนั้น ความสงบที่แท้จริงนั้นพวกเราทั้งหลายจงเข้าใจ... อ่านเพิ่มเติม...
ความเป็นผู้มักน้อย
พฤหัสบดี, 18 กุมภาพันธ์ 2010
ความเป็นผู้มักน้อย พระธรรมเทศนาโดย พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (จันทร์ สิริจนฺโท) ความจริงการฟังพระธรรมเทศนาย่อมมีคุณมีประโยชน์มีอานิสงส์อันไพศาล คือจะได้ยินได้ฟังสิ่งที่ ตนยังไม่เคยได้ยินได้ฟัง ๑ สิ่งที่ตนเคยได้ยินได้ฟังมาแล้ว จักแจ่มแจ้งผ่องใสยิ่งขึ้น ๑ จักตัดความ สงสัยซึ่งข้องอยู่ในใจเสียได้ ๑ จักบำรุงน้ำใจของตนให้ผ่องใสยิ่งขึ้น ๑... อ่านเพิ่มเติม...