Get Adobe Flash player
(15 VOTITALY_VOTES, VOTITALY_AVERAGE: 5.00 VOTITALY_OUTOF)
User Rating: / 15
แย่ดีที่สุด 

alt?

ประวัติ พระอานนท์เถระ เอตทัคคะในทางผู้เป็นพหูสูตร

?

?

พระอานนท์ เป็นพระราชโอรสของพระสุกโกทนะ ผู้เป็นพระกนิษฐาของพระเจ้าสุทโธทนะ พระมารดานามว่า

พระนางกีสาโคตมี มีศักดิ์เป็นพระอนุชาของพระบรมศาสดา (พระราชโอรสของพระเจ้าอา) ออกบวชพร้อมกับเจ้าชาย

อนุรุทธะและอุบาลี (ศึกษาประวัติเบื้องต้นในประวัติของพระอนุรุทธเถระ)

เมื่อท่านบวชแล้ว ได้ฟังโอวาทจากรพปุณณมันตานี ได้บรรลุเป็นพระโสดาบันได้รับเลือกเป็นพุทธอุปัฎฐากในช่วง

ปฐมโพธิกาลหลังจากตรัสรู้แล้ว ๒๐ พรรษานั้น ยังไม่มีพระภิกษุใดปฏิบัติรับใช้พระพุทธองค์เป็นประจำ มีแต่พระภิกษุ

ผลัดเปลี่ยนวาระกันปฏิบัติ เช่น พระนาคสมาละ พระนาคิตะ พระอุปวาณะ พระสาคตะ และพระเมฆิยะ เป็นต้น บางคราว

?

การผลัดเปลี่ยนบกพร่อง องค์ที่ปฏิบัติอยู่ออกไป แต่องค์ใหม่ยังไม่มาแทน ทำให้พระพุทธองค์ต้องประทับอยู่ตามลำพัง

ขาดผู้ปฏิบัติ บางครั้งพระภิกษุผู้ปฏิบัติ ก็ดื้อดึงขัดรับสั่งของพระพุทธองค์ เช่น ครั้งหนึ่ง เป็นวาระของพระนาคสมาล

เถระ ท่านได้ตามเสด็จพระพุทธองค์ไปทางไกล พอถึงทาง ๒ แพร่ง พระเถระทราบทูลว่า

?

“ข้าแต่พระผู้มีพระภาค ขอพระองค์เสด็จไปทางนี้เถิด พระเจ้าข้า”

“อย่าเลย นาคสมาละ ไปอีกทางหนึ่งจะดีกว่า”

พระนาคสมาละ ไม่ยอมเชื่อฟังพระดำรัส ขอแยกทางกับพระพุทธองค์ ทำท่าจะวางบาตรและจีวรของพระผู้มีพระภาคที่

พื้นดิน พระพุทธองค์จึงตรัสว่า

“นาคสมาละ เธอจงส่งบาตรและจีวรมาให้ตถาคตเถิด”

พระนาคสมาละ ถวายบาตรและจีวรแด่พระพุทธองค์แล้วแยกทางเดินไปตามที่ตนต้องการ ไปได้ไม่ไกลนักก็ถูกพวกโจร

ทำร้ายจนศีรษะแตกแล้วแย่งชิงเอาบาตรและจีวรไป ทั้งที่เลือดอาบหน้ารีบกลับมาเฝ้าพระบรมศาสดา กราบทูลเล่าเรื่อง

ให้ทรงทราบ พระพุทธองค์จึงตรัสว่า

“อย่าเสียใจไปเลย นาคสมาละ ตถาคตห้ามเธอก็เพราะเหตุนี้”

พระพุทธองค์ ได้รับความลำบากพระวรกายเพราะถูกปล่อยให้ประทับอยู่ตามลำพังหลายครั้ง จึงมีพระดำรัสรับสั่งให้

ภิกษุสงฆ์เลือกสรรภิกษุทำหน้าที่ปฏิบัติพระองค์เป็นประจำ ภิกษุทั้งหลายมีฉันทามติมอบหมายให้พระอานนท์เถระรับ

หน้าที่เป็นพุทธอุปัฏฐากตลอดกาลเป็นนิตย์ ด้วยเห็นว่าท่านเป็นผู้มีสติปัญญา ขยัน อดทน รอบคอบ

และเป็นพระญาติใกล้ชิด ย่อมจะทราบพระอัธยาศัยเป็นอย่างดี

?

พระเถระทูลขอพร ๘ ประการ

?

แต่ก่อนที่พระเถระจะตอบรับทำหน้าที่เป็นพุทธอุปัฏฐากนั้น ท่านได้กราบทูลขอพร ๘ ประการ ดังนี้:-

๑ ขออย่าประทานจีวรอันประณีตแก่ข้าพระองค์

๒ ขออย่าประทานบิณฑบาตอันประณีตแก่ข้าพระองค์

๓ ขอได้โปรดอย่าให้ข้าพระองค์อยู่ในที่ประทับของพระองค์

๔ ขอได้โปรดอย่าพาข้าพระองค์ไปในที่นิมนต์

๕ ขอพระองค์จงเสด็จไปสู่ที่นิมนต์ ที่ข้าพระองค์รับไว้

๖ ขอให้ข้าพระองค์พาบริษัทที่มาจากแดนไกลเข้าเฝ้าพระองค์ได้ในขณะที่มาถึงแล้ว

๗ ถ้าข้าพระองค์เกิดความสงสัยขึ้นเมื่อใดขอให้ข้าพระองค์เข้าเฝ้าทูลถามความสงสัยได้เมื่อนั้น

๘ ถ้าพระองค์แสดงพระธรรมเทศนาเรื่องใด ในที่ลับหลังข้าพระองค์ขอได้โปรดตรัสพระธรรมเทศนาเรื่องนั้น แก่ข้าพระองค์อีกครั้ง

?

พระพุทธองค์ตรัสถามคุณและโทษของพร ๘ ประการ

?

พระบรมศาสดา ได้สดับคำกราบทูลขอพรของพระอานนท์เถระแล้ว ได้ตรัสถามถึงคุณและโทษของพร ๘ ประการว่า:-

?

“ดูก่อนอานนท์ เธอเห็นคุณและโทษอย่างไร จึงขออย่างนั้น”

?

“ข้าแต่พระผู้มีพระภาค ถ้าข้าพระองค์ไม่ได้รับพรข้อที่ ๑-๔ ข้างต้น ก็จะมีคนพูดติฉินนินทา ได้ว่า พระอานนท์

ปฏิบัติบำรุงอุปัฏฐากพระบรมศาสดา จึงได้ลาภสักการะมากมายอย่างนี้ การปฏิบัติอุปัฏฐากมิได้หนักหนาอะไรเลย

และถ้าข้าพระองค์ไม่ได้รับพรข้อที่ ๕-๗ ก็จะมีคนพูดได้อีกว่าพระอานนท์ จะบำรุงอุปัฏฐากพระบรมศาสดาไปทำไม

แม้กิจเพียงเท่านี้ พระพุทธองค์ก็ไม่ทรงอนุเคราะห์ อนึ่ง โดยเฉพาะถ้าข้าพระองค์ไม่ได้รับพรข้อสุดท้ายแล้ว หากมีผู้มา

ถามข้าพระองค์ว่า ธรรมข้อนี้พระพุทธองค์ทรงแสดงที่ไหน ถ้าข้าพระองค์ไม่ทราบ เขาก็จะตำหนิได้ว่า พระอานนท์

ติดตามพระบรมศาสดาไปทุกหนแห่ง ดุจเงาตามพระองค์ แต่เหตุไฉนจึงไม่รู้แม้แต่เรื่องเพียงเท่านี้

“ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์เห็นคุณและโทษ ดังกล่าวมานี้ จึงได้กราบทูลขอพรทั้ง ๘ ประการนั้น พระเจ้าข้า”

?

พระบรมศาสดา เมื่อได้สดับคำชี้แจงของพระอานนท์แล้ว จึงประทานสาธุการ และพระราชทานอนุญาตให้ตามที่

ขอทุกประการ ตั้งแต่นั้นมา ท่านพระเถระก็ปฏิบัติหน้าที่บำรุงอุปัฏฐากพระพุทธองค์ตลอดมา ตราบเท่าถึงเสด็จเข้าสู่

ปรินิพพาน

?

ยอมสละชีวิตแทนพระพุทธองค์

alt

?

พระเถระ ได้ปฏิบัติหน้าที่อุปัฏฐากพระบรมศาสดาด้วยความอุตสาหะมิได้บกพร่อง อีกทั้งมีความจงรักภักดีเป็นอย่างยิ่ง

?

แม้แต่ชีวิตของตนก็ยอมสละแทนพระพุทธองค์ได้ เช่น

ในคราวที่พระเทวทัตยุยงให้พระเจ้าอชาตศัตรูปล่อยช้างนาฬาคีรี ด้วยหวังจะให้ทำ

อันตรายพระพุทธองค์ ขณะเสด็จออกบิณฑบาตในกรุงราชคฤห์ ในขณะที่ช้างนาฬาคีรีวิ่งตรงเข้าหาพระพุทธองค์นั้น

พระอานนท์เถระผู้เปี่ยมล้นด้วยความกตัญญูและความจงรักภักดี ได้ยอมมอบกายถวายชีวิตเป็นพุทธบูชา

ได้ออกไปยืนขวางหน้าช้างไว้ หวังจะให้ทำอันตรายตนแทน

แต่พระพุทธองค์ได้ทรงแผ่พระเมตตาไปยังช้างนาฬาคีรี ด้วยอำนาจแห่งพระเมตตาบารมี ทำให้ช้างสร่างเมาหมด

พยศ ลดความดุร้ายยอมหมอบถวายบังคมพระบรมศาสดาแล้วลุกขึ้นเดินกลับเข้าสู่โรงช้าง ด้วยอาการอันสงบ

?

ได้รับยกย่องหลายตำแหน่ง

พระอานนท์เถระ ได้ปฏิบัติพระพุทธองค์อย่างใกล้ชิด มิได้ประมาทพลาดพลั้ง ได้ฟังพระธรรมเทศนาทั้งที่ทรงแสดง

?

แก่ตนและผู้อื่น ทั้งที่แสดงต่อหน้าและลับหลัง อีกทั้งท่านเป็นผู้มีสติปัญญาทรงจำไว้ได้มาก จึงเป็นผู้ฉลาดในการแสดง

ธรรม พระบรมศาสดาทรงยกย่องท่านในตำแหน่งเอตทัคคะเป็นผู้เลิศกว่าภิกษุทั้งปวง ถึง ๕ ประการ คือ พระอานนท์ได้

ทำหน้าที่พุทธอุปัฏฐากได้เป็นอย่างดียิ่ง จนได้รับการยกย่องจากพระพุทธเจ้าว่าเป็นเอตทัคคะ

(ความเป็นเลิศกว่าผู้อื่น) 5 ประการ ได้แก่

?

1. เป็นพหูสูต (ทรงจำพุทธวจนะได้มากที่สุด)

2. เป็นผู้มีสติ

3. เป็นผู้มีคติ (แนวในการจำพุทธวจนะ)

4. เป็นผู้มีธิติ (ความเพียร)

5. เป็นพุทธอุปัฏฐากผู้เลิศ

?

ปฐมสังคายนารับหน้าที่สำคัญ

?

ในกาลที่พระพุทธองค์ใกล้ปรินิพพาน พระอานนท์เถระมีความน้อยเนื้อต่ำใจที่ตนยังเป็นปุถุชนอยู่

อีกทั้งพระบรมศาสดาบรมครูก็จะเสด็จเข้าสู่พระปรินิพพานในอีกไม่ช้า จึงหลีกออกไปยืนร้องไห้แต่เพียงผู้เดียวข้างนอก

พระพุทธองค์รับสั่งให้ภิกษุไปเรียกเธอมาแล้ว ตรัสเตือนให้เธอคลายทุกข์โทมนัสพร้อมทั้งตรัสพยากรณ์ว่า....

?

“อานนท์ เธอจะได้บรรลุเป็นพระอรหันต์ ในวันทำปฐมสังคายนา”

?

เมื่อพระบรมศาสดาปรินิพพานแล้ว พระมหากัสสปเถระได้นัดประชุมพระอรหันต์ขีณาสพ จำนวน ๕๐๐ องค์

เพื่อทำปฐมสังคายนา โดยมอบให้พระอานนท์รับหน้าที่วิสัชนาพระสูตรและพระอภิธรรม แต่เนื่องจากพระอานนท์ยัง

เป็นปุถุชนอยู่ ท่านจึงเร่งทำความเพียรอย่างหนักแต่ก็ยังไม่สำเร็จจนเกิดความอ่อนเพลีย ท่านจึงปรารภที่จะพักผ่อน

อิริยาบถสักครู่ จึงเอนกายลงบนเตียง ในขณะที่เท้าพ้นจากพื้น ศีรษะกำลังจะถึงหมอน ท่านก็สำเร็จเป็นพระอรหันต์

ในระหว่างอิริยาบถทั้ง ๔ คือ ไม่ได้อยู่ในอิริยาบถอย่างใดอย่างหนึ่งทั้ง ๔ อย่าง คือ อิริยาบถยืน เดิน นั่ง หรือนอน

นับว่าท่านบรรลุเป็นพระอรหันต์แปลกกว่าพระเถระรูปอื่น ๆ

?

ปรินิพพานกลางอากาศ

?

พระอานนท์เถระ ดำรงอายุสังขารอยู่นานถึง ๑๒๐ ปี พิจารณาเห็นว่าสมควรที่จะปรินิพพานได้แล้ว ท่านจึงเชิญญาติทั้ง

ฝ่ายศากยะและฝ่ายโกลิยะ ไปที่ริมฝั่งแม่น้ำโรหิณี ซึ่งกั้นเขตแดนระหว่างกรุงกบิลพัสดุ์ และกรุงเทวทหะ

ก่อนที่จะปรินิพพาน ท่านเหาะขึ้นไปบนอากาศได้แสดงธรรมสั่งสอนเทวดาและพระประยูรญาติทั้งสองฝ่าย

ตลอดทั้งพุทธบริษัทอื่น ๆ เมื่อจบพระธรรมเทศนาแล้วท่านได้ตั้งสัตยาธิษฐานว่า....

?

“เมื่ออาตมานิพพานแล้ว ขอให้อัฐิธาตุของอาตมานี้จงแยกออกเป็น ๒ ส่วน จงตกลงที่ฝั่งกรุงกบิลพัสดุ์

ของพระประยูรญาติฝ่ายศากยวงศ์ ส่วนหนึ่ง และจงตกที่ฝังกรุงเทวทหะของพระประยูรญาติฝ่ายโกลิยวงศ์ส่วนหนึ่ง เพื่อป้องกันมิให้

?

?

พระประยูรญาติทั้งสองฝ่ายทะเลาะวิวาทกันเพราะแย่งอัฐิธาตุ”

ครั้นอธิษฐานเสร็จแล้ว ก็ดับขันธปรินิพพาน ณ เบื้องบนอากาศ ในท่ามกลางแม่น้ำโรหิณี นั้น เตโชธาตุก็เกิดขึ้น

?

เผาสรีระของท่านเหลือแต่กระดูกและแยกออกเป็น ๒ ส่วน แล้วตกลงบนพื้นดินของ ๒ ฝั่งแม่น้ำโรหิณีนั้นสมดังที่

ท่านอธิษฐานไว้ทุกประการท่านได้ชื่อว่าเป็นพุทธสาวกที่ได้บรรลุกิเลสนิพพาน

และขันธนิพพานแปลกกว่าพระสาวกรูปอื่น ๆ

?

?

?

คุณธรรมที่ควรถือเป็นแบบอย่าง

?

1. เป็นผู้ทรงจำธรรมไว้ได้มาก พระอานนท์ได้รับการยกย่องจากพระพุทธเจ้าว่าเป็นพหูสูต

เพราะท่านทูลขอพรจากพระพุทธเจ้าก่อนเข้ารับตำแหน่งพุทธอุปัฏฐาก มีข้อหนึ่งความว่า

ถ้าพระองค์ทรงแสดงธรรมเรื่องในในที่ลับข้าพระองค์ ขอให้พระองค์ได้โปรดแสดงธรรมเรื่องนั้นแก่ข้าพระองค์

อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้เอาใจใส่ขวนขวายในการศึกษาและทรงจำเป็นอย่างดียิ่ง

2. เป็นผู้ช่วยระงับความแตกร้าวในพุทธจักร คราวที่พระชาวเมืองโกสัมพีเกิดทะเลาะวิวาทกันเป็นฝ่าย

พระพุทธเจ้าทรงตักเตือนก็ไม่สามารถคลายทิฏฐิมานะพระเหล่านั้นลงได้ พระองค์จึงเสด็จไปจำพรรษาในป่าปาลิเลยยกะ

ต่อมาพระเหล่านั้นเกิดสำนึกผิดรู้สึกละอายใจ จึงเข้าไปหาพระอานนท์ พร้อมขอร้องให้ท่านพาไปเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า

เพื่อทูลขอขมา พระอานน์ได้ทำตามจนสามารถระงับความแตกร้าวให้กลับคืนสภาวะปกติได้

3. เป็นผู้รับภาระในพระพุทธศาสนา ในคราวปฐมสังคายนา ท่านได้ทำหน้าที่วิสัชนาพระธรรม

โดยรวบรวมพระธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้มาจัดเป็นหมวดหมู่ จนปรากฏเป็น พระสุตตันตปิฎก และ

พระอภิธรรมปิฎก ให้เราได้ศึกษาจนกระทั่งทุกวันนี้

4. เป็นผู้สืบต่อพระศาสนา ท่านเป็นผู้มีศิษย์มาก ต่อมาศิษย์ของท่านได้มีบทบาทสำคัญในการทำสังคายนาครั้งที่ 2

คือ พระสัพพกามี พระยสกากัณฑบุตร และพระเรวตะ เป็นต้น แสดงถึงความเป็นผู้มีอัธยาศัยไมตรีที่เพียบพร้อมดีงาม

ทำให้มีผู้เคารพเลื่อมใสและแสดงตนเป็นศิษย์จำนวนมาก

แก้ไขล่าสุด (วันอาทิตย์ที่ 26 กุมภาพันธ์ 2012 เวลา 03:56 น.)

 

ความคิดเห็นของคุณ

BBCODES_BOLDBBCODES_ITALICBBCODES_UNDERLINEBBCODES_STRIKETHROUGHBBCODES_SUBSCRIPTBBCODES_SUPERSCRIPTBBCODES_EMAILBBCODES_IMAGEBBCODES_URLBBCODES_LISTBBCODES_ULISTBBCODES_QUOTEBBCODES_CODEBBCODES_CONTENTID
SMILEYS_VERY_HAPPYSMILEYS_SMILESMILEYS_WINKSMILEYS_SADSMILEYS_SURPRISEDSMILEYS_SHOCKEDSMILEYS_CONFUSEDSMILEYS_COOLSMILEYS_LAUGHINGSMILEYS_MADSMILEYS_RAZZSMILEYS_EMBARRASSEDSMILEYS_CRYINGSMILEYS_EVILSMILEYS_TWISTED_EVILSMILEYS_ROLLING_EYESSMILEYS_EXCLAMATIONSMILEYS_QUESTIONSMILEYS_IDEASMILEYS_ARROWSMILEYS_NEUTRALSMILEYS_MR_GREENSMILEYS_GEEKSMILEYS_UBER_GEEK
YOURALIAS:
ชื่อเรื่อง:
FULLTEXT:
Random Content

โอวาทหลวงพ่อวันนี้

ทำใจสบาย จะมีความสุข

alt

?

อย่าทำอารมณ์ให้วุ่นวาย อย่าใจน้อย อย่าคิดมาก

จงคิดไว้เสมอว่า เราต้องตาย

อย่าห่วงคนอื่นมากเกินกว่ากฎของกรรม

จงนึกถึงความตายทุกลมหายใจเข้าออก

อย่าทะเยอทะยานเรื่องยศศักดิ์ ถึงเวลามันได้ ถึงเวลามันมี

ทำใจสบาย จะมีความสุข เรื่องลูกก็ขอให้ตั้งอารมณ์ไว้ในฐานะพ่อแม่ที่ดี

แต่อย่าดิ้นรนเกินพอดีจะเป็นทางตัดนิพพานให้ไกลออกไป.

(หลวงพ่อพระราชพรหมยาน วัดท่าซุง)

?

?

?

รวมโอวาทหลวงพ่อวันนี้

ค้นหาบทความทุกหมวด

รวมบทความน่าสนใจ

ธรรมทั้งหลายมีใจเป็นหัวหน้า
จันทร์, 23 พฤษภาคม 2011
...ธรรมทั้งหลายมีใจเป็นหัวหน้า มีใจเป็นใหญ่ สำเร็จด้วยใจ ถ้าบุคคลใดมีใจผ่องแผ้ว จะพูดก็ดี จะทำก็ดี ความสุขย่อมตามผู้นั้นไปเหมือนกับเงาประจำตัว ที่ติดตามตัวไป... (พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชพรหมยานมหาเถระ วัดท่าซุง อ.เมือง จ.อุทัยธานี) ? 
คู่มือปฏิบัติพระกรรมฐาน - กฎการปฏิบัติกรรมฐาน - เจริญพรหมวิหาร ๔
ศุกร์, 02 พฤศจิกายน 2012
เจริญพรหมวิหาร ๔ ๑. แผ่เมตตา ความรักไปในทางทิศทั้ง ๔ โดยคิดไว้ด้วยความบริสุทธิ์ใจว่า เราจะเป็นมิตร แก่คนและสัตว์ทั่วโลก จะยอมเคารพในสิทธิของกันและกัน จะรักสิทธิของผู้อื่นเสมอด้วยสิทธิของกัน และกัน จะรักสิทธิของผู้อื่นเสมอด้วยสิทธิของตนเอง จะไม่ทำใครให้เดือดร้อนด้วย กายวาจา แม้แต่ จะคิดด้วยใจ จะรักษาและเคารพในบุคคลและสัตว์เสมอด้วยความรักตนเอง ?... อ่านเพิ่มเติม...
มีพระธรรมเป็น กัลยาณมิตร
พุธ, 19 พฤษภาคม 2010
มีพระธรรมเป็น กัลยาณมิตร พระอาจารย์อํานาจ โอภาโส การเดินบนเส้นทาง ธรรมที่ไม่ผิดไม่หลงนั้น อาจจะมีปัญหาอุปสรรค นานับประการโดยเฉพาะสำหรับเยาวชน เพราะทุกวันนี้สังคม ล้มเหลวคุณอนุรุธและคุณพจนาก็มาปรารภว่า พวกเราไม่มีตัวอย่างที่ดีให้เห็นเท่าใดนักอันที่จริงพระพุทธองค์ตรัสไว้ว่าพวกเธออย่าอยู่ อย่างไม่มีที่พึ่งจง อยู่อย่างมีเราเป็นกัลยาณมิตร... อ่านเพิ่มเติม...
ยิ้ม มหานิยม
ศุกร์, 21 พฤษภาคม 2010
ยิ้ม มหานิยม มนุษย์มีคุณสมบัติพิเศษอย่างหนึ่งที่หาไม่ได้ในบรรดาสัตว์ที่มีชีวิตด้วยกัน สิ่งนั้นก็คือ “ยิ้ม” สัตว์โลกทุกชนิด ที่ยกย่องว่ากันว่า เป็นสัตว์ฉลาดและฝึกหัดได้นานัปการ แต่ฝึกให้ “ยิ้ม” ไม่ได้ ยิ้มของคนซื้อขายไม่ได้ ยิ้ม เป็นเครื่องดึงดูดให้คนเข้าใกล้ปราศจากความระแวง ยิ้มสามารถเป็นเกราะป้องกันภัยให้แก่ตนเองได้ด้วย ... อ่านเพิ่มเติม...
สติกับนิวรณ์ ๕ (หลวงปู่สี มหาวีโร)
เสาร์, 20 มีนาคม 2010
ในเรื่องของจิตคล้าย ๆ กับว่า นิวรณ์ มันเคลื่อนหรือไหลหนี ทำนอง นั้นแหละ เพราะสติเราตั้งจดจ่ออยู่ แต่ยังเข้าไม่ถึงจิต พออย่างนี้เคลื่อนไป ก็รู้เรื่องจิตแล้วไปกำหนดเกี่ยวกับธรรมชาติรู้ อันนี้พวกนิวรณ์ทั้ง ๕?มาแสดงท่าทางขึ้นอยู่อย่างนั้น เราก็พยายามทดสอบลองดู คือมันถอย ๆ ออกพอถอยออกไปหน่อย ก็หุบ... พอสติเข้าไปถึงก็ถอนออกทันที... อ่านเพิ่มเติม...
แก้ที่ใจ
ศุกร์, 05 พฤศจิกายน 2010
? "สิ่งใดที่แก้ไม่ได้อย่าไปแก้มัน อย่าไปแก้ที่วัตถุ อย่าไปแก้ที่บุคคล มาแก้ที่ใจเรา" พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชพรหมยาน ? 
โอวาทของหลวงพ่อตอนที่๔
เสาร์, 13 มีนาคม 2010
หลวงพ่อพระราชพรหมยาน โอวาทหลวงพ่อ ตอนที่ ๔ ขอ ลูกรักทั้งหมด จงอย่าสนใจกับคำนินทาและสรรเสริญ ลูกรักของพ่อทุกคนจงจำไว้ว่า ถ้าร่างกายมันยังมีอยู่ จงอย่าปรารภว่าตนเป็นคนดี เพราะว่าสิ่งที่เราเกาะอยู่นี่มันเลว คือ ขันธ์ ๕ได้แก่ ร่างกาย มันทั้งสกปรก มันทั้งไม่เที่ยง มีการเปลี่ยนแปลง มีการป่วยไข้ไม่ สบาย มีการตายไปในที่สุด ... อ่านเพิ่มเติม...
โอวาทของหลวงพ่อเนียม วัดน้อย โดย หลวงพ่อฤาษีลิงดำ
อังคาร, 09 มีนาคม 2010
โอวาทของหลวงพ่อเนียม วัดน้อย โดย หลวงพ่อพระราชพรหมยาน แล้วก็จงจำไว้ด้วยว่ามันไม่ใช่แต่ขันธ์ 5 ของฉัน แม้แต่ขันธ์ 5ของเธอ ก็เหมือนกัน ขันธ์ 5ของคนอื่นใด ๆ ในโลกก็เหมือนกัน แม้วัตถุต่าง ๆ ที่เป็นธาตุ 4 คือ ธาตุน้ำ ธาตุดิน ธาตุลม ธาตุไฟ ธาตุเหล็ก ตึก บ้านช่อง วัตถุแข็ง อ่อน อากาศคือ ธาตุลม ก็เหมือนกัน มันไม่ใช่ฐานที่ตั้งของความสุข... อ่านเพิ่มเติม...
รสแห่งความเมตตา ชุ่มเย็นยิ่งนัก 2
จันทร์, 12 เมษายน 2010
สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก รสแห่งความ เมตตาชุ่มเย็นยิ่งนัก 2 ? พุทธ ศาสนิก พึงอบรมเมตตาให้ยิ่งพุทธ ศาสนิกผู้นับถือพระพุทธศาสนา แม้ไม่สนใจที่จะอบรมเมตตาให้อย่างยิ่ง ก็เหมือนไม่ สนใจในความสงบเย็นเป็นสุขของตนเอง ไม่สนใจที่จะปฏิบัติตนเป็นผู้มีปัญญา ทั้ง ๆ ที่ย่อมรู้ว่าผู้มีปัญญานั้น เป็นที่ยกย่องสรรเสริญ... อ่านเพิ่มเติม...
ลักษณะของจิตรวม
เสาร์, 15 พฤษภาคม 2010
?ลักษณะของจิตรวม พระธรรมเทศนาของหลวงปู่คำดีปภาโส ๒๕ มิถุนายน ๒๕๒๕ ? เมื่อจิตรวมจะเกิดอาการต่างๆ เช่น มีความรู้สึกว่าเบามือทั้งสองข้างซาบซ่านตามร่างกาย ขนลุกขนพองคล้ายกับไปพบกับสิ่งที่น่ากลัว มีอาการตัวเบาหวิว บางคนเมื่อรู้ว่าจิตเริ่มจะรวมจึงคอยดูว่า จิตจะรวมอย่างไร จิตก็รวมไม่ได้ สมาธิก็ไม่เกิด อันนี้เป็นการกระทำที่ผิด?... อ่านเพิ่มเติม...
ปฏิปทาธรรม ของ หลวงปู่ฉลวย สุธมฺโม (๑)
ศุกร์, 18 กันยายน 2009
ปฏิปทาธรรม ของ หลวงปู่ฉลวย สุธมฺโม (๑) คัดลอกจาก: อนุสรณ์ หลวงปู่ฉลวย สุธมฺโม วัดป่าบ้านวไลย ต.หนองพลับ อ.หัวหิน จ.ประจวบศีรีขันธ์ อาตมาที่จะเล่าให้ฟัง เป็นเรื่องที่มันเริ่มเองโดยอัตโนมัติ เพราะอาตมาไม่ได้ทำไม่ได้หัด เป็นแต่ปฏิบัติที่กาย ที่ใจของอาตมาเท่านั้น? และไม่ได้แต่งเรื่องให้เป็นที่ชอบใจหรือไม่ชอบใจ เพราะใจคนมีหลายชนิด อาตมาที่เข้าใจว่า... อ่านเพิ่มเติม...
ประวัติ หลวงปู่เจี๊ยะ จุนฺโท ต่อ
ศุกร์, 02 ตุลาคม 2009
ประวัติ หลวงปู่เจี๊ยะ จุนฺโท ต่อ ท่านพระอาจารย์มั่นรู้วาระจิต เมื่อ รับฟังโอวาทจากท่านพระอาจารย์มั่นด้วยความซาบซึ้งแล้ว ต่างก็เข้าสู่ที่พักด้วยใจที่แข็งแกร่ง แต่ด้วยอากาศที่หนาวเหน็บเข้าไปภายในนั้น ทำให้เนื้อตัวสั่นเทา มีแต่เพียงจีวรบางๆ เป็นที่ห่อหุ้ม ร่างกาย เมื่อตกดึกๆ นอนไม่หลับ จึงเดินเข้าไปหาท่านเฟื่อง แล้วกระซิบท่านเบาๆ อันเป็นการหยั่ง... อ่านเพิ่มเติม...
ธรรมปกิณกะ ๒ - กายานุปัสสนาสติปัฏฐาน - นวสีวัฏฐิกาบรรพ
ศุกร์, 09 พฤศจิกายน 2012
นวสีวัฏฐิกาบรรพ คำว่า?? นวสีแปลว่า?? ป่าช้า??? ป่าช้านี่พระพุทธเจ้ากล่าวไว้? ๙? อย่าง???? ป่าช้าไม่ใช่ที่ไหน?? ป่าช้าในตัวเรา? คำว่าป่าช้า?? เป็นที่เก็บของซากศพ?? ท่านบอกว่า? ปุน? จปรํ? ภิกขเว? ภิกฺขํ?? ดูก่อนภิกษุทั้งหลายข้ออื่นยังจะมีอยู่อีก?????? เหมือนกับว่าจะพึงเห็นสรีระ? คือ? ซากศพ?? ที่เขาทิ้งไว้ในป่าช้าที่ตายแล้วในวันหนึ่งหรือว่าตายแล้วใน? ๒? วัน? ตายแล้ว? ๓? วัน??... อ่านเพิ่มเติม...
ผลบุญ ๙ อย่าง
พุธ, 07 กรกฏาคม 2010
ผลบุญ ๙ อย่าง 1. ผลบุญจากการสักการะบูชาพระบรมสารีริกธาตุ กรรณกะเทพบุตร ผู้มีวรรณอันงามผุดผ่อง มีเครื่องประดับกายแล้วไปด้วยแก้ววิเศษ มีรัศมีมีเรืองรองพวยพุ่งรุ่งโรจน์ ดูเปล่งปลั่งสุกใส ไปในทิศทั้งหลาย มีนางเทพอัปสรเก้าหมื่นเป็นยศบริวาร เสวยสุขออยู่ ณ เมืองแมนแดนสวรรค์ เมื่อเขาเป็นมนุษย์ เป็นชายหนุ่มมีภูมิลำเนาอยู่เมื่องอนุราธบุรี... อ่านเพิ่มเติม...
มงคล 38 และอุทุมพริกสูตร - มงคลที่ ๑๙ "การงดเว้นจากบาป"
เสาร์, 10 พฤศจิกายน 2012
? มงคลที่ ๑๙ "การงดเว้นจากบาป" พระบาลีท่านว่า?อารตี วิรตีปาปา?อ๋อ ท่านว่าไว้เท่านั้นนะ?อารตี วิรตีปาปา งดเว้นจากบาป?อ้าวลืมลงท้ายไปเสียแล้ว ว่าใหม่ ว่า?อารตี วิรตีปาปา เอตมฺมํคลมุตฺตมํ?นี่เดี๋ยวลืมเดี๋ยวก็ไม่ลืม นี่ไอ้คนพูดมันไม่ค่อยจะเต็มเหมือนกัน ถ้ามันเต็มแล้วมันก็ไม่ลืม แต่ว่าไหน ๆ โดยที่ตัวเองไม่ค่อยจะเต็ม ก็เลยพูดให้คนที่เขาเต็มฟังดีกว่า... อ่านเพิ่มเติม...