Get Adobe Flash player

พระธรรมเทศนา เรื่องมาฆะมานพ โดย หลวงพ่อพระราชพรหมยาน

(1 VOTITALY_VOTE, VOTITALY_AVERAGE: 5.00 VOTITALY_OUTOF)
User Rating: / 1
แย่ดีที่สุด 
หลวงพ่อพระราชพรหมยาน - คำสอนหลวงพ่ออื่น ๆ
ดัชนีบทความ
พระธรรมเทศนา เรื่องมาฆะมานพ โดย หลวงพ่อพระราชพรหมยาน
หน้า ๒
ทุกหน้า

พระธรรมเทศนา เรื่องมาฆะมานพ

โดย หลวงพ่อพระราชพรหมยาน

แสดงเมื่อ ?วันศุกร์ที่ 25 มกราคม 2523

นโม ตัสสะ ภควโต อรหโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (3 จบ) ?มาตาเปติภรัง ชันตุง กุเล เชฏฐาปจายินังติ

alt

ณ โอกาสบัดนี้ อาตมาภาพจะแสดงพระสัทธรรมเทศนา ในอัตตโนบุพพกัมมกถา เพื่อเป็นเครื่องโสรจสรงองคศรัทธาบารมี ที่บรรดา

นริศราทานบดีทั้งหลายมาพร้อมใจกันบำเพ็ญกุศลประจำปักษ์ คือวันพระขึ้น 8 ค่ำ เดือน 3 วันนี้แต่ความจริงการแสดงพระสัทธรรม

เทศนาวันนี้ ทีแรกตั้งใจจะแสดงเรื่องเทวาสุรสงคราม แต่ว่าเทวาสุรสงครามนี้ก็ต่อเนื่องกันเนื่องมาจากอัตตโนบุพพกรรม คำว่า

อัตตโนบุพกรรม ก็หมายความว่า กรรมที่พระพุทธเจ้าทำมาแล้วในกาลก่อน ?กรรมที่เป็นกุศลบ้างอกุศลบ้าง จนกระทั่งองค์

สมเด็จพระชินวรบรมศาสดาสร้างความดีพิเศษ จึงได้ทรงบรรลุอภิเษกสัมมาสัมโพธิญาณสำหรับวันนี้อารัมภบทจะพูดแต่น้อย ทั้งนี้ก็

เพราะว่าเรื่องราวนี้ยาวมากสงสัยว่าวันนี้เทศน์ไม่จบ เป็นอันว่ามีเนื้อความอยู่ว่า เมื่อถอยหลังจากกัปนี้ไปท่านไม่ได้บอกกัปไว้ว่ากี่กัป มี

นานพคนหนึ่งมีนามว่า มาฆะมานพ ท่าน มาฆะมานพ คนนี้อยู่เป็นชาวป่า คือเป็นชาวชนบทอยู่ในป่าลึก ทว่าเป็นคนใจดีมีควมดี

7 ประการ ไอ้ 7 ประการนี่จำไม่ไดหมดอีก ตามพระบาลีที่มีมา มาตาเปติภรัง ชันตุง กุเล เชฏฐาปจายินัง ติ เป็นต้น

1. ท่านพยายามเลี้ยงบิดามารดาให้มีความสุข

2. มีความเคารพในบุคคลผู้มีอาวุโสกว่า แม้แต่เขาเกิดก่อนวันเดยวท่านก็มีความเคารพว่าเป็นพี่

3. มีการให้ทานเป็นปกติ

4. เป็นคนใจดี

5. ตัดความตระหนี่

6. ระงับความโกรธแล้วก็

7. มีความยิ้มแย้มแจ่มใส ไม่พูดว่าส่อเสียดเป็นปกติ

รวมว่า มาฆะมานพ ที่มีความดี 7 ประการ ที่พูดมานี่มันครบหรือเปล่ามันครบ 7 ข้อ ?แต่ตรงหรือไม่ตรงก็ไม่รู้ หือ อาจารย์หง่า ว่าจะ

มาเทศน์เรื่องหนึ่งขึ้นมาแล้วก็มาเทศน์เรื่องหนึ่งคนละเรื่องเป็นอันว่าท่าน มาฆะมานพ นี้ เป็นคนดีเป็นพิเศษ เรียกว่าขึ้นชื่อว่าความ

โกรธท่านอาจจะไม่หมด ความโกรธ แต่ว่าเป็นคนระงับความโกรธได้ดี ให้อภัยแก่บุคคลอื่นอยู่เสมอ มีความเคารพในบิดามารดา

เลี้ยงให้ท่านมีความสุขตามฐานะแล้วคนที่มีอายุสูงกว่า นี่ถือว่าเป็นพี่ถือว่าเป็นคนชั้นพ่อ ถือว่าเป็นพ่อ คนชั้นปู่ถือว่าเป็นปู่ ไม่เคยล่วง

เกิน ไม่เคย ดีเสมอ บุคคลผู้ใดที่จะมีอายุแก่กว่า แถมใจดีให้ทานเป็นปกติ ระงับความโกรธ ไม่พูดจาส่อเสียด เป็นต้นนับเป็นความดี

ของท่านเป็นประจำต่อมาในฤดูหนาว ขอโทษ เป็นอันว่าในสถานที่แห่งใดแห่งหนึ่ง

ท่านชอบใจจะยืนจะนั่งท่านก็ไปถากถางปัดกวาดให้ดี แล้วก็ไปยืนเล่นนั่งเล่นในที่นั้นบรรดาชาวบ้านทั้งหลายเห็นว่าที่นั้นเป็บทีรื่นรมย์

น่านั่งน่ายืนก็ไปไล่ มาฆะมานพ ก็ไม่โกรธ ไปถากถางใหม่อีกทำอย่างนี้อยู่ตลอดเวลา เวลาที่ลมหนาวโชยมาเป็นฤดูหนาว ท่านก็สุม

ไฟสำหรับจะผิง ชาวบ้านก็ไม่ต้องทำละ พอเข้าไปมึงก็ผิงบ้างกูก็ผิงบ้าง มาผิงมายืนเบียดเสียดกันมากก็เลยผลักไส มาฆะมานพออก

ไปยืนแทน เป็นอันว่า ท่านก็ไปก่อไฟของท่านใหม่ ท่านทำอย่างนี้เป็นปกติไม่โกรธใคร ไม่ส่อเสียดใคร ไม่ประทุษร้ายใคร ?ต่อมา

ไอ้สถานที่มันเตียนมาก ๆขึ้น อาศัยทำคราวละเล็กละน้อย เป็นที่อาศัยของปวงชนทั้งหลายมีความสุข เป็นอันว่าคนในหมู่บ้านนั้นนะ มี

ความสุขเพราะ มาฆะมานพ คนเดียว นี่มันจะเตียนขึ้นมาที่มันจะเกิดความสบายขึ้นมาอาศัยท่า

ท่านก็มานั่งคิดในใจว่า การให้ความสุขแก่บุคคลทั้งหลายในตที่เล็กน้อยเท่านี้มันไม่พอสำหรับใจเรา คนที่จะเข้าไปในเมือง ไปจ่าย

ตลาด ไปเสียภาษีอากรนี่เดินด้วยความลำบาก เพราะต้องบุกป่าฝ่าดง ใช้ทางในระยะเป็นวิถีโค้ง ใช้เวลานานอันตรายย่อมมี ฉะนั้น

มาฆะมานพ ผู้ใจดี จึงได้คิดจะทำทางเข้าไปสู่เมือง ?จึงได้ใช้เครื่องมือมีมีดกะขวานพร้า เป็นต้น เข้าไปฟันต้นไม้ ?ก็มีคน 32 คน

มาถามว่าทำอะไรเพื่อรัก มาฆะมานพ ก็ปรากฏว่า ไอ้คนบ้านเรานี่มันลำบาก เดินไกลจะไปตลาดหรือไปติดต่อทำราชการดี ก็

ต้องเดินลัดป่าไปไกลแสนไก เราจะทำทางเดินเข้าไปสู่ในเมือง 32 คนก็ถามว่า ฉันทำด้วยได้ไหม ท่าน มาฆะมานพ ก็บอกว่า ดีซิ คน

ก็มาร่วมทำกัน ทำทางตัดต้นไม้ปรับพื้นที่ไปในตัวเสร็จ ไปได้ประมาณครึ่งเส้นทางที่ต้องการ ?แล้วปรากฏว่ามีนายอำเภอท่านหนึ่ง

ท่านเป็นคนใจดี เขาเรียก คามโภชก นะ คามโภชก ก็แปลว่านายบ้าน

สมัยนี้ก็แปลว่า นายอำเภอ มาถามว่าพวกแกจะทำอะไร ท่าน มาฆะมานพ ก็บอกว่า พวกกระผมทำทางไปสู่เมืองขอรับต้องการให้คนที่

อยู่ในป่าเข้าเมืองได้โดยสะดวก แกบอกทำได้ ไอ้พวกแกนี่ตัดต้นไม้ทำลายป่านี่ มันมีความผิดตามกฎหมาย ถ้าหากแกจะไม่ให้ฉันจับ ก็

ต้องเอาเงินมาเสียให้ฉัน มาฆะมานพ ก็บอกว่ไอ้ผมทำทางนี่ไม่ได้รับค่าจ้างนะครับ ?แล้วก็ฐานะของผมก็เป็นอย่างนี้นี่ ท่านจะให้ผม

เอาเงินที่ไหนไปเสียค่าจ้าง ท่านนายอำเภอโมโห ความจริงไอ้คอรัปชั่นหรือการโกงการกินของข้าราชการเลวๆ นี่มันมีมาตั้งแต่สมัย

โบราณ นับจากกัปนี้ไปอีกกี่กัปก็ไม่ทราบ พระพุทธเจ้าเกิดเป็น มาฆะมานพ ท่านไม่ได้บอกไว้ในบาลี ?เป็นอันว่านายอำเภอคนนี้ไม่

ได้รับเงินสินบน หรือว่าค่าจ้างรางวัล ในฐานะที่เป็นนายอำเภอ ความจริงจะเรียกว่า ขอทานอันธพาลมากกว่าเหมือนข้าราชการใน

ปัจจุบันก็เหมือนกัน อ๊ะ ไอ้ที่มันโกงชาวบ้านนะควรจะเรียกว่า ขอทานมันก็ยังเล็กไปนะ ขอทานเขายกมือไหว้ เรียกมหาโจรดีกว่า ใน

คราบของเครื่องแบบผู้มีเกียรติ นายอำเภอคนนั้นจึงได้รายงานให้พระราชาทราบ กราบทูลให้ทรงทราบว่า ไอ้คน 33 คนนี่คิดกบฏ

ถากถางทางให้ตรงข้ามมายังพระราชฐานคือพระราชนิเวศน์ หวังจะยกกำลังจากคนในป่าเข้ามายึดประเทศ นั่นเอาเข้านั่นกลายเป็นกบฏ

ไปแล้วเป็นอันว่าพระราชาก็ดีจริงๆ เหมือนกัน ท่านเป็นคนหูหนัก ไอ้หูน่ะหนักใจเบา

คำว่าหูหนักนี่หมายความว่า ใครเขาส่งอะไรมาให้ก็รับ ไม่ต้องใคร่ต้องครวญนะไม่ใช่คนหูเบา รับฟังอย่างเดียว แล้วก็เชื่อ

เลย จึงส่งพวก ตำรวจในสมัยนั้น เขาเรียกราชบุรุษคือคนของพระราชา ไปจับคน 33 คน เข้ามาแล้วก็สอบสวน คน 33 คนก็บอกว่า ไม่

ได้กบฏ ทำทางให้คนเดินโดยสะดวก ?แกก็บอกว่า นายอำเภอเขามาแจ้งฉัน แกปฏิเสธเท่าไรฉันก็ไม่เชื่อ ฉะนั้นจะฆ่าให้ตาย ด้วยวิธี

การฆ่าฟังคอเห็นว่าไม่สมควร จึงจับคนทั้งสามสิบสามมัดให้ยืนขึ้น แล้วก็ใช้ช้างตัวซับมันให้ตกมัน แล้วก็ไล่แทง ช้างมันก็ไม่แทง จึง

จับให้นอน หงายทั้งหมด แล้วก็ให้ช้างเข้าไปเหยียบ ช้างก็ไม่ยอมเหยียบ

นายอำเภอเขาบอกว่าคนลืมตาช้างกลัวตาท่านจึงสั่งให้เอาผ้าผูกตาเสีย สั่งให้ช้างเข้าไปเหยียบคน ช้างก็ไม่เหยียบ ให้เอาเสื่อ

ลำแพนมาปิดให้หมด สั่งให้ช้างเดินบนนั้น ช้างไสเท่าไรสับเท่าไร ช้างก็ไม่ยอมไปตามเดิม ด้วยความดีขององค์สมเด็จพระจอมไตร

และบรรดาคณะอีก 32 คนซึ่งเป็นคนมีใจดี ทำงานเป็นสาธารณะประโยชน์ ฉะนั้นโทษจาการประหารคราวนี้จึงไม่มีผลแล้วก็เป็นเหตุให้

เป็นกำลังใจอีกประการหนึ่ง คือ เทวดาก็ดลใจ

พระราชาซึ่งทรงพิจารณาว่า ธรรมดาช้างตัวนี้เป็นช้างสำหรับทำการรบ แต่ว่าเราใช้เท่าไรเราใช้อย่างไรก็ไม่เคยขัดข้อง?แต่

เวลานี้ไม่ทำตามสักอย่างความจริงมันคงจะมีสักอย่างหนึ่งจึงให้เปิดลำแพนเสื่อลำแพนขึ้นมาแก้วมัด แล้วพระบรมกษัตริย์ก็ทวนถามอีก

ครั้งหนึ่ง เรียกไปถามีละคนละคนในที่ลับ หนังสือเขาไม่ได้บอกนะ หนังสือเขาเรียกไปสอบสวนใหม่ ตอนนี้ท่านบอกว่าเรียกไปทีละ

คนละคนไปที่ลับตา เธอเทศน์ไปนี่ พวกได้มโนมยิทธิแล้วก็ทำตามไปด้วย จับภาพให้เห็น ครั้นคนทั้ง 33 คน ให้ความตรงกัน

ว่าการทำทางครั้งนี้นะ ไม่ได้ทำเพื่อกบฏ เห็นว่าคนในป่าจะเข้ามาติดต่อกับหน่วยราชการเสียภาษีอากรก็ดี มาจากตลาดก็ดี มีธุรกิจก็ดี

มาได้ยาก จึงทำการเพื่อเป็นการสงเคราะห์นายอำเภอตอนนี้กลับเห็นด้วย ดีไม่ตายเสียเถอะ นายอำเภอเห็นด้วยจึงได้ให้รางวัลเป็น

กรณีพิเศษแล้วก็สั่งว่าถ้าเจ้าทำความดีอย่างนี้ พระราชานะ



แก้ไขล่าสุด (วันเสาร์ที่ 29 พฤษภาคม 2010 เวลา 00:56 น.)

 

ความคิดเห็นของคุณ

BBCODES_BOLDBBCODES_ITALICBBCODES_UNDERLINEBBCODES_STRIKETHROUGHBBCODES_SUBSCRIPTBBCODES_SUPERSCRIPTBBCODES_EMAILBBCODES_IMAGEBBCODES_URLBBCODES_LISTBBCODES_ULISTBBCODES_QUOTEBBCODES_CODEBBCODES_CONTENTID
SMILEYS_VERY_HAPPYSMILEYS_SMILESMILEYS_WINKSMILEYS_SADSMILEYS_SURPRISEDSMILEYS_SHOCKEDSMILEYS_CONFUSEDSMILEYS_COOLSMILEYS_LAUGHINGSMILEYS_MADSMILEYS_RAZZSMILEYS_EMBARRASSEDSMILEYS_CRYINGSMILEYS_EVILSMILEYS_TWISTED_EVILSMILEYS_ROLLING_EYESSMILEYS_EXCLAMATIONSMILEYS_QUESTIONSMILEYS_IDEASMILEYS_ARROWSMILEYS_NEUTRALSMILEYS_MR_GREENSMILEYS_GEEKSMILEYS_UBER_GEEK
YOURALIAS:
ชื่อเรื่อง:
FULLTEXT:
Random Content

โอวาทหลวงพ่อวันนี้

ความดีจริง ๆ ต้องมุ่งเข้าไปหาความดีของตน

alt

...นักตำราต่าง ๆ ลงอเวจีมหานรกนับไม่ถ้วน อ่านหนังสือมาก ๆ

ก็เลยเป็นคนมีมานะทิฏฐิว่าฉันเรียนมากฉันมีความรู้ดีกว่าเธอ นั่นคือความเลว

ความดีจริง ๆ ต้องมุ่งเข้าไปหาความดีของตน

อันดับแรกขอบรรดาท่านพุทธบริษัททุกคน กำจัดความเลวเบื้องต้นนั้นคือ...

๑. เราจะไม่สนใจจริยาของบุคคลอื่น ใครเขาจะดีใครเขาจะเลว ใครเขาจะเลวก็ช่างเขา

เราจะไม่นินทาว่าร้าย จะไม่ติเตียนใคร ไม่สนใจเขาเลย

๒. ไม่ยกตนข่มท่านว่าฉันน่ะดีกว่าแกนะ

๓. ไม่ถือตัวเกินไป

นี่ว่าโดยย่อ ความจริงพิศดารมากกว่านี้ ถ้าจิตใจทำได้อย่างนี้

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ากล่าวว่า

บุคคลนั้นเข้าถึงสะเก็ดความดีที่พระองค์สอน...

(พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชพรหมยานมหาเถระ)

?

รวมโอวาทหลวงพ่อวันนี้

ค้นหาบทความทุกหมวด

รวมบทความน่าสนใจ

เรื่องของจิตมันเป็นอย่างนั้นเอง,ความสุขปะปนอยู่ในความปีติ หลวงปู่ชา
อังคาร, 24 พฤศจิกายน 2009
พระธรรมเทศนา โดย หลวงปู่ชา ความรู้ที่ยังไม่จบ..,ความสุขปะปนอยู่ในความปีติ..., เรื่องของจิตมันเป็นอย่างนั้นเอง... สัมมาสมาธิ? ทำความเข้าใจเรื่องการปฏิบัติ ให้เราเข้าใจในการปฏิบัติ ยกตัวอย่างเช่นพระพุทธเจ้าของเราทั้งปฏิปทาก็ตาม ทั้งอุบายแนะนำพร่ำสอนสาวกทั้งหลายก็ตาม ให้เอาตัวอย่างพระพุทธเจ้า ท่านสอนข้อปฏิบัติเป็นอุบายให้เราละถอนทิฏฐิมานะ... อ่านเพิ่มเติม...
การันทิยชาดก - ว่าด้วยการทำที่เหลือวิสัย
เสาร์, 14 กันยายน 2013
? การันทิยชาดก ว่าด้วยการทำที่เหลือวิสัย พระศาสดาเมื่อประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน ทรงปรารภ พระธรรมเสนาบดี จึงตรัสพระธรรมเทศนานี้ ดังนี้. ได้ยินว่าพระเถระให้ศีลแก่คนทุศีลทั้งหลาย มีพรานเนื้อและคนจับปลาเป็นต้น ที่ผ่าน ๆ มา ซึ่งท่านได้พบได้เห็นว่า ท่านทั้งหลายจงถือศีล ท่านทั้งหลายจงถือศีล ชนเหล่านั้น มีความเคารพในพระเถระ... อ่านเพิ่มเติม...
ปฏิปทาท่านผู้เฒ่า ตอนที่ ๑๓
ศุกร์, 18 ธันวาคม 2009
ปฏิปทาท่านผู้เฒ่า ตอนที่ ๑๓ ท่านสาธุชนพุทธบริษัททั้งหลาย เวลานี้ท่านทั้งหลายได้สมาทานพระกรรมฐานและสมาทานศีลแล้ว ต่อนี้ไปก็ขอโปรดเตรียมตัวเตรียมใจทรงอารมณ์ให้เป็นสมาธิ คือว่าตั้งใจสดับคำแนะนำ ในขณะที่ฟังคำแนะนำอยู่ ถ้ารู้เสียงตลอดทุกถ้อยคำจำได้อย่างนี้ ชื่อว่าจิตทรงสมาธิ คำว่าสมาธิแปลว่าตั้งใจ ตั้งใจจำ หากว่าพิจารณาไปด้วย... อ่านเพิ่มเติม...
เปรตเลี้ยงควาย
อังคาร, 12 มกราคม 2010
? เปรตเลี้ยงควาย คนเราเมื่อตายไปแล้วจะไปเกิดทันที ส่วนจะไปเกิดที่ไหนนั้น แล้วแต่กรรมที่เขาสร้างทำ กรรมชั่วจะนำให้ไปเกิดในทุคติ คือที่ที่ปราศจากความเจริญงอกงาม ได้แก่เกิดเป็นสัตว์นรก, เกิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน, เกิดเป็นเปรต, เกิดเป็นอสุรกาย กรรมดีจะนำไปเกิดในสุคติ คือที่ที่มีแต่ความเจริญรุ่งเรื่องได้แก่ เกิดเป็นมนุษย์, เกิดเป็นเทวดา, เกิดเป็นพรหม ... อ่านเพิ่มเติม...
คู่มือปฏิบัติพระกรรมฐาน - อนุสสติ ๑๐ - ๑๐. อุปสมานุสสติกรรมฐาน - การเห็นมีหลายชั้น
พุธ, 07 พฤศจิกายน 2012
การเห็นมีหลายชั้น ท่านว่าสิ่งที่จะเห็นมีหลายชั้น แต่ต้องปรับปรุงตัวให้เหมาะสม พอที่จะเห็นได้ มนุษย์ธรรมดา มีตาไว้สำหรับดูธาตุที่เป็นรูป และเป็นของใหญ่ ธาตุที่เล็กกว่าเล็นไรมนุษย์ก็มองไม่เห็น ตามนุษย์นี้ เป็นตาที่ดูของหยาบมาก สู้ตาสัตว์เดียรัจฉาน เช่น ตาแมว ตาสุนัขไม่ได้ พอมืด มนุษย์แม้ของใหญ่ ก็มองไม่เห็น ส่วนสัตว์เดียรัจฉาน... อ่านเพิ่มเติม...
ทุกข์อริยสัจ (หลวงพ่อพระราชพรหมยาน)
อาทิตย์, 04 เมษายน 2010
? คำสอนอบรมพระกรรมฐาน ทุกข์อริยสัจ วันพุธที่ 3 พฤษภาคม 2521 ท่านพระโยคาวจรทั้งหลาย บัดนี้ท่านทั้งหลายได้พากันสมาทานศีล สมาทานพระกรรมฐานแล้ว ต่อแต่นี้ไปขอทุกท่านตั้งใจสงบจิต มีความสำรวมใจ คิดไว้ว่าสำหรับวันนี้ หรือเวลานี้ เราตั้งใจจะประกอบความดีเพื่อความพ้นทุกข์ ทั้งนี้ ชรา ปิ ทุกขา ความแก่เป็นทุกข์ มรณัม ทุกขัง ความตายเป็นทุกข์... อ่านเพิ่มเติม...
เรื่องที่ ๓๔. ผู้มีปกติอ่อนน้อม..๓๗ เรื่องเล่าหลวงปู่ดู่
อังคาร, 16 ตุลาคม 2012
๓๔. ผู้มีปกติอ่อนน้อม เมื่อครั้งหลวงปู่บุดดา ถาวโร วัดกลางชูศรีเจริญสุข จ.สิงห์บุรี มาเยี่ยมหลวงปู่ที่วัด ปกติหลวงปู่บุดดาท่านจะมีแป้งกระป๋องติดตัวอยู่เสมอ เพื่อประทานให้ญาติโยมที่ไปกราบนมัสการ เพราะมีความศรัทธาว่าเป็นของมงคล เมื่อหลวงปู่ดู่กราบหลวงปู่บุดดาเรียบร้อยแล้ว ท่านได้ประทานแป้งใส่มือหลวงปู่ดู่ หลวงปู่รับไว้และนำมาทาบนศีรษะ... อ่านเพิ่มเติม...
ปัญหาว่าด้วยการอุทิศส่วนกุศลให้แก่ญาติ
เสาร์, 15 พฤษภาคม 2010
? ? ? เปตานังอุททิสสผล ปัญหาที่ ๘ ปัญหาว่าด้วยการอุทิศส่วนกุศลให้แก่ญาติ สมเด็จพระเจ้ามิลินท์ภูมินทราธิบดีมีพระราชโองการตรัสถามว่า? พระยามิลินท์?“ข้าแต่พระนาคเสนผู้ปรีชาอันว่าทายกทั้งหลายนี้ ย่อมให้ทานแล้วอธิษฐานจิตอุทิศส่วนกุศลว่า” “ด้วยเดชะที่ข้าพเจ้ากระทำการกุศลครั้งนี้ อันว่าผลกุศลนี้... อ่านเพิ่มเติม...
ผจญกับความกลัวอย่างสุดขีด เรื่องของคุณแม่ชีพิมพา (ตอนที่ ๕)
พฤหัสบดี, 04 กุมภาพันธ์ 2010
ผจญกับความกลัวอย่างสุดขีด เรื่องของคุณแม่ชีพิมพา (ตอนที่ ๕) พักอยู่คืนหนึ่งก็ออกจากบ้านลุงไปวัดโนนนิเวศจังหวัดอุดรธานี พักกับแม่ชีดี ญาติของสามี ซึ่งเราเรียกว่าย่า ที่กุฏิแม่ชีลอย เจ้าของกุฏิเพิ่งตายไปใหม่ๆ ได้ยินเจ๊กคนหนึ่งพูดว่า เมื่อคืนแม่ลอยมาหลอก ไม่ได้นอนทั้งคืน ตกใจมาก จะทำอย่างไรดี แม่ชีดีพาสามีไปหาอาจารย์กู่ เราก็อยู่กุฏิคนเดียว... อ่านเพิ่มเติม...
คู่มือปฏิบัติพระกรรมฐาน - อสุภกรรมฐาน - ๘. โลหิตกอสุภ
อังคาร, 06 พฤศจิกายน 2012
? ๘. โลหิตกอสุภ อสุภนี้ ท่านให้พิจารณาซากศพที่ถูกประหาร มีมือเท้าขาดเลือดไหล ขณะพิจารณา ท่านให้ภาวนาว่า "โลหิตะกัง ปะฏิกุลัง " สำหรับอุคคหนิมิตในอสุภนี้ ปรากฏเหมือนผ้าแดง ที่ถูกลมปลิวไสวอยู่ ส่วนปฏิภาคนิมิตนั้น ปรากฏเป็นสีแดงนิ่งสงบไม่เคลื่อนไหว 
สติปัฎฐาน หลวงปู่สิม
เสาร์, 12 กันยายน 2009
? ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๑๑ เบื้องหน้าแต่นี้เป็นต้นไปเป็นเวลานั่งสมาธิภาวนา ให้พากันนั่งขัดสมาธิเอาขาขวาทับขาซ้าย เอามือข้างขวาวางทับมือข้างซ้าย ตั้งกายให้เที่ยงตรง หลับตานึกภาวนาพุทโธพร้อมกับลมหายใจเข้าหายใจออก ในขณะที่เรานั่งสมาธิภาวนานี้จงรวมจิตใจเข้ามาในบริกรรมภาวนานี้?? หรือในการได้ยินได้ฟังอุบายธรรมต่าง ๆ... อ่านเพิ่มเติม...
ประวัติหลวงพ่อจง พุทธสโร (ตอนที่ ๔)
ศุกร์, 13 กันยายน 2013
หลวงพ่อจง พุทธสโร วัดหน้าต่างนอก ตอนที่ ๔ ปกติหลวงพ่อจงไปไหนท่านชอบไปองค์เดียว จนตอนระยะวัยสูงมีสภาพของคนชรา ไม่น่าวางใจว่าอาจไปเกิดพลั้งเผลอมีอุบัติเหตุ ผู้เจตนาดีและศิษย์ผู้ภักดีจึงต้องติดตามท่านไปด้วยสองสามคน เพื่อคอยดูแลและรับใช้ถวายปรนนิบัติท่าน หลวงพ่อจงเป็นภิกษุผู้ปราศจากละโมบในลาภสักการ ยศศักดิ์ทั้งปวง... อ่านเพิ่มเติม...
ความอ่อนน้อมถ่อมตน
พุธ, 02 กันยายน 2009
?ความอ่อนน้อมถ่อมตน ความอ่อนน้อมถ่อมตน เป็นมงคลข้อที่ 23 ในมงคลสูตร เป็นหลักปฏิบัติที่สอนให้คนเรารู้จักวางตัวให้เหมาะสม ลดความเย่อหยิ่ง ลดความหยาบกระด้าง และไม่ให้หลงยึดติดอยู่ในลาภ ยศ อำนาจ และตำแหน่ง ความหมายของความอ่อนน้อม ความอ่อนน้อมถ่อมตนตรงกับภาษาบาลีว่า นิวาตะ แปลว่า ไม่มีลม ไม่พองลม แต่ควบคุมตนเองให้อยู่ในสภาพปกติที่เป็นจริง... อ่านเพิ่มเติม...
แนวทางการปฏิบัติเพื่อถึงความพ้นทุกข์
อาทิตย์, 11 เมษายน 2010
? ? สำหรับแนวการปฏิบัตินี้ ขอให้บรรดาท่านพุทธบริษัทถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด เพราะว่าเป็นคำสอนโดยโดยตรงขององค์สมเด็จพระสัมมา สัมพุทธเจ้า สิ่งใดที่พระพุทธเจ้าว่าดี ทำตามนั้น อย่างนี้ บรรดาท่านพุทธศาสนิกชนทุกท่านจะเข้าถึงพระนิพพานได้ตามทีท่านต้องการ และก็ขอบรรดาภิกษุสามเณรทั้งหลายโปรดทราบว่า ถ้อยคำในอุทุมพริกสูตรนี้... อ่านเพิ่มเติม...
มุ่งหน้าสู่ความดี
เสาร์, 13 ตุลาคม 2012
การทำความดีนี้เรามุ่งความดีเท่านั้นและอุปสรรคใด ๆ ที่จะเกิดทางกายหรือทางใจ จงอย่าคำนึง จงคิดไว้แต่เพียงอย่างเดียวว่า ร่างกายที่ประกอบไปด้วยธาตุ ๔ คือ ธาตุน้ำ ธาตุดิน ธาตุลม ธาตุไฟ ไม่มีความหมายสำหรับเรา ไม่ช้ามันก็ตาย แต่ก่อนหน้าที่จะตายเราก็เอาความดีไปดีกว่าบรรดาท่านพุทธบริษัท เรื่องความเลวนี่ใครเขาจะมายัดเยียดให้เราก็ช่างเขา... อ่านเพิ่มเติม...