Get Adobe Flash player
(11 VOTITALY_VOTES, VOTITALY_AVERAGE: 5.00 VOTITALY_OUTOF)
User Rating: / 11
แย่ดีที่สุด 

alt

ประวัติ ท่านอนาคาริก ธรรมปาละ

เกิดเมื่อวันที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2407 ที่เมืองโคลัมโบ ประเทศศรีลังกา เดิมมีชื่อว่า “ดอน เดวิด เววาวิตารเน (Don Devid

Vewavitarne) ท่านได้เข้าร่วมสมาคมพื้นฟูการทำงานทางพระพุทธศาสนามาโดยตลอดจนถึงระดับอุดมศึกษา

ในปี พ.ศ. 2428 ท่านสนใจหนังสือชื่อ “ประทีปแห่งเอเชีย” ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนผันในวิถีชีวิตของท่าน และในปี พ.ศ. 2434 ท่านได้

เดินทางไปประเทศอินเดียเป็นครั้งแรก ไปนมัสการพุทธคยาและสารนาท ต่อมาได้ก่อตั้งสมาคมมหาโพธิที่อินเดีย และเริ่มจัด

ทำวารสารมหาโพธิ จากกัลกัตตา ซึ่งสมาคมมหาโพธิได้มีส่วนที่สำคัญในการก่อตั้งสภาทางศาสนาที่ชิคาโก ประเทศสหรัฐอเมริกา

ปี พ.ศ. 2444 ท่านได้ไปนมัสการสารนาทและจัดซื้อที่ดินที่สารนาท ต่อมาได้ก่อตั้งสารนาทเป็นศูนย์การศึกษาพระพุทธศาสนา

ในปี พ.ศ. 2460 ได้ได้สถาปนาพุทธธรรมเพื่อสันติภาพและความมั่นคง เมื่อปี พ.ศ. 2463

ปี พ.ศ. 2470 ท่านได้ก่อตั้งมูลคันธกุฎีวิหารและเริ่มก่อสร้างมูลคันธกุฎีวิหาร และแล้วเสร็จใน ปี พ.ศ. 2474

ปี พ.ศ. 2 476 ท่านได้ป่วยหนักด้วยโรคหัวใจล้มเหลว และสิ้นชีวิตลง เมื่อวันเสาร์ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2476 เวลา 15.00 น. รวม

อายุได้ 68 ปี 7 เดือน 12 วัน

?

งานเผยแผ่พระพุทธศาสนา

ท่านอนาคาริกะ ธรรมปาละ เป็นชาวศรีลังกา และเป็นชาวพุทธที่ศรัทธาในพระพุทธศาสนาอย่างมากมาย ก่อนบวชท่านได้ฟัง

สถานการณ์พุทธสถานจาก เซอร์เอ็ดวิน อาร์โนลด์ แล้ว ท่านได้ตัดสินใจบวชเป็นนักบวช (ยังไม่บวชเป็นพระ) เดินทางมาอินเดีย ท่าน

พัฒนาป่าอิสิปตนะมฤคทายวันให้เป็นพุทธสถาน ซึ่งเดิมมีการสร้างพระวิหารอยู่แล้ว แต่ยังไม่แล้วเสร็จ ต่อ มารัฐบาลของอินเดีย ได้

จัดสรรที่ดินให้ท่าน 20 เอเคอร์ (ประมาณ 50 ไร่) และท่านก็ได้พัฒนาให้เป็นสวนที่มีคุณค่าพร้อมกับการก่อสร้างวิหารเริ่มขึ้นใหม่

ท่านได้กลับไปศรีลังกา และอีก 3 ปีต่อมาท่านก็ได้กลับมายังป่าอิสิปตนฯ อีก และเริ่มงานของสมาคมมหาโพธิ์ ณ ที่นั้น อีกครั้งหนึ่ง

ท่านได้พาสามเณร จำนวน 10 รูปจากศรีลังกามาด้วย หลังจากท่านท่านได้สละชีวิตทางโลกออกมาเป็นคนไม่มีบ้าน (อนาคาริก) เป็น

เวลานาน และได้บวชสามเณร ในวันที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2474 โดยท่านพระโพธิรุกขมูเล เรวตะ เป็นพระอุปัชฌาย์ และได้รับฉายาว่า

เทวมิตตะ ธัมมปาละ ได้เข้ารับการอุปสมบท ในวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2476

คุณธรรมที่เป็นแบบอย่าง

1. การมุ่งมั่นทำงานเพื่อพระพุทธศาสนาและมนุษยชาติ จากประวัติจะเห็นได้ว่า ท่านอนาคาริก ธรรมปาละ เป็นผู้ที่เริ่มต้นที่

สำคัญในประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนายุคใหม่ และท่านได้พยามยามทำงานเพื่อนำพระพุทธศาสนามาสู่อินเดียจนสำเร็จ รวมตลอดถึง

เป็นผู้ร่วมเรียกร้องให้พุทธคยา ได้กลับมาอยู่ในความดูแลของชาวพุทธจนเป็นเป็นผลสำเร็จ นอกจากนั้น รัฐบาลอินเดีย ยังได้นำ

สัญลักษณ์ของพระพุทธศาสนา ได้แก่ หัวสิงห์สี่หัวของพระเจ้าอโศก ?กลายเป็นสัญลักษณ์ประจำชาติของอินเดีย

ธรรมจักรที่ฐานก็ปรากฎอยู่ในธงชาติของอินเดียอีกด้วย

2. การยึดมั่นนับถือพระพุทธศาสนา ตลอดชีวิตของท่านได้อุทิศชีวิตเพื่อพระพุทธศาสนา โดยทั้งการเผยแผ่ การก่อตั้งสถาบันทางพุทธ

ศาสนา สถาบันการศึกษาพระพุทธศาสนา เป็นต้น

นอกจากนี้ท่านธรรมปาละ เป็นผู้มีบทบาทอย่างสูง ต่อการฟื้นฟูพระพุทธศาสนาในอินเดีย ประโยชน์ที่ท่านฝากไว้ในพระพุทธศาสนา

พอสรุปได้ดังนี้

- เป็นผู้จุดประกายการศึกษาพระพุทธศาสนาในอินเดีย ทำให้ชาวอินเดีย ซึ่งแทบจะลืมเลือนพระพุทธศาสนา จนหมดสิ้น แล้ว หันกลับ

มาแนวทางแห่งอริยมรรคแห่งพระพุทธองค์อีกครั้ง

- ท่านได้สร้างอนุสรณ์สถาน ปูชนียสถานเกี่ยวกับพระพุทธศาสนาไว้มากมาย ตามสถานที่ต่าง ๆ ที่เป็นที่ระลึกถึง พระพุทธองค์ เช่น

วัดมูลคันธกุฎวิหาร ใกล้ ๆ กับสถานที่แสดงปฐมเทศนา ที่สารนาถ

- ท่านได้เป็นผู้จุดประกายริเริ่มให้ชาวพุทธ และชาวอินเดีย หันมาเอาใจใส่และฟื้นฟูพุทธสถาน ที่สำคัญของพระพุทธองค์ โดยเฉพาะ

พุทธคยา แม้ในสมัยของท่าน อาจจะยังไม่ทำให้พุทธคยา คืนสู่กรรมสิทธิ์ของชาวพุทธ และอยู่ในการดูแลคุ้มครอง ของชาวพุทธได้

แต่ต่อมา การกระทำของท่านก็เป็นกระแสผลักดันสังคม ชาวอินเดียหลายฝ่าย นักปราชญ์หลายท่าน ก็ได้แสดงความเห็นควรว่า

พุทธคยาเป็นสิทธิ์ของชาวพุทธอย่างแน่นอน ต่อมา ในเดือนเมษายน ปี ๒๔๙๙ รัฐบาล แห่งรัฐพิหาร ได้ผ่านพระราชบัญญัติวิหา

รพุทธคยา ซึ่งให้ส่วนหนึ่ง อยู่ในการดูแลของชาวพุทธ โดยมีกรรมการชาวพุทธ ๔ ท่าน ชาวฮินดู ๔ ท่าน โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดคยา

เป็นประธาน

?

แก้ไขล่าสุด (วันอาทิตย์ที่ 11 มีนาคม 2012 เวลา 17:55 น.)

 

ความคิดเห็นของคุณ

BBCODES_BOLDBBCODES_ITALICBBCODES_UNDERLINEBBCODES_STRIKETHROUGHBBCODES_SUBSCRIPTBBCODES_SUPERSCRIPTBBCODES_EMAILBBCODES_IMAGEBBCODES_URLBBCODES_LISTBBCODES_ULISTBBCODES_QUOTEBBCODES_CODEBBCODES_CONTENTID
SMILEYS_VERY_HAPPYSMILEYS_SMILESMILEYS_WINKSMILEYS_SADSMILEYS_SURPRISEDSMILEYS_SHOCKEDSMILEYS_CONFUSEDSMILEYS_COOLSMILEYS_LAUGHINGSMILEYS_MADSMILEYS_RAZZSMILEYS_EMBARRASSEDSMILEYS_CRYINGSMILEYS_EVILSMILEYS_TWISTED_EVILSMILEYS_ROLLING_EYESSMILEYS_EXCLAMATIONSMILEYS_QUESTIONSMILEYS_IDEASMILEYS_ARROWSMILEYS_NEUTRALSMILEYS_MR_GREENSMILEYS_GEEKSMILEYS_UBER_GEEK
YOURALIAS:
ชื่อเรื่อง:
FULLTEXT:
Random Content

โอวาทหลวงพ่อวันนี้

คนทุกคนย่อมมีวาสนาบารมีไปนิพพานได้ทุกคน

alt

คนทุกคนย่อมมีวาสนาบารมีไปนิพพานได้ทุกคน แต่จะไปถึงเมื่อไร ชาติไหน

ก็ต้องอาศัยทำความดีสะสม หรือที่เรียกว่า บารมี ๑๐ และตัดสังโยชน์ ๑๐ ให้ได้มากที่สุด

จนกระทั่งบารมี ๑๐ เต็มบริบูรณ์และตัดสังโยชน์ ๑๐ ได้เด็ดขาดแล้วนั้น นิพพานย่อมเป็นอันหวังได้

ทั้งนี้เพราะ นิพพะ แปลว่า ดับ ดับจากกิเลสทุกอย่าง

ดับจากอารมณ์เศร้าหมองทุกอย่าง ขึ้นชื่อว่าอารมณ์ไม่ดี ไม่มีในใจของเรา

ที่พระพุทธเจ้าทรงสอน การบำเพ็ญกุศลในพระพุทธศาสนา

ความจริงแล้วทรงกำหนดไว้ว่ามี ๓ ประการก็คือ

๑. ทานมัย บุญสำเร็จด้วยการบริจาคทาน

๒. สีลมัย บุญสำเร็จด้วยการรักษาศีล

๓. ภาวนามัย บุญสำเร็จด้วยการเจริญภาวนา

ทั้ง ๓ อย่างนี้ เรียกว่า รากเหง้าของกุศล และก็มีรากเหง้าของอกุศล ทั้งสองอย่างนี้

เราจะต้องเกิดมีความสุข และความทุกข์ ถ้าเราไม่สามารถชนะรากเหง้าของอกุศลได้

เราก็ไม่สามารถจะหลีกไปจากวัฏสงสารได้ ก็ต้องเวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะเป็นปกติ

แต่ถ้าเราสามารถทำลายรากเหง้าของอกุศลทั้ง ๓ ประการได้ เราก็ไปนิพพานได้

?

?

รวมโอวาทหลวงพ่อวันนี้

ค้นหาบทความทุกหมวด

รวมบทความน่าสนใจ

อายตนะภายในภายนอก สังโยชน์ เกิดดับ ››››(สมเด็จพระญาณสังวร)
เสาร์, 12 มีนาคม 2011
อายตนะภายในภายนอก?สังโยชน์ เกิดดับ ››››สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก วัดบวรนิเวศวิหาร ? บัดนี้ จักแสดงธรรมะเป็นเครื่องอบรมในการปฏิบัติอบรมจิต ในเบื้องต้นก็ขอให้ทุกๆ ท่านตั้งใจนอบน้อมนมัสการ พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ตั้งใจถึงพระองค์พร้อมทั้งพระธรรมและพระสงฆ์เป็นสรณะ ตั้งใจสำรวมกายวาจาใจให้เป็นศีล... อ่านเพิ่มเติม...
พรหมวิหาร ๔ - ตอนที่ ๓ วิธีการทรงฌานในพรหมวิหาร ๔
จันทร์, 04 เมษายน 2011
ตอนที่ ๓ วิธีการทรงฌานในพรหมวิหาร ๔ ท่านโยคาวจรทั้งหลาย วันนี้บรรดาท่านทั้งหลายได้พากันสมาทานศีล สมาทานพระกรรมฐานแล้ว โปรดตั้งใจสดับเรื่องราวของพรหมวิหาร ๔ ต่อไป สำหรับการเจริญพระกรรมฐานเพื่อหวังมรรคผล หรือว่าเพื่อฌานสมาบัติ หรือว่าเพียงแค่จิตสงบ ขอบรรดาท่านพุทธบริษัททุกท่าน อย่าลืมกฎสำคัญในพระพุทธศาสนาที่องค์สมเด็จพระบรมศาสดาทรงตรัสไว้ว่า "... อ่านเพิ่มเติม...
ความสันโดษ พระธรรมเทศนาโดยพระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (จันทร์ สิริจนฺโท)
พฤหัสบดี, 10 ธันวาคม 2009
ความสันโดษ? พระธรรมเทศนาโดยพระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (จันทร์ สิริจนฺโท) ตีพิมพ์ในวารสารธรรมจักษุ ปีที่ ๘๓ ฉบับที่ ๖ มีนาคม ๒๕๔๒ พุทธบริษัททั้งคฤหัสถ์และนักบวช ได้มาประชุมพร้อมกัน ณ ธรรมสวนมณฑลนี้ เพื่อประโยชน์จะฟังพระธรรมเทศนา และสมาทานอุโบสถศีลและเบญจเวรวิรัติ ได้ทำวัตรสวดมนต์ และสมาทานศีลซึ่งเป็นบุพพกิจในเบื้องต้นสำเร็จแล้ว... อ่านเพิ่มเติม...
วัดป่าสาลวัน - ประสบการณ์โลกทิพย์ในการออกธุดงค์ของพระอาจารย์มั่นภูริทัตโต (ตอนที่ ๓๓)
ศุกร์, 14 ตุลาคม 2011
วัดป่าสาลวัน ? ประสบการณ์โลกทิพย์ในการออกธุดงค์ของพระอาจารย์มั่นภูริทัตโต (ตอนที่ ๓๓) พระอาจารย์มั่นได้เดินทางออกจากกรุงเทพฯ ขณะที่พักอยู่วัดป่าสาลวัน นครราชสีมา มีคณะศรัทธายาติโยมเป็นจำนวน มากมาถามปัญหาธรรมพระอาจารย์มั่นได้ตอบไปเป็นที่ทราบซึ้งถึงใจทุกรายมีคำตอบอยู่ข้อหนึ่งที่น่าสนใจใคร่นำ มาลงไว้ ณ ที่นี้?... อ่านเพิ่มเติม...
นางสุปปิยา (อุบาสิกา-เอตทัคคะ) ในฝ่ายผู้อุปัฏฐากภิกษุไข้
อังคาร, 19 เมษายน 2011
นางสุปปิยา? เอตทัคคะในทางผู้อุปัฏฐากภิกษุไข้? นางสุปปิยาอุบาสิกาผู้ได้รับการแต่งตั้งจากพระบรมศาสดาให้เป็นยอดของอุบาสิกาทั้งหลายผู้อุปัฏฐากภิกษุไข้ ก็โดยเหตุ ๒ ประการ คือโดยเป็นผู้ยิ่งด้วยคุณ เพราะท่านแสดงให้ผู้อื่นเห็นเป็นอย่างชัดเจนในคุณข้อนี้ของท่าน อุบาสิกานั้น ปกติก็จะไปสู่อาราม เที่ยวเยี่ยมวิหารและบริเวณทั่วทุกแห่ง... อ่านเพิ่มเติม...
กำจัดตัวมานะ
จันทร์, 30 พฤษภาคม 2011
? ? อย่ามองคนด้วยฐานะ อย่ามองคนด้วยศักดิ์ศรี อย่ามองคนด้วยความรู้ความสามารถ มองคนแต่เพียงว่า สภาพของเขาเป็นวัตถุเหมือนสภาพของเรา จิตใจของเราพร้อมในการเมตตาปรานี ไม่ถือตน เขาจะมาในฐานะเข่นใดก็ช่าง ถือว่าเป็นเพื่อนเกิดแก่เจ็บตาย เหมือนกันหมด การกำหนดอารมณ์อย่างนี้ เราก็สามารถจะกำจัดตัวมานะการถือตัวถือตนเสียได้ จงวางอารมณ์เสีย... อ่านเพิ่มเติม...
คติที่พระอาจารย์กงมาให้แก่พระเณรวัดศรีโพนเมือง
เสาร์, 03 เมษายน 2010
? คติที่พระอาจารย์กงมา ให้แก่พระเณรวัดศรีโพนเมือง ในวันที่ท่านเข้าไปซ่อมแซมรถของท่าน เมื่อวันที่ ๒ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๐๕?พระอาจารย์วิริยังค์ สิรินธโร ผู้บันทึก เวลาประมาณสัก ๓ โมงเห็นจะได้ แต่ก่อนเมื่อท่านไปวัดศรีโพนเมืองแล้ว ท่านมักจะไปให้ถึงกุฏิสมภารเสมอ แต่ครั้งนี้ท่านขึ้น ๓ ล้อไปกับผ้าขาวน้อยผู้หนึ่ง เลยขึ้นไปบนศาลาใหญ่... อ่านเพิ่มเติม...
คู่มือปฏิบัติพระกรรมฐาน - อิริยาบถ - การนั่ง
อังคาร, 30 ตุลาคม 2012
อิริยาบถ นักปฏิบัติผู้หวังผล ส่วนมากมักจะหนักใจอิริยาบท คิดว่านั่งอย่างไร นอนได้ไหม? เดิน ยืน ได้หรือเปล่า? ขอบอกไว้ให้ทราบว่า วิธีปฏิบัติในอิริยาบทนั้น สมเด็จพระผู้มีพระภาคไม่ทรงจำกัดไว้ ท่านว่าได้ทั้ง ๔ อิริยาบท คือ นั่ง นอน ยืน เดิน ? การนั่ง การนี้ท่านไม่จำกัดไว้ ท่านว่านั่งตามสบาย ชอบขัดสมาธิ หรือพับเพียบ หรือท่าใดท่าหนึ่ง ที่พอเห็นว่าเหมาะสม... อ่านเพิ่มเติม...
พระเมตตา เล่ม ๒ (ตอนที่ ๒)
เสาร์, 16 มกราคม 2010
พระเมตตา เล่ม ๒ (ตอนที่ ๒) โดยหลวงพ่อพระราชพรหมยาน? ๒. คำชี้แจง โดยที่หลวงพ่อได้มีโอกาสสนทนาธรรมตามพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นจำนวนหลายครั้ง? เพราะฉะนั้นก็ย่อมเป็นที่สนใจของบุคคลหลายกลุ่มหลายประเภท และในที่สุดย่อมมีเสียงกระแนะกระแหนขึ้นเป็นธรรมดา เสียงกระแนะกระแหนเหล่านี้ ความจริงแล้วหลวงพ่อก็ดี คณะศิษย์ก็ดี... อ่านเพิ่มเติม...
กรรมฐาน ๔๐ - ตอนที่ ๔๕. ข้อบกพร่องของนักปฏิบัติ
เสาร์, 20 ตุลาคม 2012
ข้อบกพร่องของนักปฏิบัติ ท่านพุทธศาสนิกชนทั้งหลาย สำหรับวันนี้ก็มาคุยกันเรื่องพระโสดาบัน ความจริงก็น่ารำคาญ เมื่อวานนี้ไปถึงพระนิพพานแล้ว วันนี้ทำไมถึงได้ย่องมาพระโสดาบันกันอีก เมื่อวานนี้ที่ว่ากันถึงพระนิพพานน่ะความจริงเราย่อง ๆ กันไปเท่านั้น เนื้อแท้ที่จริงน่ะ เรายังไม่ได้ไปถึงพระนิพพาน ลองจับจุดหมายปลายทางว่าเราตั้งใจจะไปพระนิพพานกัน... อ่านเพิ่มเติม...
พระผู้มีพระภาค ทรงพิจารณาสัตวโลกเปรียบด้วยดอกบัว ๔ เหล่า
พุธ, 25 พฤษภาคม 2011
พรหมยาจนกถา ท้าวสหัมบดีพรหมทราบพระปริวิตกแห่งจิตของพระผู้มีพระภาค ทรงพิจารณาสัตวโลกเปรียบด้วยดอกบัว ๔ เหล่า พุทธปริวิตกกถา พรหมยาจนกถา [๘] ครั้งนั้น ท้าวสหัมบดีพรหมทราบพระปริวิตกแห่งจิตของพระผู้มีพระภาคด้วยใจของตนแล้วเกิดความปริวิตกว่า ชาวเราผู้เจริญ โลกจักฉิบหายหนอ โลกจักวินาศหนอ เพราะพระตถาคตอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ... อ่านเพิ่มเติม...
สิ่งที่พระพุทธเจ้าทรงสอน : เส้นทางของการดับทุกข์
เสาร์, 27 มีนาคม 2010
? สิ่งที่พระพุทธเจ้าทรงสอน : เส้นทางของการดับทุกข์ เป็นเรื่องของการดับทุกข์โดยแท้ ซึ่งถือว่าเป็นแก่นของพุทธศาสนา ซึ่งผู้ใดปฏิบัติตาม จะสามารถเข้าถึงสภาพของความไม่มีทุกข์ได้ ซึ่งเส้นทางของการพ้นทุกข์มีดังนี้ อริยสัจจ์สี่ ทุกข์ – สภาพการไม่พอใจ อยากเป็น อยากได้ ไม่อยากเป็น ไม่อยากได้ ความกังวล เจ็บ ตาย สมุทัย - สาเหตุของการเกิดทุกข์ - อนิจจัง คือ... อ่านเพิ่มเติม...
บันทึกลับ ภิกษุนิรนาม ต่อ
พฤหัสบดี, 03 กันยายน 2009
??บันทึกลับ ภิกษุนิรนาม ต่อดินแดนสัปปายะ- เทพบุตร เทพธิดา มาขอฟังธรรมหลัง จากธุดงค์ที่แก่งคอย ก็เลาะเลียบมาตามอรัญแนวป่า ถึง ปากช่อง ดินแดนที่เคยปกคลุมที่ดงพญาไฟ ซึ่งต่อมาได้เปลี่ยนเป็น ดงพญาเย็น ดินแดนแห่งนี้ แต่เดิมนั้นเป็นที่สัญจรของพระอริยเจ้า จนถึงพระธุดงค์ที่กำลังแสวงหาความหลุดพ้น บางรูปก็มามรณภาพ ในดงนี้ เนื่องจากไข้ป่าบ้าง... อ่านเพิ่มเติม...
ธรรมะในคัมภีร์อยู่ไกล
ศุกร์, 28 พฤษภาคม 2010
มอบธรรม นำพร ถักจิตทอใจด้วยใยธรรม ธรรมะในคัมภีร์อยู่ไกล ธรรมะในใจอยู่ใกล้แค่เอื้อม ถ้าเราไปอ่านเรื่องธรรมะในคัมภีร์ ก็ดูเหมือนกับว่าธรรมะนี้อยู่ไกลสุดเอื้อม แต่เมื่อเราจะมาศึกษา และเรียนรู้ธรรมะในตัวของเรานี่ เราจะรู้สึกว่าธรรมะที่จะต้องเรียนรู้และจำเป็นต้องรู้ก็ไม่ใช่อื่นไกล ก็คือเรื่องของกายกับใจของเรานั่นเอง   ?... อ่านเพิ่มเติม...
สัมมาทิฐิที่เยือกเย็น พระโพธิญาณเถระ(ชา สุภัทโท)
อาทิตย์, 20 ธันวาคม 2009
สัมมาทิฐิที่เยือกเย็น? พระโพธิญาณเถระ(ชา สุภัทโท) วัดหนองป่าพง อำเภอ วารินชำราบ จังหวัด อุบลราชธานี บรรยายที่วัดป่านานาชาติ ให้แก่ที่ประชุมพระภิกษุและสามเณร เมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๑ การปฏิบัตินี้มันตรงกันข้ามกับจิตของเรา จิตของเราที่มีกิเลส ตัณหาอยู่นั้น มันตรงกันข้ามกับความเป็นจริง ฉะนั้นการปฏิบัติจึง เป็นเรื่องยุ่งยากอยู่สักนิด... อ่านเพิ่มเติม...