Get Adobe Flash player
(15 VOTITALY_VOTES, VOTITALY_AVERAGE: 5.00 VOTITALY_OUTOF)
User Rating: / 15
แย่ดีที่สุด 

alt?

ประวัติ พระอานนท์เถระ เอตทัคคะในทางผู้เป็นพหูสูตร

?

?

พระอานนท์ เป็นพระราชโอรสของพระสุกโกทนะ ผู้เป็นพระกนิษฐาของพระเจ้าสุทโธทนะ พระมารดานามว่า

พระนางกีสาโคตมี มีศักดิ์เป็นพระอนุชาของพระบรมศาสดา (พระราชโอรสของพระเจ้าอา) ออกบวชพร้อมกับเจ้าชาย

อนุรุทธะและอุบาลี (ศึกษาประวัติเบื้องต้นในประวัติของพระอนุรุทธเถระ)

เมื่อท่านบวชแล้ว ได้ฟังโอวาทจากรพปุณณมันตานี ได้บรรลุเป็นพระโสดาบันได้รับเลือกเป็นพุทธอุปัฎฐากในช่วง

ปฐมโพธิกาลหลังจากตรัสรู้แล้ว ๒๐ พรรษานั้น ยังไม่มีพระภิกษุใดปฏิบัติรับใช้พระพุทธองค์เป็นประจำ มีแต่พระภิกษุ

ผลัดเปลี่ยนวาระกันปฏิบัติ เช่น พระนาคสมาละ พระนาคิตะ พระอุปวาณะ พระสาคตะ และพระเมฆิยะ เป็นต้น บางคราว

?

การผลัดเปลี่ยนบกพร่อง องค์ที่ปฏิบัติอยู่ออกไป แต่องค์ใหม่ยังไม่มาแทน ทำให้พระพุทธองค์ต้องประทับอยู่ตามลำพัง

ขาดผู้ปฏิบัติ บางครั้งพระภิกษุผู้ปฏิบัติ ก็ดื้อดึงขัดรับสั่งของพระพุทธองค์ เช่น ครั้งหนึ่ง เป็นวาระของพระนาคสมาล

เถระ ท่านได้ตามเสด็จพระพุทธองค์ไปทางไกล พอถึงทาง ๒ แพร่ง พระเถระทราบทูลว่า

?

“ข้าแต่พระผู้มีพระภาค ขอพระองค์เสด็จไปทางนี้เถิด พระเจ้าข้า”

“อย่าเลย นาคสมาละ ไปอีกทางหนึ่งจะดีกว่า”

พระนาคสมาละ ไม่ยอมเชื่อฟังพระดำรัส ขอแยกทางกับพระพุทธองค์ ทำท่าจะวางบาตรและจีวรของพระผู้มีพระภาคที่

พื้นดิน พระพุทธองค์จึงตรัสว่า

“นาคสมาละ เธอจงส่งบาตรและจีวรมาให้ตถาคตเถิด”

พระนาคสมาละ ถวายบาตรและจีวรแด่พระพุทธองค์แล้วแยกทางเดินไปตามที่ตนต้องการ ไปได้ไม่ไกลนักก็ถูกพวกโจร

ทำร้ายจนศีรษะแตกแล้วแย่งชิงเอาบาตรและจีวรไป ทั้งที่เลือดอาบหน้ารีบกลับมาเฝ้าพระบรมศาสดา กราบทูลเล่าเรื่อง

ให้ทรงทราบ พระพุทธองค์จึงตรัสว่า

“อย่าเสียใจไปเลย นาคสมาละ ตถาคตห้ามเธอก็เพราะเหตุนี้”

พระพุทธองค์ ได้รับความลำบากพระวรกายเพราะถูกปล่อยให้ประทับอยู่ตามลำพังหลายครั้ง จึงมีพระดำรัสรับสั่งให้

ภิกษุสงฆ์เลือกสรรภิกษุทำหน้าที่ปฏิบัติพระองค์เป็นประจำ ภิกษุทั้งหลายมีฉันทามติมอบหมายให้พระอานนท์เถระรับ

หน้าที่เป็นพุทธอุปัฏฐากตลอดกาลเป็นนิตย์ ด้วยเห็นว่าท่านเป็นผู้มีสติปัญญา ขยัน อดทน รอบคอบ

และเป็นพระญาติใกล้ชิด ย่อมจะทราบพระอัธยาศัยเป็นอย่างดี

?

พระเถระทูลขอพร ๘ ประการ

?

แต่ก่อนที่พระเถระจะตอบรับทำหน้าที่เป็นพุทธอุปัฏฐากนั้น ท่านได้กราบทูลขอพร ๘ ประการ ดังนี้:-

๑ ขออย่าประทานจีวรอันประณีตแก่ข้าพระองค์

๒ ขออย่าประทานบิณฑบาตอันประณีตแก่ข้าพระองค์

๓ ขอได้โปรดอย่าให้ข้าพระองค์อยู่ในที่ประทับของพระองค์

๔ ขอได้โปรดอย่าพาข้าพระองค์ไปในที่นิมนต์

๕ ขอพระองค์จงเสด็จไปสู่ที่นิมนต์ ที่ข้าพระองค์รับไว้

๖ ขอให้ข้าพระองค์พาบริษัทที่มาจากแดนไกลเข้าเฝ้าพระองค์ได้ในขณะที่มาถึงแล้ว

๗ ถ้าข้าพระองค์เกิดความสงสัยขึ้นเมื่อใดขอให้ข้าพระองค์เข้าเฝ้าทูลถามความสงสัยได้เมื่อนั้น

๘ ถ้าพระองค์แสดงพระธรรมเทศนาเรื่องใด ในที่ลับหลังข้าพระองค์ขอได้โปรดตรัสพระธรรมเทศนาเรื่องนั้น แก่ข้าพระองค์อีกครั้ง

?

พระพุทธองค์ตรัสถามคุณและโทษของพร ๘ ประการ

?

พระบรมศาสดา ได้สดับคำกราบทูลขอพรของพระอานนท์เถระแล้ว ได้ตรัสถามถึงคุณและโทษของพร ๘ ประการว่า:-

?

“ดูก่อนอานนท์ เธอเห็นคุณและโทษอย่างไร จึงขออย่างนั้น”

?

“ข้าแต่พระผู้มีพระภาค ถ้าข้าพระองค์ไม่ได้รับพรข้อที่ ๑-๔ ข้างต้น ก็จะมีคนพูดติฉินนินทา ได้ว่า พระอานนท์

ปฏิบัติบำรุงอุปัฏฐากพระบรมศาสดา จึงได้ลาภสักการะมากมายอย่างนี้ การปฏิบัติอุปัฏฐากมิได้หนักหนาอะไรเลย

และถ้าข้าพระองค์ไม่ได้รับพรข้อที่ ๕-๗ ก็จะมีคนพูดได้อีกว่าพระอานนท์ จะบำรุงอุปัฏฐากพระบรมศาสดาไปทำไม

แม้กิจเพียงเท่านี้ พระพุทธองค์ก็ไม่ทรงอนุเคราะห์ อนึ่ง โดยเฉพาะถ้าข้าพระองค์ไม่ได้รับพรข้อสุดท้ายแล้ว หากมีผู้มา

ถามข้าพระองค์ว่า ธรรมข้อนี้พระพุทธองค์ทรงแสดงที่ไหน ถ้าข้าพระองค์ไม่ทราบ เขาก็จะตำหนิได้ว่า พระอานนท์

ติดตามพระบรมศาสดาไปทุกหนแห่ง ดุจเงาตามพระองค์ แต่เหตุไฉนจึงไม่รู้แม้แต่เรื่องเพียงเท่านี้

“ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์เห็นคุณและโทษ ดังกล่าวมานี้ จึงได้กราบทูลขอพรทั้ง ๘ ประการนั้น พระเจ้าข้า”

?

พระบรมศาสดา เมื่อได้สดับคำชี้แจงของพระอานนท์แล้ว จึงประทานสาธุการ และพระราชทานอนุญาตให้ตามที่

ขอทุกประการ ตั้งแต่นั้นมา ท่านพระเถระก็ปฏิบัติหน้าที่บำรุงอุปัฏฐากพระพุทธองค์ตลอดมา ตราบเท่าถึงเสด็จเข้าสู่

ปรินิพพาน

?

ยอมสละชีวิตแทนพระพุทธองค์

alt

?

พระเถระ ได้ปฏิบัติหน้าที่อุปัฏฐากพระบรมศาสดาด้วยความอุตสาหะมิได้บกพร่อง อีกทั้งมีความจงรักภักดีเป็นอย่างยิ่ง

?

แม้แต่ชีวิตของตนก็ยอมสละแทนพระพุทธองค์ได้ เช่น

ในคราวที่พระเทวทัตยุยงให้พระเจ้าอชาตศัตรูปล่อยช้างนาฬาคีรี ด้วยหวังจะให้ทำ

อันตรายพระพุทธองค์ ขณะเสด็จออกบิณฑบาตในกรุงราชคฤห์ ในขณะที่ช้างนาฬาคีรีวิ่งตรงเข้าหาพระพุทธองค์นั้น

พระอานนท์เถระผู้เปี่ยมล้นด้วยความกตัญญูและความจงรักภักดี ได้ยอมมอบกายถวายชีวิตเป็นพุทธบูชา

ได้ออกไปยืนขวางหน้าช้างไว้ หวังจะให้ทำอันตรายตนแทน

แต่พระพุทธองค์ได้ทรงแผ่พระเมตตาไปยังช้างนาฬาคีรี ด้วยอำนาจแห่งพระเมตตาบารมี ทำให้ช้างสร่างเมาหมด

พยศ ลดความดุร้ายยอมหมอบถวายบังคมพระบรมศาสดาแล้วลุกขึ้นเดินกลับเข้าสู่โรงช้าง ด้วยอาการอันสงบ

?

ได้รับยกย่องหลายตำแหน่ง

พระอานนท์เถระ ได้ปฏิบัติพระพุทธองค์อย่างใกล้ชิด มิได้ประมาทพลาดพลั้ง ได้ฟังพระธรรมเทศนาทั้งที่ทรงแสดง

?

แก่ตนและผู้อื่น ทั้งที่แสดงต่อหน้าและลับหลัง อีกทั้งท่านเป็นผู้มีสติปัญญาทรงจำไว้ได้มาก จึงเป็นผู้ฉลาดในการแสดง

ธรรม พระบรมศาสดาทรงยกย่องท่านในตำแหน่งเอตทัคคะเป็นผู้เลิศกว่าภิกษุทั้งปวง ถึง ๕ ประการ คือ พระอานนท์ได้

ทำหน้าที่พุทธอุปัฏฐากได้เป็นอย่างดียิ่ง จนได้รับการยกย่องจากพระพุทธเจ้าว่าเป็นเอตทัคคะ

(ความเป็นเลิศกว่าผู้อื่น) 5 ประการ ได้แก่

?

1. เป็นพหูสูต (ทรงจำพุทธวจนะได้มากที่สุด)

2. เป็นผู้มีสติ

3. เป็นผู้มีคติ (แนวในการจำพุทธวจนะ)

4. เป็นผู้มีธิติ (ความเพียร)

5. เป็นพุทธอุปัฏฐากผู้เลิศ

?

ปฐมสังคายนารับหน้าที่สำคัญ

?

ในกาลที่พระพุทธองค์ใกล้ปรินิพพาน พระอานนท์เถระมีความน้อยเนื้อต่ำใจที่ตนยังเป็นปุถุชนอยู่

อีกทั้งพระบรมศาสดาบรมครูก็จะเสด็จเข้าสู่พระปรินิพพานในอีกไม่ช้า จึงหลีกออกไปยืนร้องไห้แต่เพียงผู้เดียวข้างนอก

พระพุทธองค์รับสั่งให้ภิกษุไปเรียกเธอมาแล้ว ตรัสเตือนให้เธอคลายทุกข์โทมนัสพร้อมทั้งตรัสพยากรณ์ว่า....

?

“อานนท์ เธอจะได้บรรลุเป็นพระอรหันต์ ในวันทำปฐมสังคายนา”

?

เมื่อพระบรมศาสดาปรินิพพานแล้ว พระมหากัสสปเถระได้นัดประชุมพระอรหันต์ขีณาสพ จำนวน ๕๐๐ องค์

เพื่อทำปฐมสังคายนา โดยมอบให้พระอานนท์รับหน้าที่วิสัชนาพระสูตรและพระอภิธรรม แต่เนื่องจากพระอานนท์ยัง

เป็นปุถุชนอยู่ ท่านจึงเร่งทำความเพียรอย่างหนักแต่ก็ยังไม่สำเร็จจนเกิดความอ่อนเพลีย ท่านจึงปรารภที่จะพักผ่อน

อิริยาบถสักครู่ จึงเอนกายลงบนเตียง ในขณะที่เท้าพ้นจากพื้น ศีรษะกำลังจะถึงหมอน ท่านก็สำเร็จเป็นพระอรหันต์

ในระหว่างอิริยาบถทั้ง ๔ คือ ไม่ได้อยู่ในอิริยาบถอย่างใดอย่างหนึ่งทั้ง ๔ อย่าง คือ อิริยาบถยืน เดิน นั่ง หรือนอน

นับว่าท่านบรรลุเป็นพระอรหันต์แปลกกว่าพระเถระรูปอื่น ๆ

?

ปรินิพพานกลางอากาศ

?

พระอานนท์เถระ ดำรงอายุสังขารอยู่นานถึง ๑๒๐ ปี พิจารณาเห็นว่าสมควรที่จะปรินิพพานได้แล้ว ท่านจึงเชิญญาติทั้ง

ฝ่ายศากยะและฝ่ายโกลิยะ ไปที่ริมฝั่งแม่น้ำโรหิณี ซึ่งกั้นเขตแดนระหว่างกรุงกบิลพัสดุ์ และกรุงเทวทหะ

ก่อนที่จะปรินิพพาน ท่านเหาะขึ้นไปบนอากาศได้แสดงธรรมสั่งสอนเทวดาและพระประยูรญาติทั้งสองฝ่าย

ตลอดทั้งพุทธบริษัทอื่น ๆ เมื่อจบพระธรรมเทศนาแล้วท่านได้ตั้งสัตยาธิษฐานว่า....

?

“เมื่ออาตมานิพพานแล้ว ขอให้อัฐิธาตุของอาตมานี้จงแยกออกเป็น ๒ ส่วน จงตกลงที่ฝั่งกรุงกบิลพัสดุ์

ของพระประยูรญาติฝ่ายศากยวงศ์ ส่วนหนึ่ง และจงตกที่ฝังกรุงเทวทหะของพระประยูรญาติฝ่ายโกลิยวงศ์ส่วนหนึ่ง เพื่อป้องกันมิให้

?

?

พระประยูรญาติทั้งสองฝ่ายทะเลาะวิวาทกันเพราะแย่งอัฐิธาตุ”

ครั้นอธิษฐานเสร็จแล้ว ก็ดับขันธปรินิพพาน ณ เบื้องบนอากาศ ในท่ามกลางแม่น้ำโรหิณี นั้น เตโชธาตุก็เกิดขึ้น

?

เผาสรีระของท่านเหลือแต่กระดูกและแยกออกเป็น ๒ ส่วน แล้วตกลงบนพื้นดินของ ๒ ฝั่งแม่น้ำโรหิณีนั้นสมดังที่

ท่านอธิษฐานไว้ทุกประการท่านได้ชื่อว่าเป็นพุทธสาวกที่ได้บรรลุกิเลสนิพพาน

และขันธนิพพานแปลกกว่าพระสาวกรูปอื่น ๆ

?

?

?

คุณธรรมที่ควรถือเป็นแบบอย่าง

?

1. เป็นผู้ทรงจำธรรมไว้ได้มาก พระอานนท์ได้รับการยกย่องจากพระพุทธเจ้าว่าเป็นพหูสูต

เพราะท่านทูลขอพรจากพระพุทธเจ้าก่อนเข้ารับตำแหน่งพุทธอุปัฏฐาก มีข้อหนึ่งความว่า

ถ้าพระองค์ทรงแสดงธรรมเรื่องในในที่ลับข้าพระองค์ ขอให้พระองค์ได้โปรดแสดงธรรมเรื่องนั้นแก่ข้าพระองค์

อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้เอาใจใส่ขวนขวายในการศึกษาและทรงจำเป็นอย่างดียิ่ง

2. เป็นผู้ช่วยระงับความแตกร้าวในพุทธจักร คราวที่พระชาวเมืองโกสัมพีเกิดทะเลาะวิวาทกันเป็นฝ่าย

พระพุทธเจ้าทรงตักเตือนก็ไม่สามารถคลายทิฏฐิมานะพระเหล่านั้นลงได้ พระองค์จึงเสด็จไปจำพรรษาในป่าปาลิเลยยกะ

ต่อมาพระเหล่านั้นเกิดสำนึกผิดรู้สึกละอายใจ จึงเข้าไปหาพระอานนท์ พร้อมขอร้องให้ท่านพาไปเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า

เพื่อทูลขอขมา พระอานน์ได้ทำตามจนสามารถระงับความแตกร้าวให้กลับคืนสภาวะปกติได้

3. เป็นผู้รับภาระในพระพุทธศาสนา ในคราวปฐมสังคายนา ท่านได้ทำหน้าที่วิสัชนาพระธรรม

โดยรวบรวมพระธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้มาจัดเป็นหมวดหมู่ จนปรากฏเป็น พระสุตตันตปิฎก และ

พระอภิธรรมปิฎก ให้เราได้ศึกษาจนกระทั่งทุกวันนี้

4. เป็นผู้สืบต่อพระศาสนา ท่านเป็นผู้มีศิษย์มาก ต่อมาศิษย์ของท่านได้มีบทบาทสำคัญในการทำสังคายนาครั้งที่ 2

คือ พระสัพพกามี พระยสกากัณฑบุตร และพระเรวตะ เป็นต้น แสดงถึงความเป็นผู้มีอัธยาศัยไมตรีที่เพียบพร้อมดีงาม

ทำให้มีผู้เคารพเลื่อมใสและแสดงตนเป็นศิษย์จำนวนมาก

แก้ไขล่าสุด (วันอาทิตย์ที่ 26 กุมภาพันธ์ 2012 เวลา 03:56 น.)

 

ความคิดเห็นของคุณ

BBCODES_BOLDBBCODES_ITALICBBCODES_UNDERLINEBBCODES_STRIKETHROUGHBBCODES_SUBSCRIPTBBCODES_SUPERSCRIPTBBCODES_EMAILBBCODES_IMAGEBBCODES_URLBBCODES_LISTBBCODES_ULISTBBCODES_QUOTEBBCODES_CODEBBCODES_CONTENTID
SMILEYS_VERY_HAPPYSMILEYS_SMILESMILEYS_WINKSMILEYS_SADSMILEYS_SURPRISEDSMILEYS_SHOCKEDSMILEYS_CONFUSEDSMILEYS_COOLSMILEYS_LAUGHINGSMILEYS_MADSMILEYS_RAZZSMILEYS_EMBARRASSEDSMILEYS_CRYINGSMILEYS_EVILSMILEYS_TWISTED_EVILSMILEYS_ROLLING_EYESSMILEYS_EXCLAMATIONSMILEYS_QUESTIONSMILEYS_IDEASMILEYS_ARROWSMILEYS_NEUTRALSMILEYS_MR_GREENSMILEYS_GEEKSMILEYS_UBER_GEEK
YOURALIAS:
ชื่อเรื่อง:
FULLTEXT:
Random Content

โอวาทหลวงพ่อวันนี้

อุปสมานุสสติกรรมฐาน (หลวงพ่อพระราชพรหมยาน)

alt

ตัวนิพพานคือ อุปสมานุสสติกรรมฐาน ถ้าจิตเรามั่นคงในพระพุทธเจ้าจริง

ในพระธรรมจริงในพระอริยสงฆ์จริงและก็มั่นคงในศีล 5 จริง

จิตรักพระนิพพานเป็นอารมณ์จริง?คำว่า รักพระนิพพานที่คิดไว้เสมอว่า

มนุษย์ เทวดา พรหม ไม่เอาจะตายเมื่อไร ฉันไปนิพพานเมื่อนั้น
ศีล 5 ต้องมั่นคงจริงๆอย่างนี้ท่านเรียกว่าพระโสดาบัน

พระสกิทาคามีนะ ขณะที่เจริญกรรมฐานจะให้ได้ดีตัดสินใจว่าเวลานี้

ภารกิจอะไรที่เรามีอยู่ในฐานะพ่อบ้านแม่บ้านลูกบ้านหลายบ้านเหลนบ้านอะไรก็ตาม

หน้าที่นี้มันมีอยู่เพียงไร เราจะทำให้ดีที่สุดในฐานะที่ชีวิตมัน

ทรงอยู่เพื่อความอยู่เย็นเป็นสุข?แต่ว่าตายแล้วเมื่อไรเลิกกันเท่านั้นไม่ยาก

?

พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชพรหมยาน วัดท่าซุง

?


รวมโอวาทหลวงพ่อวันนี้

ค้นหาบทความทุกหมวด

รวมบทความน่าสนใจ

คู่มือปฏิบัติพระกรรมฐาน - กฎการปฏิบัติกรรมฐาน - บารมี ๑๐
ศุกร์, 02 พฤศจิกายน 2012
บารมี ๑๐ ทาน ศีล เนกขัมมะ สัจจะ วิริยะ ปัญญา ขันติ เมตตา อธิษฐาน อุเบกขาทั้ง ๑๐ อย่างนี้ เป็นบารมี ๑๐ อย่าง บารมี แปลว่า ทำให้เต็มไม่บกพร่อง ท่านที่หวังมรรคผลต้องบำรุงบารมีให้ ครบถ้วนจนเป็นกิจประจำใจ ไม่ละเลยเหินห่างและบกพร่อง ต้องคิดต้องตรอง ประคับประคองไว้ เป็นปกติ ดังจะอธิบายไว้พอเข้าใจ ? ๑. ทาน ทานแปลว่า การให้... อ่านเพิ่มเติม...
โอวาทหลวงพ่อตอนที่ ๓๖
จันทร์, 12 เมษายน 2010
โอวาทหลวงพ่อตอนที่ ๓๖ อริยสัจ สำหรับการที่เราเจริญพระกรรมฐาน ก็ต้องใคร่ครวญอยู่เสมอว่า เราเจริญพระกรรมฐานเพื่อต้องการความรู้ เป็นเครื่องพ้นจากความเกิด ความแก่ ความเจ็บ ความตาย เพราะความเกิดเป็น ทุกข์ความแก่เป็นทุกข์ ความเจ็บ ความตาย เป็นทุกข์ ถ้าเรายังต้องเกิดแก่เจ็บ ตายอยู่อย่างนี้? เราก็มีแต่ความทุกข์ เวียนว่ายตายเกิดอยู่ในวัฏฏะ... อ่านเพิ่มเติม...
กำหนด รู้ลม ต่อ
พฤหัสบดี, 25 กุมภาพันธ์ 2010
กำหนด รู้ลม ต่อ การเจริญอานาปานสติกรรมฐานตามแบบ ปฏิบัติที่นิยมกัน ก็ให้ใช้พุทธานุสติกรรมฐานควบคุมไป ด้วย ช่วยกำลังใจให้เกิดขึ้น การทำความดีในพระพุทธศาสนาถ้าขาดกำลังใจเสียอย่างเดียวไม่มี อะไรเป็นผล เพราะการฝึกนี่ เราฝึกใจ เราไม่ได้ฝึกกาย ถ้ามีแต่การกำหนดรู้ลมหายใจเข้าออก เราก็ คิดว่าจิตมันว่างไป นึกถึงความดีขององค์สมเด็จพระจอมไตรใช้คำ พุทโธ... อ่านเพิ่มเติม...
ปฏิปทาท่านผู้เฒ่า ตอนที่ ๑๗
จันทร์, 28 ธันวาคม 2009
ปฏิปทาท่านผู้เฒ่า ตอนที่ ๑๗ ท่านสาธุชนพุทธบริษัททั้งหลาย ต่อนี้ไปในเมื่อท่านได้สมาทานพระกรรมฐาน สมาทานศีลแล้วโปรดสดับปฏิปทาของผู้เฒ่าต่อไป เมื่อคืนที่แล้วได้พูดถึงตอนว่าท่านได้เข้าไปพบองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าด้วยอำนาจของอภิญญาสมาบัติ ตอนนั้นองค์สมเด็จพระทรงสวัสดิ์ได้ทรงแนะนำในการทำน้ำมนต์... อ่านเพิ่มเติม...
พระเขมาเถรี เอตทัคคะอัครสาวิกาฝ่ายขวาในทางผู้มีปัญญา
พฤหัสบดี, 07 กรกฏาคม 2011
? พระเขมาเถรี เอตทัคคะอัครสาวิกาฝ่ายขวาในทางผู้มีปัญญา ? พระเขมาเถรี เกิดในราชสกุล กรุงสาคละ แคว้นมัททะ พระประยูรญาติได้ให้พระนามว่า “ เขมา ” เพราะนางมีผิวพรรณ เลื่อมเรื่อดังสีทอง เมื่อเจริญพระชันษาแล้ว ได้อภิเษกเป็นมเหสีพระเจ้าพิมพิสารแห่งนครราชคฤห์ เมื่อพระบรมศาสดาประทับอยู่ ณ พระวิหารเวฬุวัน ใกล้กรุงราชคฤห์นั้นพระนางได้สดับข่าวว่า ... อ่านเพิ่มเติม...
สัมมาทิฏฐิ ๒๗ ความรู้จักอาสวะ
อาทิตย์, 13 กุมภาพันธ์ 2011
สัมมาทิฏฐิ ๒๗ ความรู้จักอาสวะ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก บัดนี้ จักแสดงธรรมะเป็นเครื่องอบรมในการปฏิบัติอบรมจิต ในเบื้องต้นก็ขอให้ทุกๆ ท่านตั้งใจนอบน้อมนมัสการ พระ ผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ตั้งใจถึงพระองค์พร้อมทั้งพระธรรมและพระสงฆ์เป็นสรณะ ตั้งใจ สำรวมกายวาจาใจให้เป็นศีล ทำสมาธิในการฟัง... อ่านเพิ่มเติม...
คู่มือปฏิบัติพระกรรมฐาน - ๘. กายคตานุสสติกรรมฐาน
อังคาร, 06 พฤศจิกายน 2012
๘. กายคตานุสสติกรรมฐาน กายคตานุสสติ แปลว่า พิจารณากายให้เห็นว่า ไม่สวยไม่งาม มีความโสโครก ตามกฎแห่งความเป็นจริงเป็นอารมณ์ กายคตานุสสตินี้เป็นกรรมฐานสำคัญที่พระอริยเจ้าทุกองค์ ไม่เคยเว้น เพราะพระอริยเจ้าก่อนแต่จะได้สำเร็จมรรคผล ทุกท่านนิยมพิจารณาให้เห็นว่าไม่สวย ไม่น่ารัก น่ารังเกียจ เพราะมีสภาพน่าสะอิดสะเอียนตามปกติเป็นอารมณ์... อ่านเพิ่มเติม...
นิมิตในอสุภกรรมฐาน
พฤหัสบดี, 27 พฤษภาคม 2010
นิมิตในอสุภกรรมฐาน อสุภกรรมฐานมีนิมิตเป็นเครื่องกำหนดในการเข้าถึงเหมือนกสิณ แต่ต่างจากกสิณ ตรงที่เอารูปซากศพเป็นนิมิต นิมิตใน อสุภนี้มี 2 ระดับ คืออุค คหนิมิต ได้แก่ นิมิตติดตา คือรูปเดิมที่กำหนดจดจำไว้ ปฏิภาคนิมิต ได้แก่ นิมิตที่เป็นอัปปนาสมาธิ คือ รูป ต่างจากภาพเดิม ดังจะยกมาต่อไปนี้ อุท ธุมาตกอสุภอสุภที่ร่างกายขึ้นอืดพอง ... อ่านเพิ่มเติม...
ตอนที่ ๖. วันที่ ๒๕ ธ.ค. ๒๕๕๑ ดอยอ่างขาง
จันทร์, 15 ตุลาคม 2012
วันที่ 25ธ.ค.51 SMILEYS_CONFUSEDจุดหมายดอยอ่างขาง? ? ? ข้าพเจ้าตื่นนอนมาตอนเช้า แล้วน้องๆเขาชวนไปเดินดูตลาดตอนเช้าๆ ก็ไปกับเขาเดินไปเรื่อยๆ มาหยุดพักแวะกินน้ำชาที่ร้านแห่งหนึ่ง เจ้าของร้านเป็นหญิงสาวอายุประมาณ 25 ปี แต่เธอมีความสามารถมาก สามารถพูดได้หลายภาษา ไทย จีน อาข่าและภาษาชนเผ่าอีกมากมายซึ่งที่นี่มี 7 ชนเผ่า ? ข้าพเจ้าก็ถามเธอว่าเมื่อก่อนแถวๆนี้ เป็นอะไร... อ่านเพิ่มเติม...
จดหมายจากหลวงพ่อ - 2 กรกฎาคม 2513
อังคาร, 08 ธันวาคม 2009
จดหมายจากหลวงพ่อ 2 กรกฎาคม 2513 เรื่องถามวิธีปฏิบัติเฉพาะบุคคลหรือรวมก็ตาม ยังไม่มีเวลา ต้องรองานสร้าง และงานบวชผ่านไปแล้วจึงจะมีเวลาเมื่อคืนวันที่ 1 ว่างเลยไปเที่ยวเมืองนรก ถามลุงพุฒแกว่าจะให้ฉันตายเวลาไหน แกบอกว่าตี 4 เลยถามแกว่าแกจะกลับมาเกิดเป็นคนอีกไหม แกตอบว่าจะเกิดหาหอกอะไร เป็นคนไม่เห็นมีอะไรดี เลยถามแกว่าแกจะนิพพานเมื่อไร... อ่านเพิ่มเติม...
พระธรรมเทศนา เรื่อง วิธีใช้ทรัพย์ (หลวงพ่อพระราชพรหมยาน)
อาทิตย์, 28 มีนาคม 2010
? พระธรรมเทศนา เรื่อง วิธีใช้ทรัพย์ ? แสดงเมื่อวันศึกร์ที่ 26 ธันวาคม 2518 อทานิ ตัสสะ ภควโต อรหโต สัมมาสัมพุทธัสสะ ปรินิพพานดต ปัฏฐายะ อัฏฐารสุตตรปัญจสตาธิกานิ เทวสังวัจฉรสหัสสานะ อติกกันตานิ ปัจจุปปันนกาลวเสนะ ธันวาคม มาสัสสะ ฉัพพิสติมัง ทินนัง วารวเสนะ ปนสุกกวาโร โหติ เอวัง ตัสสะ ภควโต ปรินิพพานา สาสนายุกาลคณนา ลัลลักเขตัพพติฯ ศุภมัสดุ พระพุทธศาสนายุกาล... อ่านเพิ่มเติม...
คู่มือปฏิบัติพระกรรมฐาน - อานาปาน์พระพุทธเจ้าทรงเป็นปกติ
อังคาร, 06 พฤศจิกายน 2012
อานาปาน์พระพุทธเจ้าทรงเป็นปกติ เพื่อความอยู่เป็นสุขในสมบัติ ไม่มีสมาบัติใดที่จะอยู่เป็นสุขเท่า อานาปานานุสสติ เพราะ เป็นสมาบัติที่ระงับกายสังขาร คือดับเวทนาได้ดีกว่าสมาบัติอื่น แม้จะเป็นสมาบัติต้นก็ตาม พระอรหันต์ ทุกองค์ แม้สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเอง พระองค์ก็ทรงอยู่เป็นสุขด้วยอานาปานานุสสติดังพระปรารภ... อ่านเพิ่มเติม...
ทัททัลลวิมาน ว่าด้วยผลบุญที่ทำให้ไปเกิดในทัททัลลวิมาน
พฤหัสบดี, 24 มีนาคม 2011
๖. ทัททัลลวิมาน ว่าด้วยผลบุญที่ทำให้ไปเกิดในทัททัลลวิมาน นางภัททาเทพธิดาผู้พี่สาว ได้ถามนางสุภัททาเทพธิดาผู้น้องสาวว่า [๓๔] ท่านรุ่งเรืองด้วยรัศมี ทั้งเป็นผู้เรืองยศ ย่อมรุ่งเรืองโรจน์ล่วงเทพเจ้าชาวดาวดึงส์ทั้งหมด ด้วยรัศมี ดิฉันไม่เคยเห็นท่านเพิ่งจะมา เห็นในวันนี้เป็นครั้งแรก ท่านมาจากเทวโลกชั้นไหน จึงมาเรียกดิฉันโดย ชื่อเดิมว่า ภัททา... อ่านเพิ่มเติม...
เรื่องจริงอิงนิทาน (พิเศษ) - คำสั่งของพ่อ
อาทิตย์, 04 พฤศจิกายน 2012
คำสั่งของพ่อ นี่พ่อฟังมาแล้วก็พูดไป ขอลูกใช้ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ และอตีตังสญาณ เข้าไปดูว่าพระราชาแต่ละองค์ ๆ น่ะ เวลานั้น ท่านทำกันยังไงลูก เวลาที่จะออกขุนนางเวลาที่จะนั่งบังลังก์ท่านก็แต่งตัวโก้ พระราชฐานก็ทำด้วยไม้ เวลายามปกติท่านก็เดินไปเดินมา แต่งตัวสีสดบ้าง สีมัวบ้าง ดีไม่ดีก็เดินเอาผ้าขาวม้าพาดไหล่ไม่มีเสื้อไปเยี่ยมชาวไร่ ชาวนา... อ่านเพิ่มเติม...
ค ว า ม จ ริ ง ข อ ง สั จ จ ธ ร ร ม
พฤหัสบดี, 20 พฤษภาคม 2010
ค ว า ม จ ริ ง ข อ ง สั จ จ ธ ร ร ม ความจริงที่ทุกคนต้องพบแม้ไม่อยากพบก็ตามคือ “ความตาย” เรื่องของความตายที่มีคนที่มีความรู้ ความเข้าใจกันไม่มากนัก บางคนก็คิดว่าตายแล้วสูญบางคนก็คิดว่าตายแล้วเกิด บางคนก็ไม่แน่ใจ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้แสดงเรื่องราวของความตาย ว่า การตายมี ๓ ประเภท คือ๑. ข ณิ ก ก ะ ม ร ณ ะ คือการเกิดดับของนาม (จิต) และรูป... อ่านเพิ่มเติม...