Get Adobe Flash player

พระธรรมเทศนา เรื่องมาฆะมานพ โดย หลวงพ่อพระราชพรหมยาน

(1 VOTITALY_VOTE, VOTITALY_AVERAGE: 5.00 VOTITALY_OUTOF)
User Rating: / 1
แย่ดีที่สุด 
หลวงพ่อพระราชพรหมยาน - คำสอนหลวงพ่ออื่น ๆ
ดัชนีบทความ
พระธรรมเทศนา เรื่องมาฆะมานพ โดย หลวงพ่อพระราชพรหมยาน
หน้า ๒
ทุกหน้า

พระธรรมเทศนา เรื่องมาฆะมานพ

โดย หลวงพ่อพระราชพรหมยาน

แสดงเมื่อ ?วันศุกร์ที่ 25 มกราคม 2523

นโม ตัสสะ ภควโต อรหโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (3 จบ) ?มาตาเปติภรัง ชันตุง กุเล เชฏฐาปจายินังติ

alt

ณ โอกาสบัดนี้ อาตมาภาพจะแสดงพระสัทธรรมเทศนา ในอัตตโนบุพพกัมมกถา เพื่อเป็นเครื่องโสรจสรงองคศรัทธาบารมี ที่บรรดา

นริศราทานบดีทั้งหลายมาพร้อมใจกันบำเพ็ญกุศลประจำปักษ์ คือวันพระขึ้น 8 ค่ำ เดือน 3 วันนี้แต่ความจริงการแสดงพระสัทธรรม

เทศนาวันนี้ ทีแรกตั้งใจจะแสดงเรื่องเทวาสุรสงคราม แต่ว่าเทวาสุรสงครามนี้ก็ต่อเนื่องกันเนื่องมาจากอัตตโนบุพพกรรม คำว่า

อัตตโนบุพกรรม ก็หมายความว่า กรรมที่พระพุทธเจ้าทำมาแล้วในกาลก่อน ?กรรมที่เป็นกุศลบ้างอกุศลบ้าง จนกระทั่งองค์

สมเด็จพระชินวรบรมศาสดาสร้างความดีพิเศษ จึงได้ทรงบรรลุอภิเษกสัมมาสัมโพธิญาณสำหรับวันนี้อารัมภบทจะพูดแต่น้อย ทั้งนี้ก็

เพราะว่าเรื่องราวนี้ยาวมากสงสัยว่าวันนี้เทศน์ไม่จบ เป็นอันว่ามีเนื้อความอยู่ว่า เมื่อถอยหลังจากกัปนี้ไปท่านไม่ได้บอกกัปไว้ว่ากี่กัป มี

นานพคนหนึ่งมีนามว่า มาฆะมานพ ท่าน มาฆะมานพ คนนี้อยู่เป็นชาวป่า คือเป็นชาวชนบทอยู่ในป่าลึก ทว่าเป็นคนใจดีมีควมดี

7 ประการ ไอ้ 7 ประการนี่จำไม่ไดหมดอีก ตามพระบาลีที่มีมา มาตาเปติภรัง ชันตุง กุเล เชฏฐาปจายินัง ติ เป็นต้น

1. ท่านพยายามเลี้ยงบิดามารดาให้มีความสุข

2. มีความเคารพในบุคคลผู้มีอาวุโสกว่า แม้แต่เขาเกิดก่อนวันเดยวท่านก็มีความเคารพว่าเป็นพี่

3. มีการให้ทานเป็นปกติ

4. เป็นคนใจดี

5. ตัดความตระหนี่

6. ระงับความโกรธแล้วก็

7. มีความยิ้มแย้มแจ่มใส ไม่พูดว่าส่อเสียดเป็นปกติ

รวมว่า มาฆะมานพ ที่มีความดี 7 ประการ ที่พูดมานี่มันครบหรือเปล่ามันครบ 7 ข้อ ?แต่ตรงหรือไม่ตรงก็ไม่รู้ หือ อาจารย์หง่า ว่าจะ

มาเทศน์เรื่องหนึ่งขึ้นมาแล้วก็มาเทศน์เรื่องหนึ่งคนละเรื่องเป็นอันว่าท่าน มาฆะมานพ นี้ เป็นคนดีเป็นพิเศษ เรียกว่าขึ้นชื่อว่าความ

โกรธท่านอาจจะไม่หมด ความโกรธ แต่ว่าเป็นคนระงับความโกรธได้ดี ให้อภัยแก่บุคคลอื่นอยู่เสมอ มีความเคารพในบิดามารดา

เลี้ยงให้ท่านมีความสุขตามฐานะแล้วคนที่มีอายุสูงกว่า นี่ถือว่าเป็นพี่ถือว่าเป็นคนชั้นพ่อ ถือว่าเป็นพ่อ คนชั้นปู่ถือว่าเป็นปู่ ไม่เคยล่วง

เกิน ไม่เคย ดีเสมอ บุคคลผู้ใดที่จะมีอายุแก่กว่า แถมใจดีให้ทานเป็นปกติ ระงับความโกรธ ไม่พูดจาส่อเสียด เป็นต้นนับเป็นความดี

ของท่านเป็นประจำต่อมาในฤดูหนาว ขอโทษ เป็นอันว่าในสถานที่แห่งใดแห่งหนึ่ง

ท่านชอบใจจะยืนจะนั่งท่านก็ไปถากถางปัดกวาดให้ดี แล้วก็ไปยืนเล่นนั่งเล่นในที่นั้นบรรดาชาวบ้านทั้งหลายเห็นว่าที่นั้นเป็บทีรื่นรมย์

น่านั่งน่ายืนก็ไปไล่ มาฆะมานพ ก็ไม่โกรธ ไปถากถางใหม่อีกทำอย่างนี้อยู่ตลอดเวลา เวลาที่ลมหนาวโชยมาเป็นฤดูหนาว ท่านก็สุม

ไฟสำหรับจะผิง ชาวบ้านก็ไม่ต้องทำละ พอเข้าไปมึงก็ผิงบ้างกูก็ผิงบ้าง มาผิงมายืนเบียดเสียดกันมากก็เลยผลักไส มาฆะมานพออก

ไปยืนแทน เป็นอันว่า ท่านก็ไปก่อไฟของท่านใหม่ ท่านทำอย่างนี้เป็นปกติไม่โกรธใคร ไม่ส่อเสียดใคร ไม่ประทุษร้ายใคร ?ต่อมา

ไอ้สถานที่มันเตียนมาก ๆขึ้น อาศัยทำคราวละเล็กละน้อย เป็นที่อาศัยของปวงชนทั้งหลายมีความสุข เป็นอันว่าคนในหมู่บ้านนั้นนะ มี

ความสุขเพราะ มาฆะมานพ คนเดียว นี่มันจะเตียนขึ้นมาที่มันจะเกิดความสบายขึ้นมาอาศัยท่า

ท่านก็มานั่งคิดในใจว่า การให้ความสุขแก่บุคคลทั้งหลายในตที่เล็กน้อยเท่านี้มันไม่พอสำหรับใจเรา คนที่จะเข้าไปในเมือง ไปจ่าย

ตลาด ไปเสียภาษีอากรนี่เดินด้วยความลำบาก เพราะต้องบุกป่าฝ่าดง ใช้ทางในระยะเป็นวิถีโค้ง ใช้เวลานานอันตรายย่อมมี ฉะนั้น

มาฆะมานพ ผู้ใจดี จึงได้คิดจะทำทางเข้าไปสู่เมือง ?จึงได้ใช้เครื่องมือมีมีดกะขวานพร้า เป็นต้น เข้าไปฟันต้นไม้ ?ก็มีคน 32 คน

มาถามว่าทำอะไรเพื่อรัก มาฆะมานพ ก็ปรากฏว่า ไอ้คนบ้านเรานี่มันลำบาก เดินไกลจะไปตลาดหรือไปติดต่อทำราชการดี ก็

ต้องเดินลัดป่าไปไกลแสนไก เราจะทำทางเดินเข้าไปสู่ในเมือง 32 คนก็ถามว่า ฉันทำด้วยได้ไหม ท่าน มาฆะมานพ ก็บอกว่า ดีซิ คน

ก็มาร่วมทำกัน ทำทางตัดต้นไม้ปรับพื้นที่ไปในตัวเสร็จ ไปได้ประมาณครึ่งเส้นทางที่ต้องการ ?แล้วปรากฏว่ามีนายอำเภอท่านหนึ่ง

ท่านเป็นคนใจดี เขาเรียก คามโภชก นะ คามโภชก ก็แปลว่านายบ้าน

สมัยนี้ก็แปลว่า นายอำเภอ มาถามว่าพวกแกจะทำอะไร ท่าน มาฆะมานพ ก็บอกว่า พวกกระผมทำทางไปสู่เมืองขอรับต้องการให้คนที่

อยู่ในป่าเข้าเมืองได้โดยสะดวก แกบอกทำได้ ไอ้พวกแกนี่ตัดต้นไม้ทำลายป่านี่ มันมีความผิดตามกฎหมาย ถ้าหากแกจะไม่ให้ฉันจับ ก็

ต้องเอาเงินมาเสียให้ฉัน มาฆะมานพ ก็บอกว่ไอ้ผมทำทางนี่ไม่ได้รับค่าจ้างนะครับ ?แล้วก็ฐานะของผมก็เป็นอย่างนี้นี่ ท่านจะให้ผม

เอาเงินที่ไหนไปเสียค่าจ้าง ท่านนายอำเภอโมโห ความจริงไอ้คอรัปชั่นหรือการโกงการกินของข้าราชการเลวๆ นี่มันมีมาตั้งแต่สมัย

โบราณ นับจากกัปนี้ไปอีกกี่กัปก็ไม่ทราบ พระพุทธเจ้าเกิดเป็น มาฆะมานพ ท่านไม่ได้บอกไว้ในบาลี ?เป็นอันว่านายอำเภอคนนี้ไม่

ได้รับเงินสินบน หรือว่าค่าจ้างรางวัล ในฐานะที่เป็นนายอำเภอ ความจริงจะเรียกว่า ขอทานอันธพาลมากกว่าเหมือนข้าราชการใน

ปัจจุบันก็เหมือนกัน อ๊ะ ไอ้ที่มันโกงชาวบ้านนะควรจะเรียกว่า ขอทานมันก็ยังเล็กไปนะ ขอทานเขายกมือไหว้ เรียกมหาโจรดีกว่า ใน

คราบของเครื่องแบบผู้มีเกียรติ นายอำเภอคนนั้นจึงได้รายงานให้พระราชาทราบ กราบทูลให้ทรงทราบว่า ไอ้คน 33 คนนี่คิดกบฏ

ถากถางทางให้ตรงข้ามมายังพระราชฐานคือพระราชนิเวศน์ หวังจะยกกำลังจากคนในป่าเข้ามายึดประเทศ นั่นเอาเข้านั่นกลายเป็นกบฏ

ไปแล้วเป็นอันว่าพระราชาก็ดีจริงๆ เหมือนกัน ท่านเป็นคนหูหนัก ไอ้หูน่ะหนักใจเบา

คำว่าหูหนักนี่หมายความว่า ใครเขาส่งอะไรมาให้ก็รับ ไม่ต้องใคร่ต้องครวญนะไม่ใช่คนหูเบา รับฟังอย่างเดียว แล้วก็เชื่อ

เลย จึงส่งพวก ตำรวจในสมัยนั้น เขาเรียกราชบุรุษคือคนของพระราชา ไปจับคน 33 คน เข้ามาแล้วก็สอบสวน คน 33 คนก็บอกว่า ไม่

ได้กบฏ ทำทางให้คนเดินโดยสะดวก ?แกก็บอกว่า นายอำเภอเขามาแจ้งฉัน แกปฏิเสธเท่าไรฉันก็ไม่เชื่อ ฉะนั้นจะฆ่าให้ตาย ด้วยวิธี

การฆ่าฟังคอเห็นว่าไม่สมควร จึงจับคนทั้งสามสิบสามมัดให้ยืนขึ้น แล้วก็ใช้ช้างตัวซับมันให้ตกมัน แล้วก็ไล่แทง ช้างมันก็ไม่แทง จึง

จับให้นอน หงายทั้งหมด แล้วก็ให้ช้างเข้าไปเหยียบ ช้างก็ไม่ยอมเหยียบ

นายอำเภอเขาบอกว่าคนลืมตาช้างกลัวตาท่านจึงสั่งให้เอาผ้าผูกตาเสีย สั่งให้ช้างเข้าไปเหยียบคน ช้างก็ไม่เหยียบ ให้เอาเสื่อ

ลำแพนมาปิดให้หมด สั่งให้ช้างเดินบนนั้น ช้างไสเท่าไรสับเท่าไร ช้างก็ไม่ยอมไปตามเดิม ด้วยความดีขององค์สมเด็จพระจอมไตร

และบรรดาคณะอีก 32 คนซึ่งเป็นคนมีใจดี ทำงานเป็นสาธารณะประโยชน์ ฉะนั้นโทษจาการประหารคราวนี้จึงไม่มีผลแล้วก็เป็นเหตุให้

เป็นกำลังใจอีกประการหนึ่ง คือ เทวดาก็ดลใจ

พระราชาซึ่งทรงพิจารณาว่า ธรรมดาช้างตัวนี้เป็นช้างสำหรับทำการรบ แต่ว่าเราใช้เท่าไรเราใช้อย่างไรก็ไม่เคยขัดข้อง?แต่

เวลานี้ไม่ทำตามสักอย่างความจริงมันคงจะมีสักอย่างหนึ่งจึงให้เปิดลำแพนเสื่อลำแพนขึ้นมาแก้วมัด แล้วพระบรมกษัตริย์ก็ทวนถามอีก

ครั้งหนึ่ง เรียกไปถามีละคนละคนในที่ลับ หนังสือเขาไม่ได้บอกนะ หนังสือเขาเรียกไปสอบสวนใหม่ ตอนนี้ท่านบอกว่าเรียกไปทีละ

คนละคนไปที่ลับตา เธอเทศน์ไปนี่ พวกได้มโนมยิทธิแล้วก็ทำตามไปด้วย จับภาพให้เห็น ครั้นคนทั้ง 33 คน ให้ความตรงกัน

ว่าการทำทางครั้งนี้นะ ไม่ได้ทำเพื่อกบฏ เห็นว่าคนในป่าจะเข้ามาติดต่อกับหน่วยราชการเสียภาษีอากรก็ดี มาจากตลาดก็ดี มีธุรกิจก็ดี

มาได้ยาก จึงทำการเพื่อเป็นการสงเคราะห์นายอำเภอตอนนี้กลับเห็นด้วย ดีไม่ตายเสียเถอะ นายอำเภอเห็นด้วยจึงได้ให้รางวัลเป็น

กรณีพิเศษแล้วก็สั่งว่าถ้าเจ้าทำความดีอย่างนี้ พระราชานะ



แก้ไขล่าสุด (วันเสาร์ที่ 29 พฤษภาคม 2010 เวลา 00:56 น.)

 

ความคิดเห็นของคุณ

BBCODES_BOLDBBCODES_ITALICBBCODES_UNDERLINEBBCODES_STRIKETHROUGHBBCODES_SUBSCRIPTBBCODES_SUPERSCRIPTBBCODES_EMAILBBCODES_IMAGEBBCODES_URLBBCODES_LISTBBCODES_ULISTBBCODES_QUOTEBBCODES_CODEBBCODES_CONTENTID
SMILEYS_VERY_HAPPYSMILEYS_SMILESMILEYS_WINKSMILEYS_SADSMILEYS_SURPRISEDSMILEYS_SHOCKEDSMILEYS_CONFUSEDSMILEYS_COOLSMILEYS_LAUGHINGSMILEYS_MADSMILEYS_RAZZSMILEYS_EMBARRASSEDSMILEYS_CRYINGSMILEYS_EVILSMILEYS_TWISTED_EVILSMILEYS_ROLLING_EYESSMILEYS_EXCLAMATIONSMILEYS_QUESTIONSMILEYS_IDEASMILEYS_ARROWSMILEYS_NEUTRALSMILEYS_MR_GREENSMILEYS_GEEKSMILEYS_UBER_GEEK
YOURALIAS:
ชื่อเรื่อง:
FULLTEXT:
Random Content

โอวาทหลวงพ่อวันนี้

ศีลเป็นปัจจัยกันอบายภูมิด่านแรก

alt

...คนที่มีศีลบริสุทธิ์ย่อมเป็นที่รักสำหรับคนเหมือนกัน โดยเฉพาะคนเหมือนกัน

เขาก็รักคนที่มีศีลบริสุทธิื แม้แต่สัตว์เดรฉานที่ไม่รู้จักภาษามนุษย์

ก็รักคนที่มีศีลบริสุทธิ์เหมือนกัน?ยิ่งไปกว่านั้นเทวดาก็ยังรักคนที่มีศีลบริสุทธิ์

ฉะนั้นคนที่มีศีลบริสุทธิ์จึงกล่าวว่าเป็นคนที่มีความสำคัญ

ศีลเป็นปัจจัยกันอบายภูมิด่านแรก

ถ้าศีลของเราบกพร่อง แสดงว่าเรายังเปิดโอกาสให้เราลงอบายภูมิ

ถ้าศีลบริสุทธิ์ ถึงแม้ว่าเรายังไม่เป็นพระอริยเจ้า

ถ้าจิตมีความมั่นคงในศีลก็แสดงว่าชาตินี้หนึ่งชาติละ ที่เราไม่ลงอบายภูมิมีนรกเป็นต้น...

?

(พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชพรหมยานมหาเถระ)

?

รวมโอวาทหลวงพ่อวันนี้

ค้นหาบทความทุกหมวด

รวมบทความน่าสนใจ

รวมเกร็ดธรรมะ จาก พระอาจารย์วิรัช โอภาโส ต่อ
พุธ, 02 ธันวาคม 2009
รวมเกร็ดธรรมะ จาก พระอาจารย์วิรัช โอภาโส ต่อ ??? พิมพ์พินัยกรรมหลวงพ่อ วันหนึ่ง ในปีสุดท้ายก่อนหลวงพ่อมรณภาพ หลวงพ่อได้ร่างพินัยกรรมด้วยลายมือหลวงพ่อใน สมุดปกบางแบบสมุดนักเรียน?? บอกอาตมาให้ช่วยพิมพ์ คำไหนอ่านไม่ออกให้ถาม??? เมื่ออาตมา ได้รับสมุด??? ก็นำไปอ่านจนจบ?? คำไหนอ่านไม่ชัด? ก็วงกลมไว้?? ในใจก็คิดอยุ่ว่า? ?น่ากลัว หลวงพ่อจะละขันธ์???... อ่านเพิ่มเติม...
ประวัติหลวงพ่อจง พุทธสโร (ตอนที่ ๔)
ศุกร์, 13 กันยายน 2013
หลวงพ่อจง พุทธสโร วัดหน้าต่างนอก ตอนที่ ๔ ปกติหลวงพ่อจงไปไหนท่านชอบไปองค์เดียว จนตอนระยะวัยสูงมีสภาพของคนชรา ไม่น่าวางใจว่าอาจไปเกิดพลั้งเผลอมีอุบัติเหตุ ผู้เจตนาดีและศิษย์ผู้ภักดีจึงต้องติดตามท่านไปด้วยสองสามคน เพื่อคอยดูแลและรับใช้ถวายปรนนิบัติท่าน หลวงพ่อจงเป็นภิกษุผู้ปราศจากละโมบในลาภสักการ ยศศักดิ์ทั้งปวง... อ่านเพิ่มเติม...
หนังสืออ่านเล่น เล่มที่ ๒ ตอนที่๔
ศุกร์, 13 พฤศจิกายน 2009
? ? ?????????????????????????????????? หนังสืออ่านเล่น เล่มที่ ๒ ตอนที่ ๔ วันนี้ วันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๓๑ ขอคุยกันในเรื่องทีเกิดขึ้นตอนกลางคือวันที่ ๑๘ ก่อน เมื่อ เสร็จภาระกิจในเวลากลางคืน มองดูเวลา ๒๓.๐๐ น.เศษ ก็ออกจงกรม วันนี้ร่างกายค่อยดี ขึ้น พอคล่องตัวบ้าง แต่ไม่ดีเท่าที่ควร เพราะทางท้องยังผูกมาก เมื่อเวลา ๒๔.๐๐ น.เศษ เลิกจงกรมเข้าที่นอน กินยาช่วยหลับแต่ทว่ามันไม่ยอมหลับ... อ่านเพิ่มเติม...
สามีบวชที่วัดโพธิสมภรณ์ เรื่องของคุณแม่ชีพิมพา (ตอนที่ ๖)
อาทิตย์, 07 กุมภาพันธ์ 2010
เรื่องของคุณแม่ชีพิมพา (ตอนที่ ๖) สามีบวชที่วัดโพธิสมภรณ์ อีก ๔ วัน (วัน ๑๒ ค่ำ) เป็นวันบวชของสามี ย่าห้ามไม่ให้ไป กลัวจะไปทำขายหน้า บอกย่าว่า ขอไปอนุโมทนา ถ้าไปร้องไห้กอดแข้งกอดขาเขา จะให้ย่าเอามีดพร้าฟันหัว พอก้าวพ้นหัวบันได ไปเห็นเขาปลงผมแล้ว ใจสว่าง นั่งลงยกมือไหว้ว่า สาธุ ข้าพเจ้าพ้นทุกข์แล้วครั้งที่ ๒ ลุงและปู่ห้ามว่า อย่าไหว้ฆราวาส ... อ่านเพิ่มเติม...
ประวัติ หลวงปู่เจี๊ยะ จุนฺโท ต่อ
อังคาร, 27 ตุลาคม 2009
ประวัติ หลวงปู่เจี๊ยะ จุนฺโท ต่อ? พรรษาที่ ๑๔- ๒๔ (พ.ศ. ๒๔๙๓ - ๒๕๐๓) จำพรรษาที่ วัดเขาแก้ว ตำบลท่าช้าง อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี ต้น ปี ๒๔๙๓ เมื่อเสร็จงานศพท่านพระอาจารย์มั่นแล้ว คณะกรรมฐานระยะนั้นเหมือนบ้านแตก สาแหรกขาด ขาดที่พึ่งใหญ่ ก็ต่างองค์ต่างพยายามหาที่พึ่งน้อย อันหมายถึงลูกศิษย์ที่ท่านพระ อาจารย์มั่นรับรอง... อ่านเพิ่มเติม...
เกิดเป็นเปรตกินอุจจาระ เพราะ ปากเสีย
พฤหัสบดี, 03 ธันวาคม 2009
? เกิดเป็นเปรตกินอุจจาระ เพราะ ปากเสีย สังคม ปัจจุบันมีการใส่ร้ายป้ายสี กันมาก ไม่ว่าจะเป็นผู้แทนของประชาชนก็ตาม จนทำให้สังคมเกิดความสับสันว่าอะไรคือความจริง ความเท็จ รวมทั้งผู้ใหญ่ในบ้านเมืองที่มักพูดคำหยาบ คำส่อเสียด คำเพ้อเจ้อ ซึ่งเป็นเรื่องที่ผิดศีล เพราะฉะนั้นทุกคนจึงต้องระมัดระวัง คำพูดให้มาก ผู้ไม่สำรวมระวังในการพูด... อ่านเพิ่มเติม...
เกิด เป็นเปรตกินอุจจาระเพราะปากเสีย.
จันทร์, 05 เมษายน 2010
เกิด เป็นเปรตกินอุจจาระเพราะปากเสีย เป็นมนุษย์ สุดดีที่ลมปาก จะได้ยากโหยหิวเพราะชิวหา คำภาษิตนี้บ่งบอกความหมายไว้ชัดเจนแล้วว่า มนุษย์เรานั้นต้องพูดใน สิ่งที่มีประโยชน์ เป็นไปด้วยความเจริญฝ่ายเดียว หากพูดเพ้อเจ้อ หรือส่อเสียดแล้ว กรรมที่เห็นทันตาก็คือ ถูกทำร้ายเพราะคนที่เขา ถูกด่า ถูกใส่ความ เกิดโทสะ แล้วลงมือลงไม้เอาเข้าให้ ... อ่านเพิ่มเติม...
การรวมสงบของจิต พระอาจารย์มหาบัว ญาณสัมปันโน
อาทิตย์, 09 มกราคม 2011
การรวมสงบของจิต พระอาจารย์มหาบัว ญาณสัมปันโน คนมีธรรม หรือมีจิตตภาวนากำกับใจ ทำอะไรไม่ค่อยโอนอ่อนไปตามอารมณ์โดยถ่ายเดียว ยังมีการยับยั้งชั่งตวง มีการคัดค้าน ต้านทานอารมณ์ไว้บ้าง ไม่เปิดทางให้เป็นไปตามใจที่ชอบ เป็นไปตามอารมณ์ จนเป็นนิสัย ไม่เป็นคนฉุนเฉียวหรือโกรธง่าย ก่อนที่ จิตจะแสดงอาการไม่ดีออกมา จิตที่ได้รับการอบรมย่อมมีทางยับยั้งไว้ได้... อ่านเพิ่มเติม...
โอวาทธรรม พระอาจารย์สิงห์ขนฺตยาคโม
เสาร์, 13 มีนาคม 2010
? โอวาทธรรม พระอาจารย์สิงห์ขนฺตยาคโม และพระอาจารย์มหาปิ่นปญฺญาพโลได้เรียบเรียงแบบวิธีปฏิญาณตนถึงพระไตรสรณคมน์กับแบบวิธีนั่งสมาธิภาวนาตามที่คุณหาบุญมาไชย์ปลัดขวาอำเภอพระลับจังหวัดขอนแก่นอาราธนาให้เรียบเรียงไว้เมื่อปีพ.ศ.2474ดังนี้ คำปรารภของพระญาณวิศิษฎ์สมิทธิวีราจารย์ ในการพิมพ์หนังสือพระไตรสรณคมน์และสมาธิวิธี... อ่านเพิ่มเติม...
ประวัติ หลวงปู่เจี๊ยะ จุนฺโท ต่อ
พฤหัสบดี, 05 พฤศจิกายน 2009
ประวัติ หลวงปู่เจี๊ยะ จุนฺโท ต่อ เมื่อ พระอาจารย์เจี๊ยะออกจากวัดญาณสังวรารามมาแล้ว จึงออกเดินทางไปพักอยู่ที่วัดอโศการาม พระอาจารย์มหาบัวจึงได้นิมนต์ให้ท่านอบรมธรรมะอยู่ที่วัดอโศฯ นี้ก่อน อย่าเพิ่งด่วนไปที่ไหน ท่าน ก็ทำตามคำที่พระอาจารย์มหาบัวสั่งด้วยความเคารพ ท่านพระอาจารย์เจี๊ยะเล่าว่า...   ท่านพ่อลีท่านก็ได้ล่วงไป ๑๘ ปีแล้ว... อ่านเพิ่มเติม...
ความหลังครั้งหนึ่ง ตอนที่๖ ตอนสุดท้าย
เสาร์, 14 พฤศจิกายน 2009
? ความหลังครั้งหนึ่ง ตอนที่๖ ตอนสุดท้าย เมื่อ ลุงเข้าไปในห้องที่คุณแม่นอน ก็เห็นท่านกำลงดูแลให้เด็กตำหมาก พอเห็นลุง คุณแม่ก็ดีใจจน ร้องไห้ ลุงเข้าไปกราบท่าน ท่านเอามือมาลูบหัวแล้วถามว่า ?กลับมาแล้วหรือลูก พบคู่รักของเจ้า แล้วหรือยังล่ะ? ลุงตอบว่า ?ยังครับคุณแม่ คุณแม่ป่วยเป็นอะไรมากหรือครับ? เสียงคุณแม่พูดว่า ?แม่ ค่อยยังชั่วมากแล้ว... อ่านเพิ่มเติม...
ปีติ ต่อ
ศุกร์, 26 กุมภาพันธ์ 2010
ปีติต่อ หลวงพ่อพระราชพรหมยาน ต่อมาเป็นปีติ ที่ ๔ เรียกว่า อุพเพงคาปีติ ปีติอันดับนี้จะมีตัวลอยขึ้นไปบนอากาศแต่ว่า ใจเราก็สบาย ไอ้ตัวเราลอยขึ้นไปนี่มันไม่ใช่เหาะเมื่อใจเข้าถึงระดับปีติตัวนี้มันลอยของ มันขึ้นไปเอง ถ้ากำลังจิตจะคลายนิดหนึ่งมันก็จะเลื่อนมานั่งที่เดิมตามปกติ ไมต้องกลัวว้าลอยไป แล้วก็กลับมาไม่ได้ อารมณ์ใจจะมีความชุ่มชื่น... อ่านเพิ่มเติม...
ครั้งที่ 2 ภาคอิสาน-อุดรธานีและสกลนคร
อังคาร, 09 ตุลาคม 2012
? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ??ด้วยกุศลผลบุญที่พึงบังเกิดแก่ข้าพเจ้าในกาลครั้งนี้ ข้าพเจ้าขอน้อมถวายพระราชกุศลแด่องค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าบรมครู สัมมาสัมพุทธเจ้าทุกๆพระองค์ พระปัจเจกพุทธเจ้าทุกๆพระองค์ พระธรรม และพระอริยสงฆ์ทั้งหลาย ครูบาอาจารย์ทั้งหลาย พรหม เทวดา นางฟ้าทั้งหลาย ผู้มีพระคุณทั้งหลาย บิดามารดาของข้าพเจ้าทั้งหลายในทุกๆชาติ... อ่านเพิ่มเติม...
โอวาทหลวงพ่อตอนที่๒๕
พฤหัสบดี, 01 เมษายน 2010
โอวาทหลวงพ่อตอนที่๒๕ ?เจโตปริยญาณ พระพุทธเจ้าสอนไว้ คือ หนึ่ง มีไว้ให้เปลื้องความสงสัยว่า กิเลสมีจริงไหมสอง รู้จิตของตนเองว่า เวลานี้กิเลสอะไร มันเข้ามาสิงอยู่ อะไรเข้ามาทับอยู่ แล้วเราจะแก้อารมณ์ของ กิเลสนั้นด้วยประการใด นี่ท่านมีไว้ให้ดูใจตนเองนะ ใจของชาวบ้านชาว เมืองจะเป็นอย่างไรก็ช่างเขาอย่าไปยุ่ง ... อ่านเพิ่มเติม...
ปฏิปทาท่านผู้เฒ่า ตอนที่ ๒
เสาร์, 05 ธันวาคม 2009
ปฏิปทาท่านผู้เฒ่า ตอนที่ ๒ ท่านทั้งหลายตั้งใจรวบรวมกำลังจิตของท่านให้เป็นสมาธิ ในอันดับแรก สิ่งที่ท่านทั้งหลายจะลืมไม่ได้ นั่นก็คือรวบรวมกำลังใจไว้ในอิทธิบาททั้งสี่ประการ คือ ฉันทะ พอใจในความดีตามพระธรรมวินัยที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแนะนำ สองวิริยะ หักห้ามความชั่วอย่าให้เกิดขึ้นกับจิต... อ่านเพิ่มเติม...